คบกัน ต้องคบที่ใจ ไม่ใช่ที่เงินตรา และการทำงานทุกอย่างก็ต้องเอาใจเข้าทำด้วย....

 

หนึ่งใน 2 คนนี้มีอดีตนักกรีฑาชุด ซีเกมส์ ปี 2546 (ถ้าจำไม่ผลาด)อยู่ 1 คน

แตปัจจุบันก็ได้มาเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนหนองหว้าประชาสรรค์ของเราในฐานนะของครูพละศึกษา วันแรกที่ครูติดดินเข้ามายรรจุอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ก็ได้ทานอาหารจากฝีมือการทำอาหารของครูชัตญา...เรื่องฝีมือการทำอาหารนี้ไม่ต้องถามว่าอร่หรือไม่ เอาเป็นว่า สามารถเปิดร้านได้แล้วกัน...วันนี้ก็เพิ่งได้กิน อาหารที่มีชื่อเรียกแปลกๆสำหรับผม คือ..อึบไก่...รู้จักกันบ่ครับ...คล้ายๆกับว่าแกงไก่ แมนมรถชาตืที่เข้มข้นมาก ได้รถชติของเครื่องเทศอันเป็นตำหรับของการทำอาหารไทยๆล้วนๆ....และผมก็แอบจำสูตรมาแล้วด้วย...

ทุกวันหลังจากที่เลิกเรียนมา...แกก็จะออกไปหาตกปลา..ใส่เบ็ด...หากบ...และวันนี้ตอนเที่ยงก็เห็นนั่งเหลาไม้ไผ่และตัดขวดน้ำเพื่อไปดักกุ้ง...ครูชัดพูดว่า..ข้าวปลาอาหารที่นี่อุดมสมบูรณ์มากหากเรารู้จัดที่จะหากิน..รู้จัดจัดทำอุปกรณ์ในการหากิน เงินเราแทบไม่ต้องใช้เลย....

นี่แหละที่เขาเรียกว่า...ครูบ้านนอก...ที่มีชีวิตอยู่บนสวรรค์ของคนบ้านนอก...ก็รับรู้และมีความรู้สึกได้ถึงความเป็นครูของโรงเรียนในถิ่นที่อยูห่างใกลจากตัวอำเภอ...ตอนแรกก็บอกว่าจะอยู่เพียงซักระยะหนึ่งเท่านั้น...แต่ก็อดที่จะสงสารเด็กๆไม้ได้...ที่เราขาดครูหลายๆด้าน...ขาดครูสอนที่ตรงกับวิชาเอก...."ผมไม่เคยมีความรู้สึกที่ดีเหมือนอยู่ที่นี่เลย...เราอยู่กันอย่างครอบครัว เหมือนพี่เหมือนน้อง....ทานข้าวด้วยกันทุกเช้า-เที่ยง-เย็น...เลยม่อยากที่จะจากโรงเรียนไปใหน...แต่ก็ด้วยที่ท่านนั้นเป็นครูอัตราจ้างจึมีเวลาอยู่กับเราได้ไม่นานเท่าไหร่นัก...และอีกไม่กี่วันท่านก็จะต้องครบวาระสัญญากับทางโรงเรียนแล้ว...เด็กๆชาวหนองหว้าประชาสรรค์ก็มึความรู้สึกเศร้าเสียใจ...และส่วนครูติดดินก็คงจะต้องอยู่บ้านพักคนเดียว...ความเหงาก็มาเยือน...ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา...เราอยู่ได้

ก็ขอให้ครูชัดนั้นโชคดีในทุกๆโอกาสและก็สานต่ออาชีพครูไปเรื่อยๆ...สาธุ..