ต่อเนื่องจากบันทึก สู้เว้ย  http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-namtal  

  

         กีฬาอำเภอผ่านไปหลายวันแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้นำเรื่องราวมาบันทึกเสียที ทั้งที่ได้สัญญากับเด็ก ๆ ไว้ว่าไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร ก็จะนำภาพการแข่งกีฬาวอลเลย์บอลของเขามาบันทึกไว้

        ในการแข่งขันกีฬาอำเภอครั้งนี่ โรงเรียนของครูอิงได้เป็นตัวแทนศูนย์เครือข่ายเพื่อไปแข่งกันในระดับอำเภอ

         นับเป็นการลงแข่งขันครั้งแรกของนักกีฬา เนื่องจากโรงเรียนเพิ่งทำทีมเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ทุกปีจะเป็นตัวแทนด้านกีฬาฟุตบอล

         วอลเลย์บอลชายเป็นความหวังของครูอิงว่าจะต้องติดที่ 1 ใน 3 เนื่องจากฝีไม้ลายมือและความอดทน เราสู้เขาได้  แต่โชคไม่ดี เมื่อจับฉลากแบ่งสาย ทีมอิงจันทร์กลับได้แข่งกับทีมแข็ง ๆ ทั้งหมด ในขณะที่อีกสายเป็นทีมอ่อน ต้องพบกับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่า เพราะเป็นโรงเรียนขยายโอกาส การเล่นจึงเป็นลักษณะของวอลเลย์บอลมัธยมมากกว่าประถม มีทั้งการเซ็ทลูก ตบลูกหน้าเน็ต ตบลูกเสิร์ฟ  และสามารถหยอดลูกได้ตามตำแหน่งที่ต้องการ

         อย่างไรก็ตามนักกีฬาของครูอิงก็สู้ยิบตา ถึงขนาดต้องสู้กันถึง 3 เซ็ท ทั้งสองครั้งในการแข่งขัน  และคะแนนที่ได้ก็สูสีกันมาก ผลัดกันนำผลัดกันตาม และที่สำคัญเราชนะใจคนดูรอบสนาม ในเรื่องของมารยาท ความสุภาพ  อดทนอดกลั้นอย่างเป็นเลิศ ถึงแม้จะตกรอบแต่ก็ไม่เสียใจ แม้จะเสียดายมาก เพราะชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแต่เอื้อมไม่ถึง

         คำพูดที่ติดปากครูอิงก็คือ "ไม่เป็นไร  ไม่เป็นไร เอาใหม่นะลูก"  ทุกครั้งที่นักกีฬาทำเสียคะแนน

          ส่วนทีมวอลเลย์บอลหญิง  สามารถทะลวงด่านเข้าไปชิงชนะเลิศอันหนึ่งได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ถึงดวงดาว  เราได้ครองเหรียญเงิน ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จอันงดงาม สำหรับการแข่งขันครั้งแรกของพวกเขา

          ทีมวอลเลย์บอลหญิงครูอิงไม่ได้ใกล้ชิดมากเหมือนทีมชาย ถึงแม้จะมีรายชื่อเป็นผู้รับผิดชอบก็ตาม เพราะเป็นทีมผสมกับอีกโรงเรียนเพื่อให้ทีมแข็งแกร่ง จึงค่อนข้างจะเกรงอกเกรงใจโค้ชอีกโรงเรียนหนึ่ง แต่ก็ฝึกซ้อมด้วยกัน 

           ถามว่าทำไมไม่ทำทีมวอลเลย์บอลชายแบบผสมเหมือนทีมหญิง ตอบว่าไม่ใช่ไม่ต้องการ ครูอิงทราบดีว่า ทีมของครูอิง มีจุดอ่อนอยู่ 2 ตำแหน่ง แต่ก็ไม่สามารถดึงนักกีฬาตัวเด่นของทีมที่เป็นรองมาผสมได้ เนื่องจากเด็กต้องไปแข่งตะกร้อ และฟุตบอล ต้องเข้าใจนะคะว่า โรงเรียนที่มีเด็กน้อย ๆ นั้น ไม่มีตัวเลือกเลย  อย่างเช่นโรงเรียนของครูอิงมีเด็กนักเรียนชายในช่วงชั้นที่ 2 เพียง  24  คน  เด็กทุกคนจะต้องมีหน้าที่ของตัวเอง ทั้งวอลเลย์บอล   ตะกร้อ  ฟุตบอล  เปตอง  นักกรีฑา บางครั้งเด็กคนเดียวเล่นกีฬาตั้งสามประเภทก็มีค่ะ

          ขอบคุณเพื่อน ครู ป.1 ที่คอยกระตุ้นให้ครูอิงเขียนบันทึกเรื่องนี้ ด้วยการติดตามผล  และโทรศัพท์ให้กำลังใจเสมอ ทั้งก่อนการแข่งขันและหลังการแข่งขัน

          อย่างไรก็ตาม ครูอิงก็จะไม่ทิ้งไว้เพียงแค่นี้ คงต้องสานต่อ เพราะเด็กเริ่มมีใจรักในการเล่นวอลเลย์บอล สังเกตได้จากยามว่าง เด็ก ๆ ตัวเล็กตัวน้อย  ก็จะฝึกเล่น พร้อมกับบอกครูอิงเสมอว่า ปีหน้าหนูขอเล่นวอลเลย์บอล

          ซึ่งครูอิงได้ตั้งชมรมวอลเลย์บอลขึ้นแล้วค่ะ มีสมาชิก 18 คน เด็ก ๆ พร้อมใจกันตั้งชื่อ  engjun  team  ตั้งใจฝึกซ้อมกันตั้งแต่ต้นปี  การแข่งขันปีหน้าคงไม่พลาดแน่ ๆ ค่ะ