Computer Based Learning
วิวัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ได้ส่งอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกด้าน และเนื่องจากมัลติมีเดียเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีศักยภาพการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการศึกษา เริ่มต้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ราวปี ค.ศ.1960 เป็นการนำมัลติมีเดียมาช่วยในการสอนของครู ซึ่งเรียกว่า “สื่อคอมพิวเตอรช่วยสอน” หรือ “Computer Assisted Instruction (CAI)” ในบางประเทศใช้คำว่า “Computer Assisted Learning (CAL)” หรือ “Computer Managed Learning (CML)” ซึ่งทั้งหมดนี้มีความหมายคล้ายคลึงกันคือ การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนนั่นเอง
แต่เดิมมานั้นเรายังไม่ได้มีการใช้ web technology ความหมายของ CAI จึงค่อนข้างยึดติดกับการนำเสนอบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานโดยลำพังโดยไม่มีการเชื่อมระหว่างกัน (stand alone) และค่อนข้างจำกัดอยู่ในลักษณะ offline โดยหลักแล้ว CAI ประกอบด้วย 4Is คือ
- Information (ข้อมูล)
- Interactive (ปฏิสัมพันธ์)
- Immediate feedback (ปฏิกิริยาตอบสนองแบบทันที)
- Individualization (ความเป็นปัจเจกบุคคลในการใช้)
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หรือ CAI ในระยะแรก จะใช้อยู่แต่ในมหาวิทยาลัย โดยจัดเป็นเนื้อหาตามหลักสูตรและหมวดหมู่วิชา เป็นโปรแกรมเบ็ดเสร็จที่รวมเอาเนื้อหาบทเรียน และแบบวัดผลไว้ด้วยกัน จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ชุดการสอน” (courseware) นอกจากนั้น คอมพิวเตอร์ยังได้ถูกนำมาใช้เพื่อฝึกอบรมบุคลากรในการเรียนรู้วิธีการทำงาน การใช้เครื่องมือ เครื่องจักร หรืออื่นๆ ด้วย
จึงมีการใช้คำว่า“Computer Based Training (CBT)” หรือ “Computer Based Learning (CBL)” ซึ่งหมายถึง คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการฝึกอบรม โดยผู้เรียนอาศัยเรียนจากโปรแกรมมัลติมีเดียที่ออกแบบไว้บนจอคอมพิวเตอร์ไว้นั่นเอง การนำเอาสื่อประเภทต่างๆ เช่น ภาพกราฟิก เสียง ภาพเคลื่อนไหว วีดิทัศน์ และดนตรี มาใช้ร่วมกัน และควบคุมการแสดงผลด้วยซอฟต์แวร์โปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น ทำให้ผู้เรียนได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ไปในขณะเดียวกันทำให้เกิดศัพท์ใหม่ขึ้นมา
คือ คำว่า “edutainment” (education + entertainment) และ “infortainment” (information + entertainment) รูปแบบของเกมเพื่อความบันเทิงผ่านมัลติมีเดีย เช่น นินเทนโด (Nintendo) หรือ เซกา (Zega)เป็นที่นิยมของเด็กๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการผลิตโปรแกรมมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ในรูปแบบของซีดีรอมกันอย่างแพร่หลาย เมื่อนับถึงปี ค.ศ.1998 มีผู้ผลิตซีดีรอมมัลติมีเดียออกจำหน่ายมากกว่า 20,000 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นซอฟแวร์โปรแกรมทางด้านการศึกษา และประเภทที่ใช้อ้างอิงค้นคว้ามากกว่าครึ่ง
อย่างไรก็ตามเนื่องจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีโทรคมนาคม สื่อมัลติมีเดียจึงได้แสดงบทบาทมากขึ้นในเครือข่ายสากลแบบออนไลน์ เนื่องจากมีการนำมัลติมีเดียมาใช้เพื่อการศึกษาในแนวคิดใหม่ เปลี่ยนการเรียนรู้จากเนื้อหาที่ถูกบรรจุตายตัวไว้ในซีดีรอมมาเป็นการแสวงหาข้อมูลใหม่ๆ จากแหล่งข้อมูลอันไร้พรมแดนของอินเทอร์เน็ต ทำให้การเรียนการสอนด้วยมัลติมีเดียในรูปแบบใหม่มีประสิทธิภาพและน่าเพลิดเพลินขึ้นกว่าเดิม
การเรียนทางไกลผ่านทางเว็บ ไม่ว่าจะเป็นรูปของอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต หรือเอ็กซ์ทราเน็ต ก็ตาม จะเรียกกันว่า Web-Based Instruction (WBI) หรือ Web-Based Learning (WBL) หรือ Online Learning ซึ่งก็คือ การนำเอามัลติมีเดียไปแสดงไว้บนเว็บ นั่นเอง ปัจจุบันนี้ บทบาทของมัลติมีเดียเพื่อการศึกษาได้เพิ่มความสำคัญมากขึ้น
เมื่อมีการเรียนรู้ผ่านระบบ e-Learning ซึ่งหมายถึง การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต หรือเอ็กซ์ทราเน็ต การเรียนในระบบ e-Learning นี้ ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของตน และสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ
โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย (e-mail, web-board,chat) จึงเป็นการเรียนสำหรับทุกคน เรียนได้ทุกเวลา และทุกสถานที่ (Learning for all : anyone, anywhere andanytime)
แหล่งข้อมูลอ้างอิง