ช่วงรอมฏอนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสคุยกับ ฮือ ต้องเรียกว่า วัยรุ่นละครับ แต่ที่ต่างกันออกไปคือ เป็นวัยรุ่นต่างประเทศ ที่มาที่ไปคือ เขามานั่งรอรถอยู่ที่หน้าบ้านแม่ยายผม แล้วลูกและหลานๆ ออกไปเจอ ก็กลับมานั่งคุยกันว่าเป็นใคร หลานคนหนึ่งบอกว่า "ออแฆปูเต๊ะ (คนฝรั่ง)" อีกคนหนึ่งก็บอกว่า "บูแก ออแฆอาระ" (ไม่ใช่! เป็นคนอาหรับ) สุดท้ายผมก็ออกไปทักทายครับ ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะออกไปครับ แต่ฟัจญรีนออกไปเดินอยู่ข้างนอก เลยต้องตามออกไปอุ้มกลับ แล้วจังหวะดีได้คุยกันครับ

คำถามแรกคือ พูดภาษาอาหรับได้ไหม? ผมตั้งคำถามเพราะผมว่า หน้าตาอย่างนี้น่าจะอาหรับมากกว่า แต่แล้วเขาตอบว่า พูดไม่ได้ แต่อังกฤษได้ แล้วก็ได้คำตอบว่า เป็นคนบอสเนียครับ ส่วนที่นั่งข้างๆ เป็นหญิงสาวชาวปัตตานี ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นภรรยาของเขาเองครับ

โอ้ วัยรุ่นอยู่เลย แต่งงานแล้ว แต่พอถามไปก็ได้คำตอบว่า กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซียครับ ทั้งคู่เลย แล้วที่มาเมืองไทยก็เพราะจดทะเบียนสมรสกัน และก็ถือโอกาสเยี่ยมญาติของภรรยา

ผมสนใจว่า ทำไมเขาเลือกที่จะมาเรียนที่ iium ในสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งๆ ที่ผมว่า ยุโรปน่าจะดีกว่าที่นี่ (ความเห็นส่วนตัว) เขาตอบผมว่า ตอนเขาเลือกมันมีอยู่สองทางเลือกครับ คือ มาเลเซียและเยอรมัน แต่เขาเลือกมาเลย์ เพราะได้เรียนเรื่องของศาสนาและคิดว่าการเรียนน่าจะง่ายกว่าที่เยอรมัน ก็เลยถามต่อครับเกี่ยวกับการเรียน ซึ่งก็คิดว่า เขาประทับใจที่เรียนที่นั่น และอีกคำถามหนึ่งของผมคือ ที่เรียนนั่นใช้ทุนที่ไหน คำตอบคือ เป็นการกู้ยืมเพื่อการศึกษาครับ

ตอนนี้คนบอสเนียเรียนอยู่ที่ iium จำนวนร้อยคนครับ ซึ่งผมว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมาก เนื่องจากไม่ใช่แค่บอสเนียนะครับที่เรียนที่นั่น อีกหลายประเทศทีเดียว ความเป็นนานาชาติคงไม่ต้องถามว่าใช่หรือเปล่าที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ 

อ.สุกรี หลังปูเต๊ะที่คุยเรื่องนี้ให้ผมฟังว่า ถือแม้ตอนนี้ต้องจ่ายค่าเทอมเอง ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เรียนฟรีมีทุนให้ ก็ถือว่า คุ้ม เพราะลูกเราจะได้ไปมีประสบการณ์ มีเพื่อนจากหลายประเทศ ยิ่งกว่านั้นบางคนก็ลูกนายธนาคาร นักธุรกิจใหญ่ของโลก แถมบางคนก็เป็นว่าที่รัฐมนตรีด้วยซ้ำไป

ผมย้อนกลับมามองที่มหาวิทยาลัยของผมเองครับ เพราะในความเป็นมาเป็นไปของมันนั่น มันมีจุดเริ่มจากฐานเดียวกันกับ iium ของมาเลย์ และอีกที่หนึ่งที่ผมรู้จักคือ ที่ปากีสถาน คือ เป้าหมายของการจัดการศึกษาที่บูรณาการอิสลามที่สมดุล ที่เรารู้จักกันในชื่อมาตรฐานว่า islamization  ออ. อาจจะต่างกันตรงที่ผู้สนับสนุนครับ เนื่องจากสองประเทศนั่นรัฐสนับสนุนในการก่อตั้ง ส่วนเราถือว่าเป็นคนในภาคประชาชนร่วมกันก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา

ผมคิดเล่นๆ ว่า เราจะไปถึงเป้าหมายอย่างนั้นหรือไม่ ซึ่งคำตอบของผมคือ ผมก็ยังมั่นใจว่า เราทำได้ (ไม่มีแต่ครับ) และเราต้องร่วมกันไปสู่เป้าหมายนั่น ชัดๆ คือ วิสัยทัศน์ของเราก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

เลยมานั่งนับต่อว่า มีกี่ชาติแล้วที่มาเรียนกับเรา อย่างหลักๆ ที่เห็นคือ จีน กัมพูชา เวียดนาม อีหร่าน อเมริกา แต่ส่วนใหญ่จำนวนยังไม่เยอะ (เอ๊ะหรือว่าเยอะแ้ล้ว ถ้าคิดเป็นเปอร์เซนต์) แล้วก็เมื่อเร็วๆ นี้ได้ยินมาว่า นักศึกษาต่างประเทศต้องการมาเรียนในระดับปริญญาโทเพิ่มขึ้นด้วย

แล้วผมจะคุยอะไรต่อนี้ ลืมแล้วครับ จบแค่นี้แล้วกัน (จะนั่งฟังการประชุมต่อ)