ผมลองเสนอความเห็น เกี่ยวกับนิยามของ INN ของ R2R ดังนี้


          I = Individual หมายถึง individual hospital คือโรงพยาบาลที่เป็นสมาชิกเครือข่าย


          N = Node หมายถึงโรงพยาบาลที่เป็นแม่ข่าย   ทำหน้าที่ (๑) จัดฝึกอบรม “คุณอำนวย”   (๒) ฝึกอบรมกระบวนวิธีวิจัย  เทคนิคการเขียนรายงานผลการวิจัยเพื่อตีพิมพ์ ฯลฯ   (๓) จัดเวที ลปรร. ผลงาน R2R   ให้แก่ รพ. ในเครือข่าย   (๔) จัดประชุมปรึกษาหารือระหว่าง รพ. สมาชิกเครือข่าย อย่างสม่ำเสมอ   รวมทั้งมีการสื่อสารภายในเครือข่ายด้วยวิธีการอื่นๆ (เช่นใช้ ICT)  (๕) ทำหน้าที่อื่นๆ ตามที่ตกลงกันในเครือข่าย


          N = Network หมายถึงเครือข่าย R2R ของภาค   เข้าใจว่าในระยะแรก สวรส. คิดจะให้มีอย่างน้อย ๔ เครือข่าย    คือเครือข่ายภาคเหนือ  อีสาน  กลาง (ที่ไม่ใช่กรุงเทพ)  และใต้   เครือข่าย R2R ภาค ประกอบด้วย รพ. หนึ่งแห่งเป็นแม่ข่าย (Node)    และ รพ. อื่นๆ ในภาคเป็นสมาชิกหรือลูกข่าย


          การทำงานแบบ INN เน้นความสัมพันธ์แนวราบ   พร้อมใจกันทำ 


          การเกิด INN ของอะไรก็แล้วแต่ จึงควรเกิดโดยความพร้อมใจ สมัครใจ ร่วมใจ


          Node ของ R2R จึงควรเกิดขึ้นโดยความสมัครใจของ รพ. นั้น    และควรมีความพร้อมในขั้นต้น ดังนี้  (๑) ผู้อำนวยการ รพ. พร้อมใจ   ยินดีใช้ทรัพยากรของ รพ. ในการทำหน้าที่นี้ให้แก่สังคม   (๒) มี champion ที่เห็นความสำคัญของ R2R  และพร้อมใจทุ่มเททำหน้าที่จัดการเครือข่าย  และจัดการ R2R ใน รพ. ของตน   (๓) มีประสบการณ์การดำเนินการ R2R ใน รพ. ของตนอยู่แล้วในระดับหนึ่ง    

 
          ย้ำว่า การทำงาน INN ขับเคลื่อนด้วยพลังของจิตสาธารณะ   ต้องการเห็นสังคมดี   ต้องการรับใช้สังคมวงกว้าง   ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ตนเป็นหลัก


          หลักการของ INN คือ ไม่เน้นอำนาจสั่งการ   เน้นอำนาจของความพร้อมใจ   ร่วมคุณค่า    เน้นพลังของการทำเพื่อผู้อื่น   เน้นการพร้อมใจกันทำ    และเรียนรู้ไปด้วยกัน


          เมื่อเครือข่าย R2R ประเทศไทยเติบโตสมบูรณ์เต็มที่ จำนวน Node ของ R2R ประเทศไทยน่าจะมีสัก ๑๕ – ๒๐ Node   คือ 1 Node ทำหน้าที่เชื่อมโยงประมาณ ๕ จังหวัด   และ Node ก็เชื่อมโยงกันเอง   มีการเชื่อมโยงสู่ศูนย์ (สวรส. & ศิริราช) เพียงส่วนเล็กน้อย 


          ในขั้นต้น เมื่อได้ Node ในภาคต่างๆ สัก ๔ – ๕ แห่ง    ก็น่าจะเชิญ ผอ. รพ. และผู้จัดการ Node มาคุยหารือ ทำความเข้าใจการทำงานร่วมกัน   แล้วลงนามข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจร่วมกันในวันนั้นเลย   ผมยินดีไปทำหน้าที่ประธานการประชุมหารือให้

 

วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.ย. ๕๒
วันมหิดล