มนุษย์เราชอบมองคนอื่น โดยผ่านจิตใจของเราออกไป เมื่อจิตใจของเราสะอาดเราก็จะเห็นแต่ความดีงามรอบๆตัว แต่ถ้าจิตใจของเราสกปรก เราก็จะเห็นแต่ความสกปรกรอบตัว

เช้านี้ครึ้มฟ้าครึ้มฝน อากาศขะมุกขะมัวมีสายฝนโปรยปรายเล็กน้อย...อาจจะเป็นเพราะฤดูกาลเริ่มจะผลัดเปลี่ยนจากวสันตฤดูเข้าสู่เหมันต์...ข้าพเจ้าได้กลิ่นของฤดูหนาวแทรกเข้ามากับไอหมอกยามเช้า....

การได้ตื่นเช้าทำให้เราไม่ต้องทำอะไรอย่างรีบเร่งเท่าใดนัก มีเวลาละเลียดจิบกาแฟถ้วยโปรด เดินดูต้นไม้ดอกไม้ยามเช้า ก่อนออกไปทำงาน...หันซ้ายหันขวาส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อย และไม่ลืมที่จะยิ้มกับตนเองในกระจกว่าวันนี้เราจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ จะพยายามเป็น "นางฟ้า" คิดดี พูดดี ทำดี....

เมื่อพูดถึงกระจกก็นึกได้ว่าเคยได้อ่าน forward mail เกี่ยวกับกระจกใจ เพื่อนส่งมาให้อ่านเพลินๆ เรื่องมีอยู่ว่า

 

มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง อาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ทุกๆเช้า

ภรรยาจะแอบมองดูเพื่อนบ้าน จากหน้าต่างชั้นบนบ้าน

และวิ่งกลับมารายงานให้สามีฟัง " เพื่อนบ้านเรานี่ซักผ้าไม่เป็นเลย

เสื้อผ้าสกปรกเหลือเกิน ไม่รู้เขาใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไรหรือใช้วิธีซักอย่างไร



สามีก็ตอบว่า "อย่าไปสนใจคนอื่นเขาเลยเราซักผ้าของเราให้สะอาดก็แล้วกัน"

แต่ภรรยาก็ยังไปแอบดูเพื่อนบ้านอยู่ทุกเช้าจากหน้าต่างข้างบนบ้าน

และวิ่งกลับมารายงานสามีทุกเช้า "เสื้อผ้าของเขาสกปรกอีกแล้ว…"



ต่อมาวันหนึ่ง ภรรยาวิ่งลงมารายงานสามี ด้วยความแปลกประหลาดใจ

"ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น เสื้อผ้าของเขาขาวสะอาด

อยากจะรู้เหลือเกินว่าเขาเปลี่ยนมาใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร หรือทำอย่างไร.."



สามีหัวเราะและกล่าวว่า "นี่..ฉันรำคาญเธอเหลือเกิน

เมื่อเช้าฉันตื่นแต่เช้ามืดและไปเช็ดกระจกหน้าต่างให้ใสสะอาด..

ก่อนหน้านี้กระจกมันสกปรก เธอมองออกไปก็เห็นแต่ความสกปรก.."

มนุษย์เราชอบมองคนอื่น โดยผ่านจิตใจของเราออกไป

เมื่อจิตใจของเราสะอาดเราก็จะเห็นแต่ความดีงามรอบๆตัว
แต่ถ้าจิตใจของเราสกปรก เราก็จะเห็นแต่ความสกปรกรอบตัว
 
เช้านี้ ท่านเช็ดกระจกใจของตนเองหรือยัง?
อรุณสวัสดิ์ค่ะ