เสร็จสิ้นกิจกรรมหน้าเสาธง  และกิจกรรมนักเรียนจิตสาธารณะแล้ว  พี่ ๆ ประจำกลุ่มนำน้องไปล้างมือและส่งน้องเข้าห้องเรียนเพื่อฝึกสมาธิ  ส่วนพี่  ๆ แยกย้ายกันไปยังห้องเรียนตามอาคารต่าง ๆ 

         ส่วนห้องเรียนภาษาอังกฤษ  อยู่อาคารเรียนสีเขียวชั้นบน  ชั้นล่างเป็นห้องเรียนของน้องอนุบาล ๑ - ๒ และห้องของน้องนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓   ชั่วโมงที่ ๑ ของวันนี้เป็นการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ 

       หลังจากเรียนไปได้ประมาณ ๓๐ นาที  ได้ยินเสียงนักเรียนเล็ก ๆ ชั้นล่างส่งเสียงลั่นทั้งกรี๊ด ทั้งฮาและเกรียวกราว  จึงออกไปชะโงกดูพบว่านักเรียนเล็ก ๆ เหล่านั้นออกนอกห้องเรียนและวิ่งตามเมฆที่ลอยไปเป็นกลุ่ม  ลอยอย่างเร็วมาก คุณครูรู้สึกจะมีความสุขตามเด็กไปด้วย  รวมทั้งพี่ ๆที่เรียนอยู่ตามอาคารอื่น ๆ ออกมาดูเมฆตามด้วย 

        เมื่อมีฝนโปรยปรายลงมาแล้วนักเรียนต่างวิ่งเข้าห้องเรียน  ไฟฟ้าดับ  ห้องเรียนทั้งห้องมืดทืบเกือบจะเป็นกลางคืน  เหตุการณ์ฝนตกที่บริเวณโรงเรียนเป็นเรื่องธรรมดาเพราะฝนตกบ่อยมาก  แต่วันนี้เป็นเรื่องแปลกที่สุดในรอบปี 

       เด็กที่นี่  เหมือนกับคนทั้งโลกคือเลือกที่เกิดไม่ได้  จึงได้เกิดมาเป็นคนบ้านนอกอยู่ในชนบทที่ขาดแคลน  ไม่มีโอกาสได้เห็นของเล่นหรือสิ่งแปลกใหม่อันนำสมัย  นาน ๆจะมีผู้ใจบุญนำของเล่นที่เหลือใช้มาให้นับว่าเป็นบุญวาสนา 

         วันนี้เขาจึงตื่นเต้นดีใจที่เห็นเมฆลอยอย่างเร็วบนท้องฟ้า  ซึ่งเป็นธรรมชาติที่เขาเห็นอยู่เป็นประจำ  การที่ได้ยินเสียงของเด็กในขณะที่วิ่งตามเมฆ  ทำให้รับรู้ได้ว่าเด็กเหล่านี้มีความสุขอย่างธรรมชาติ  ขณะที่หยิบกล้องมาถ่ายภาพ  ในใจก็นึกภาวนาไปด้วยว่า "แม้นเลือกเกิดไม่ได้ก็ขอให้นักเรียนของฉันเลือกเป็นคนดี" ถึงแม้ว่าจะขาดแคลนแต่ก็มีโอกาสอยู่กับความจริงและความงามของธรรมชาติ