ข้อมูลการวิจัย รวมถึงโมเดลการจัดการความขัดแย้งในกลุ่มชาติพันธุ์ ๖ เผ่า ทางทีมวิจัยกำลังวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อจะสรุปผลงานวิจัยในเร็วนี้ๆ ขั้นตอนนี้อาจต้องใช้เวลา...แต่ผมคิดว่าอีกไม่นาน เราจะมีผลงานวิชาการที่เป็นชุดความรู้เกี่ยวข้องประเด็น Conflict management ของกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศไทยเราทั้ง ๖ กลุ่ม ...ม้ง,ปกาเกอญอ,อาข่า,เมี่ยน ,ลีซู และ ลาหู่ นำออกมาเผยแพร่เร็วๆนี้ครับ
เขาอยู่กันอย่างไร? เขามีภูมิปัญญาอะไรในการจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชุมชน ?  และ แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยมีกระบวนการจัดการความขัดแย้งอย่างไร? สุดท้ายคำถามที่เราคิดเชื่อมโยงว่า กระบวนการจัดการความขัดแย้งในกลุ่มชาติพันธุ์ ๖ กลุ่ม ในประเทศไทย สามารถประยุกต์ใช้ในสังคมไทยได้อย่างไร บทเรียนเหล่านี้ ให้แง่คิดอะไรบ้างกับการจัดการความขัดแย้งระดับประเทศ ?

IMG_2744 by you.

โครงการศึกษาการจัดการความขัดแย้งในกลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือของประเทศไทย  เป็นโครงการวิจัยของ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ผมเองไปเกี่ยวข้องโดยการเป็นที่ปรึกษาของโครงการนี้ รวมไปถึงประสานงานเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ทางภาคเหนือไปด้วย ในเวทีก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำกระบวนการ (Facilitator) ในการถอดบทเรียนต่างๆ

 

โดยระยะเวลาการดำเนินโครงการนี้ เราเริ่มต้นทำงานราว ๖ เดือน เพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้นทั้ง ๖ กลุ่มชาติพันธุ์ มีดังนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอญอ,ม้ง,ลีซู,ลาหู่,เมี่ยน(เย้า),อาข่า  ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนภูเขาสูงทางภาคเหนือของประเทศไทย  ผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับวิถีชีวิคคนบนดอย งานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นงานวิจัยที่ผมรู้สึกมีความสุขอีกชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นช่วงการเก็บข้อมูลในหมู่บ้าน และการทำเวทีย่อยๆในชุมชน และเวทีล่าสุดเราเชิญ แกนนำ คณะกรรมหมู่บ้าน อันประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน,ส.อบต.,หมอผี,ผู้อาวุโส,แม่บ้าน ที่เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการบริหารชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ละ ๖ – ๑๐ คน รวมแล้ว ๖ กลุ่ม หมายถึงว่า เมื่อรวมกับ ทีมทำงานของพระปกเกล้า และทีมงานที่เป็นผู้ช่วยFacilitator ที่ผมเซ็ตขึ้นเพื่อให้เวทีการเรียนรู้ ๒ วันที่เชียงใหม่ราบรื่นนั้น รวมแล้ว ๘๐ กว่าชีวิต

โดยการจัดเวทีเรียนรู้ ผมให้ข้อเสนอแนะทางทีมวิจัยว่า เมื่อเราเก็บข้อมูลมาทั้งหมดแล้ว ในระยะเวลา เกือบครึ่งปี ผมเข้าใจว่าเมื่อเราสังเคราะห์ข้อมูล เพื่อหารูปแบบ รวมไปถึงบริบทการจัดการความขัดแย้งในชุมชนทั้งหมด เป็นข้อมูลที่เราเก็บมาจากชุมชนโดยตรง เมื่อเราเรียบเรียงข้อมูลพบว่าเราขาดประเด็นสำคัญอีกหลายๆประเด็น รวมไปถึงประเด็นบางประเด็นที่ต้องลงลึกให้เห็นภาพของการจัดการ และที่สุดผมเองก็หวังว่าเราจะได้ โมเดลการจัดการความขัดแย้งของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง ๖ กลุ่ม ออกมา เป็น จุดแข็ง ที่น่าสนใจของรายงานวิจัยเล่มนี้

การจัดเวทีเรียนรู้ครั้งนี้ ผมออกแบบเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และตรวจสอบข้อมูลที่นักวิจัยเก็บมาไปในตัวด้วย ดังนั้นบรรยากาศจึงให้ความสำคัญกับการ ถอดบทเรียน พร้อมกับตรวจสอบบทเรียนที่เราได้จากการเก็บข้อมูลก่อนหน้านี้แล้ว

IMG_2779 by you.

กลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่จาก อ. แม่อาย จ.เชียงใหม่

 

ผมได้ช่วยทีมงาน ช่วยกันออกแบบกระบวนการดังนี้ 

♣ กระบวนการแรก

เป็นการแนะนำโครงการวิจัย นำเสนอภาพรวมของการศึกษาวิจัย ที่ทีมงานวิจัยไปเก็บข้อมูลตามชุมชน ของจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย รวม ๖ กลุ่มชาติพันธุ์ ขั้นตอนนี้ Out put ของข้อมูลงานวิจัยชุดแรกถูกย่อยออกมาให้ผู้เข้าร่วมเวทีได้ร่วมแลกเปลี่ยน และตรวจสอบข้อมูลไปในตัวด้วย

กระบวนการที่สอง

แบ่งกลุ่มออกเป็น ๖ กลุ่มชาติพันธุ์ ขั้นตอนนี้เราใช้กระบวนการ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้” แต่ทำแบบกลายๆ เป็นแบบ Focus Group discussion ไปด้วย โดยFacilitator เป็นผู้นำกระบวนการ เราใช้ Facilitator หลัก ๖ คน  และ คนจดบันทึก ๖ คน เช่นเดียว หมายถึงว่าเราใช้คนทั้งหมด ๑๒ คน  ให้เวลากับกระบวนการนี้สองในสามของกระบวนการครับ

กระบวนการที่สาม

การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นเวทีใหญ่ โดยผมทำหน้าที่เป็น Facilitatorให้ ชาวบ้านออกมาเล่าเรื่องราวตนเอง ส่วนหนึ่ง เล่าผ่านโมเดลการจัดการความขัดแย้ง ประมาณกลุ่มละ ๑๐ – ๑๕ นาที

IMG_2755 by you.

ลาหู่

IMG_2748 by you.

ปกาเกอญอ

IMG_2775 by you.

อิ้ว - เมี่ยน

IMG_2741 by you.

กลุ่มลีซู ทดลองให้ชาวบ้านออกนำเสนอให้เพื่อนๆในกลุ่มฟัง

IMG_2729 by you.

การดำเนินกระบวนการเวที เป็นไปด้วยความสนุกสนาน ผมต้องให้เครดิตผู้นำกระบวนการ ทั้ง ๕ ท่านที่ทำหน้าที่ บริหารบรรยากาศได้เป็นอย่างดี สังเกตว่าวงคึกครื้น กันดี...นี่ถือว่าเป็นความสำเร็จตลอดระยะทางของการจัดการความรู้ในเวทีนี้

IMG_2803 by you.

ผมขอถอดบทเรียนเชิงกระบวนการ สำหรับเวทีนี้ดังนี้... 

การเตรียมการ..

ต้องยกให้ทางเจ้าหน้าที่ นักวิชาการของสถาบันพระปกเกล้าที่ประสานงาน ทั้งคน ทั้งสถานที่ ทำให้เราได้กลุ่มเป้าหมายที่ครบถ้วน และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Key informant จริงๆ

กระบวนการในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

โครงสร้างการถอดบทเรียน ชัดเจน ว่าเราจะถอดบทเรียนเรื่องไหน ประเด็นอะไร ต้องการ out put อะไรบ้าง? จากการเตรียมการของนักวิจัย และ การทำ BAR.(Before action review) ก่อนเริ่มเวที

โครงสร้างคำถามที่ ลดความเป็นทางการ เป็นคำถามง่ายๆ สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย  เป็นคำถามที่เอื้อต่อการยั่วยุและได้มาซึ่งคำตอบที่เราต้องการ

บรรยากาศ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติ และเน้นความสะดวกสบายของผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ตรงนี้ยกความดีความชอบให้กับ Facilitator ทั้งทีม

เวลา มีการบริหารเวลาที่ดี ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ผมคิดว่า เราผ่านเรื่องของเวลาได้ โดยที่ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นจนจบ

คนทำงาน 

ผู้นำกระบวนการการ (Facilitator) เป็น นักวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้าที่มีทักษะเป็นกระบวนการประชาเสวนา ทำให้บรรยากาศการแลกเปลี่ยน สนุกสนาน ได้ประเด็น และเรามี Facilitator เสริมจาก มหาวิทยาลัยในพื้นที่อีก ๒ ท่าน มาช่วย

ผู้จดบันทึก (Notetaker) เป็นนักศึกษาปกติ ของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ทั้งหมด ๖ คน  ซึ่งผมคิดว่าเวทีนี้เป็นทั้งการฝึกการทำงานของพวกเขาด้วย อย่างน้อยการได้รู้ ได้เห็น เป็นการเรียนนอกห้องเรียนที่มีคุณค่า

กลุ่มเป้าหมาย 

เราได้กลุ่มเป้าหมายที่เป็น ตัวจริง เสียงจริง ทำให้ประเด็นที่เราถอดบทเรียน เราได้บทเรียนที่เป็นภูมิปัญญาที่น่าสนใจ เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลการศึกษาวิจัย ประเด็นการจัดการความขัดเเย้ง (Conflict management)  ที่ผมคิดว่าเป็นข้อมูลที่เมืองไทยยังไม่มีการทำการศึกษาวิจัยในประเด็นนี้

IMG_2745 by you.

สำหรับข้อมูลการวิจัย รวมถึงโมเดลการจัดการความขัดแย้งในกลุ่มชาติพันธุ์ ๖ เผ่า ทางทีมวิจัยกำลังวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อจะสรุปผลงานวิจัยในเร็วนี้ๆ ขั้นตอนนี้อาจต้องใช้เวลา...แต่ผมคิดว่าอีกไม่นาน เราจะมีผลงานวิชาการที่เป็นชุดความรู้เกี่ยวข้องประเด็นการจัดการความขัดเเย้ง (Conflict management) ของกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศไทยเราทั้ง ๖ กลุ่ม ...ม้ง,ปกาเกอญอ,อาข่า,เมี่ยน ,ลีซู และ ลาหู่ นำออกมาเผยแพร่เร็วๆนี้ครับ

 บันทึกที่เกี่ยวข้อง

 

 

ภาพบรรยากาศเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่โรงเเรมแกรนด์เฮอริเทค

จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๕ - ๑๖ ก.ย.๕๒

IMG_2731 by you. 

นั่งฟังอย่างตั้งใจ

IMG_2729

click here to add a description

 

IMG_2729IMG_2743IMG_2748IMG_2778IMG_2796IMG_2742
IMG_2731IMG_2744IMG_2755IMG_2779IMG_2803IMG_2775
IMG_2741IMG_2747IMG_2763IMG_2787IMG_2810IMG_2745
 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

เชียงใหม่

๑๖ กย.๕๒