ชีวิตที่พอเพียง : ๘๔๑a. ใช้บริการของแม่บ้านด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์
ผมจะคอยบอกผู้จัดการสำนักงานให้พูดและปฏิบัติกับคนเหล่านี้อย่างคนเสมอกัน และให้ความเมตตาเห็นอกเห็นใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ตามจริตของผู้จัดการสำนักงานผู้นั้น
ผมเคยถามรายได้ของแม่บ้าน ก็พบว่าค่าจ้างต่ำมากอย่างน่าตกใจ บางคนจึงต้องทำ ๒ งาน ทำให้ชีวิตตรากตรำอย่างยิ่ง ผมหาทางช่วยเหลือเล็กๆ น้อยตามที่ทำได้
มาพบวิธีที่ได้ผลดีมากตอนทำ สคส. คือช่วยอย่างสม่ำเสมอทุกวัน คือให้ค่าอาหารกลางวันทุกวันที่มาทำงาน โดยจ่ายเป็นรายเดือน แรกๆ ให้วันละ ๓๐ บาท ก็ตกเดือนละ ๖๐๐ บาทกว่าๆ เงินนี้ไม่ใช่แค่ช่วยค่าครองชีพ แต่เป็นเครื่องแสดงน้ำใจ แสดงความเอื้ออาทรต่อกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่ยากลำบากกว่า เข้าใจว่าเวลานี้ สคส. ให้วันละ ๕๐ บาท
ผมเข้าใจว่า การช่วยเหลือแบบนี้มีผลทางใจสูงมาก และไม่ใช่แค่ผลทางใจต่อผู้รับ แต่เป็นผลทางใจต่อสมาชิกองค์กรทุกคน ให้ปฏิบัติต่อแม่บ้านอย่างสมาชิกในครอบครัว
เรามีแม่บ้านคนเดียว จึงง่ายที่ผมจะคอยสอบถามชีวิตความเป็นอยู่เพื่อหาทางช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่ช่วยได้ เช่นการใช้บริการรักษาพยาบาลจากระบบประกันสังคม ค่าใช้จ่ายการศึกษาของลูกตอนเปิดเทอม
เงินเหล่านี้เป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่มันดูมีค่ามากสำหรับแม่บ้าน คือค่ามันมากกว่าเงิน ผมสังเกตเห็นจากสีหน้าแววตาท่าทีของเขา มันให้ความสุขแก่มนุษย์มากกว่าตัวเงินที่ได้รับ
แต่คนที่ได้มากที่สุดคือตัวผมเอง ที่ได้เรียนรู้และฝึกฝนตนเองในการยกระดับจิตใจ และยกระดับความเข้าใจมนุษย์และสังคม
นี่คืออีกสิกขาบทของผม
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูหนิง · 21 ก.ย. 2552
ฟ้าจรัสแสง · 21 ก.ย. 2552
ครูหนิง · 21 ก.ย. 2552
ครูอ้อย แซ่เฮ · 21 ก.ย. 2552
ยูมิ · 21 ก.ย. 2552
ศรีตรังเบิกบาน · 21 ก.ย. 2552
PoOmDeE · 21 ก.ย. 2552
มาทำงานที่กรมก็ให้เงินแม่บ้านที่มาช่วยกวาดค่ะ(ไม่จำเป็นต้องให้) แม่บ้านตอบแทนโดยไปกรอกน้ำโดยไม่ได้สั่งและคอยช่วยเหลือเมื่อเราทำอะไรเอง( คงเกรงใจ )
แบ่งเงินที่กรมจ่ายให้ ให้คนรอบข้างที่เป็นข้าราชการและมาช่วยบ้างไม่ช่วยบ้างเพราะรู้สึกเขารายได้น้อย
เล่าให้อาจารย์ทราบเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเองเวลามีทุกข์จะได้นึกถึงสิ่งดีๆที่เคยทำค่ะ
ติดตามอ่านสิ่งดีๆที่อาจารย์ทำด้วยความชื่นชมค่ะ
นี่คือความสุขที่เกิดจากการให้ด้วยใจเมตตา...ทำให้อิ่มใจและมีความสุขใช่ไหมค่ะ
...แม่บ้านคนทำความสะอาดที่เยอรมัน..รายได้จะไม่แตกต่างไปจากอาชีพอื่นมากนัก..ชั่วโมงละประมาณ สิบห้า ยูโร..รวมทั้งค่ารถ..ยายธีไปสอนทำกับข้าว..ได้สิบห้ายูโรเหมือนกัน...ไม่มีค่ารถ...แถมต้องเสียภาษีต่างหากอีก....ตกแล้วน้อยกว่าอาชีพแม่บ้าน....ทำอย่างไร....บ้านเราถึงจะมีความไม่แตกต่างกันในด้านความเป็นอยู่เสียที...กินข้าวเหมือนกันทำงานหนักกว่า...ค่าครองชีพที่แตกต่างยังฟ้าและดิน...ที่แอฟริกาฝนแล้งมาสามปี..คนฆ่ากันตายแย่งน้ำแย่งอาหาร...มีประเทศที่มีจิตเมตตาส่งอาหารไปช่วย...(เขาบอกมาว่าการช่วยแบบเมตตาจิตก็เหมือนฝนที่มีและขาดหายไป)...มีวิธีอื่นไหมที่จะช่วยกันให้ความแตกต่างน้อยลงหรือไม่มีเลย...(หากเป็นไปได้ความทุกข์ของคนจำนวนมากคงจะลดลงอย่างแน่นอน....