ผมรู้สึกว่า ถึงแม้การพบปะและได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันออนไลน์บน Gotoknow นั้นก็เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีเสน์ห์ยิ่งอยู่แล้ว แต่การได้มาสัมผัสกันจริง ๆ พบปะกันแบบต่อหน้า (f2f) ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่เหมือนเราดูคอนเสิร์ตในทีวี กับเข้าไปร่วมคอนเสิร์ตจริง ๆ ประมาณนั้นครับ

  • เช้าวันที่ 18 กันยายน 2552 เป็นอีกวันหนึ่งที่ตื่นเช้ากว่าปกติ รู้สึก สุข สดชื่นและตื่นเต้นอยู่ลึก ๆ ภายในใจ เพราะวันนี้เป็นประสบการณ์แรกที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมการพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบต่อหน้า (Face to Face) กับผองเพื่อนญาติมิตรใน G2K
  • หลังจากปฏิบัติภารกิจประจำวัน ไปส่งเจ้าลูกชายที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว ก็ขับรถมุ่งหน้าสู่เมืองดอกคูณเสียงแคน ซึ่งห่างออกไปประมาณ 70 กิโลเมตร ได้เดินทางไปถึงที่จัดงาน นั่นคือคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เวลาก็เกือบ 9 โมงครึ่งแล้ว มองไปที่บริเวณชั้นล่างของอาคาร ได้ยินเสียงคึกคัก เห็นผู้คนเต็มไปหมด และมองเห็นอาจารย์ ขจิต แว๊บ ๆ แต่บล็อกเกอร์คนแรกที่ได้เสวนาด้วยคื่อ ท่าน ดร.ธวัชชัย หัวเรือใหญ่นั่นเอง ถึงได้ทราบว่า งานของเราจัดที่ชั้น 9 ระหว่างที่จะเดินขึ้นไปที่จัดงานนั้น ก็ได้พบท่านพี่บางทราย (ขออนุญาตเรียก "พี่" เพราะเรียกท่านอย่างนั้นจริง ๆ ) ทักทายกันพักใหญ่ จึงชวนท่านขึ้นไปลงทะเบียนเข้าร่วมงานพร้อมกันครับ

  

  • ตอนที่ลงทะเบียนนั้นได้กระเป๋าผ้าใบเท่ห์ เปิดดูข้างในมีของฝากมากมาย มีเสื้อสีขาวสวยอยู่ด้วย ผมไม่รอช้าที่จะเปลี่ยนมาใส่เสื้อทีมทันที
  • พอเดินเข้าไปในงานเป็นกิจกรรมช่วงแนะนำตัวพอดี โดยให้แนะนำตนเองและเพื่อนคนถัดไป ถึงแม้จะตื่นเต้นอยู่บ้างเป็นธรรมดา แต่เป็นความตื่นเต้นที่อยู่บนความสุขและความอบอุ่น ทั้งนี้ถึงแม้จะเป็นการพบหน้ากันครั้งแรก แต่ก็รู้สึกเหมือนสนิทสนมและรู้จักกันเป็นอย่างดีมานานแล้ว
  • ช่างเป็นความบังเอิญเหลือเกินครับ คือ บล็อกเกอร์ที่อยู่ถัดจากผมไป คือ ท่านพิชชา ที่มาคอมเมนต์ในบันทึกล่าสุดของผมนั่นเอง

 

 

  • การได้พบปะบล็อกเกอร์ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ทั้งที่รู้จักกันดีและพึ่งมารู้จักกันนั้น ผมว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ผมประทับใจยิ่ง 
  • ผมรู้สึกว่า ถึงแม้การพบปะและได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันออนไลน์บน Gotoknow นั้นก็เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีเสน์ห์ยิ่งอยู่แล้ว แต่การได้มาสัมผัสกันจริง ๆ พบปะกันแบบต่อหน้า (f2f) ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่เหมือนเราดูคอนเสิร์ตในทีวี กับเข้าไปร่วมคอนเสิร์ตจริง ๆ ประมาณนั้นครับ
  • ผมหมายถึงว่า เราจะได้พบปะผู้คนตัวจริงเสียงจริงอย่างเป็นธรรมชาติแบบสดใหม่จริง ๆ ที่มีจุดเด่นคือความหลากหลายทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ อาชีพ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน หันหน้าเข้าหากัน พบปะกันด้วยใจ
  • ส่วนตัวผมแล้ว ผมได้เรียนรู้มากมายตั้งแต่วินาที่ที่ก้าวเท้าลงจากรถ จนถึงการร่ำลาจากกันไป (ชั่วคราว) เราได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจ เปิดกรอบ ออกจากกรอบชีวิตของเรา
  • การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นเดียวกัน จากผู้คนแบบ 360 องศา ที่มีความหลายหลาย ทำให้เห็นมุมมองสร้างสรรค์ที่หลากหลาย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาที่สมบูรณ์กว่า การคิดจากกลุ่มคนกลุ่มเดียว เช่น การคุยเรื่องการศึกษา จากผู้คนที่หลากหลายอาชีพ จะได้แนวคิดที่หลากหลายและเป็นประโยชน์มากกว่านักการศึกษามาคุยกันเอง ซึ่งจะติดกรอบของนักการศึกษาและเข้าถึงความเป็นจริงของการศึกษาและของชีวิตได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
  • ช่วงนี้ติดภาระกิจสร้างกระท่อมน้อย เกรงว่าจะมาสะท้อนผลช้าเกินไป จึงเขียนบันทึกนี้ด้วยความรีบร้อน ทำให้อ่านยากสักหน่อย แต่จะกลับมาเกลาใหม่ทีหลังนะครับ

Gotoknow1