นิทานที่ครูก้ามกุ้งส่งมาให้เด็กๆอ่านและช่วยกันตั้งชื่อ

บ้านสีเทาในเมืองสีเทา

              เสียงน้ำหยดดัง  ติ๋ง...ติ๋ง  ดังอยู่ใกล้ ๆ  ทำให้ต้นหอมลืมตาขึ้น  ความรู้สึกแรกของเธอคือ   ตัวเธอนอนอยู่บนอะไรสักอย่าง ที่หยาบ ๆ แข็ง ๆ ที่ผิดกับเตียงนอนนุ่ม ๆ ของเธอ   สิ่งแรกที่ต้นหอมเห็นคือเพดานสูง ๆ โค้ง ๆ

สีเทาทึม  มือของเธอแตะกับอะไร สักอย่าง  เธอเหลือบมอง  มันคือใบไม้แห้งสีเทา ๆ  ที่เธอนอนทับอยู่   

              ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นซิ  ฉันจะได้ทำความสะอาดห้อง  เจ้าของเสียงยืนอยู่ที่มุมห้องซึ่งต้นหอมไม่ทันสังเกตเห็น  เธอเป็นหญิงที่มีรูปร่างอ้วนกลมและเตี้ยมาก ๆ  สวมชุดกระโปรงยาวคลุมเท้าสีเทาอ่อนฟูฟ่อง มีดอกไม้สีเทาเข้มกระจายทั่วตัว  มีผ้ากันเปื้อนสีเทาคาดทับไว้   ใบหน้าของเธอกลมเหมือนซาลาเปา  แก้มสีชมพูสด  ปากเล็ก ๆ  ก็สีชมพูสด  ผมสีน้ำตาลเข้ม  มีผ้าคลุมผมสีเทาคลุมทับไว้  ปล่อยปลายผมที่เป็นลอนม้วนเป็นหลอด ๆ ยาวลงมาถึงบ่า  ดูเหมือนตุ๊กตาของต้นหอมที่ป้าแหวนทองซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดที่ผ่านมาไม่มีผิด  ในมือของเธอถือไม้กวดสีเทาไว้ด้วย

              อ้าว !..ยังไม่ลุกขึ้นอีก ตุ๊กตาตัวอ้วนกลมพูดขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าต้นหอมยังคงนอนมองเธอเฉยอยู่  

              ต้นหอมลุกขึ้นนั่งมองไปรอบ ๆ  ดูไม่เหมือนห้อง  แต่เหมือนกล่องไม้สีเทา ๆ  ที่มีใบไม้สีเทารองก้นกล่อง  ด้านหนึ่งมีประตูที่เหมือนฝากล่องถูก

 

 

                                                                                         2

เปิดไว้  อีกด้านหนึ่งมีช่องเล็ก ๆ  คงเป็นหน้าต่างแต่ก็ดูเหมือนฝากล่องกระดาษถูกเจาะอีกเหมือนกัน  นอกจากนั้นในห้องนี้ก็ไม่มีอะไรอีกเลย

              ที่นี่บ้านของเธอหรือ  เธอเป็นใครล่ะ  ต้นหอมถาม ตุ๊กตาอ้วนกลมไม่ตอบแต่ฉุดมือให้ต้นหอมยืนขึ้น  แล้วดันต้นหอมไปอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง  ต้นหอมเพิ่งเห็นว่าเสียงติ๋ง ๆ  ที่ทำให้เธอตื่นขึ้นมานั้นคือ  เสียงที่เกิดจากน้ำที่หยดจากเพดานลงในถังน้ำสีเทาเล็ก ๆ  ตรงมุมห้องที่เธอยืนอยู่  นั่นเอง  ตุ๊กตาอ้วนกลมลงมือทำงานของเธอพื้นที่เป็นหินแข็ง ๆ  สีเทาจนสะอาด  แล้วเก็บใบไม้ที่กองไว้ไปใส่ในถัง

              ฉันจะต้องทำงานหลายอย่าง ตุ๊กตาอ้วนกลมพูดเสียงหงุดหงิดก่อนจะหิ้วถังใบไม้เดินออกจากประตูไป ต้นหอมเดินตามออกไป  เธอยังงงกับสิ่งที่ตัวเองพบเห็นอยู่ในขณะนี้   ที่นี่เป็นที่ไหน   ไม่ใช่บ้านของเธอแน่ ๆ

              ต้นหอมเดินตามตุ๊กตาอ้วนกลมไปยังสนามหน้าบ้าน  ที่นั่นต้นหอมเห็นต้นไม้รูปร่างแข็งทื่อสีเทา ๆ  ดูเหมือนแท่งหินมากกว่าเป็นต้นไม้  บางต้นมีดอกสีน้ำตาลปนเทา  ต้นหญ้าที่พื้นสนามก็เป็นสีเทา  แม้แต่นกที่เกาะบนกิ่งไม้ก็มีขนสีเทา  ผีเสื้อก็มีปีกสีเทาอีกด้วย  ขณะนี้ต้นหอมยืนอยู่ท่ามกลางสิ่งต่าง ๆ  ที่เป็นสีเทา  ดูเหมือนว่าโลกทั้งโลกเป็นสีเทาไปทั้งหมด  ตุ๊กตาอ้วนกลมกวาดใบไม้สีเทาไปกองรวมกันไว้   แล้วโกยใส่ถังจนเต็มสองถัง  จากนั้นก็หิ้วถังใบไม้กลับเข้าไปในบ้าน

              ต้องเปลี่ยนที่นอนเป็นงานแรกของฉัน  ตุ๊กตาอ้วนกลมพูดพึมพำ 

                                                                                                       3

ไม่สนใจว่าต้นหอมจะได้ยินหรือไม่  ต้นหอมเดินตามเข้าไปในบ้าน  ตุ๊กตาอ้วนกลมเทใบไม้กองกับพื้นแล้วจัดให้ได้รูปคล้ายเตียงนอน

              เธอจะบอกฉันได้หรือยังว่าที่นี่เป็นเป็นที่ไหนกัน  ต้นหอมถาม

              ถามแปลก ๆ  ก็เธออยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว  แล้วฉันก็ต้องวุ่นอยู่กับเธอทั้งวันนี่ไง   จัดเตียงเสร็จก็ต้องไปทำอาหารให้เธอต่อไปอีก  ตุ๊กตาอ้วนกลมตอบอย่างขัดใจโดยไม่เงยหน้ามองต้นหอม

          ฉันน่ะหรืออยู่ที่นี่ ต้นหอมถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง  ตุ๊กตาอ้วนกลมยังคงเฉย  หมุนตัวกลับหิ้วถังเปล่าออกไปจากห้องหายไปทางหลังบ้าน

              ต้นหอม   ต้นหอม  เสียงเล็ก ๆ  เรียกชื่อต้นหอมอยู่ใกล้ ๆ แต่เธอมองไม่เห็นตัวของเจ้าของเสียง

              ใครเรียกฉัน  ต้นหอมถามพร้อมกับพยายามมองหา

              ฉันเอง  เธอก้มลงมาดูใกล้ ๆ เท้าของเธอซิ  ระวังอย่ายกเท้านะจะเหยียบฉัน    ต้นหอมก้มลงมองดู  เธอไม่เห็นอะไรนอกจากตั๊กแตนตาโปนสีเทาตัวหนึ่ง  อย่าบอกฉันนะว่า  ตั๊กแตนพูดกับฉัน  ต้นหอมพูดอย่างที่คิดจริง ๆ 

              ช่..า...ย...  ฉันพูดกับเธอเอง  ฉันชื่อเมฆเทา  ฉันเป็นตั๊กแตนที่หล่อที่สุดในละแวกนี้ และเป็นนักร้องเพลงที่มีเสียงไพเราะที่สุดนะ   และชอบแต่งเพลงอีกด้วย   เมฆเทารายงานตัวเองกับต้นหอมพร้อมกับทำท่าผงกหัวขึ้น ๆ ลง ๆ  ซึ่งเป็นท่าทางประจำตัวของเขาเมื่อเขาอยากร้องเพลง หรือคิด

4

เพลงใหม่ ๆ ได้  ต้นหอมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างมึนงงกับสิ่งที่เธอกำลังพบเห็นอยู่ขณะนี้

              จะบอกฉันได้ไหมว่า  ฉันอยู่ที่ไหน  เกิดอะไรขึ้นกับฉัน                                                             

ต้นหอมคุกเข่าแล้วก้มลงถามตั๊กแตนเมฆเทาอย่างมึนงงกับสิ่งที่กำลังพบเห็นอยู่ขณะนี้

              เธอนี่ถามตลกจริง  ๆ  แล้วนี่เธอจะชวนฉันคุยอีกนานไหม ฉันมารับเธอนะ  เมฆเทาย้อนถาม

              มารับฉันหรือ  จะไปไหน  ต้นหอมสงสัยและงงหนักขึ้นไปอีก

              ก็ไปงานเลี้ยงไง  นี่คุณเทาฟูไม่ได้บอกเธอหรือ

              คุณเทาฟู  ใครกัน  อ๋อ !....คนที่เหมือนตุ๊กตาอ้วนกลมนั่นน่ะหรือ เขาไม่ได้บอกอะไรเลย  นอกจากบ่นโน่นบ่นนี่  แล้วก็ทำงาน   ต้นหอมไม่อยากจะตั้งคำถามอีกเพราะไม่เคยได้รับคำตอบอะไรเลย  เธอเพิ่งจะนึกออกได้ลาง ๆ  ว่า  ก่อนหน้านี้ เธอกำลังตื่นเต้นกับการเตรียมเก็บข้าวของของเธอลงกระเป๋าเพื่อเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในเช้าวันพรุ่งนี้  ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอม  เธอกับครอบครัวและญาติ ๆจะไปพักผ่อนที่นั่น สัก 3 - 4 วัน  ซึ่งต้นหอมตื่นเต้นดีใจมาก  แต่ในขณะที่ต้นหอมกำลังเตรียมข้าวของอยู่นั้น  อยู่ ๆ  ก็รู้สึกง่วงมาก แล้วเธอก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย  มารู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในที่ที่แปลกประหลาดนี้  เมฆเทากระดิกหนวดถี่ ๆ สองสามครั้งก่อนจะกระโดดขึ้นมาเกาะบนมือของต้นหอม

5

คุณเทาฟูเธอก็เป็นอย่างนี้แหละ  ขี้บ่น  ทำแต่งาน  แต่ดีหน่อยที่ทำอาหารอร่อย  เมฆเทาบรรยายสรรพคุณตุ๊กตาอ้วนกลมของต้นหอมแล้วหัวเราะกิ๊ก ๆ  แล้วก็เหมือนนึกได้  กระดิกหนวดถี่ ๆ ก่อนพูดว่า

              เธอมัวชวนฉันคุย  รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะได้ไปด้วยกัน 

อ้อ..!  แล้วอย่าสวมเสื้อผ้าสีประหลาด ๆ  อย่างนี้อีกล่ะ  เดี๋ยวพวกชาวบ้านจะคิดว่าบ้า     ต้นหอมมองชุดกระโปรงสีส้มสลับขาวระบายขอบกระโปรงด้วยลูกไม้โปร่งสีส้มสดใสของเธอ  ก่อนจะอดถามไม่ได้ว่า 

              ไปไหนหรือ

              ไปงานเลี้ยงของหมู่บ้านน่ะซิ  เธอนี่ความจำเสื่อมหรือไง

 

 

 

             

             

                                                                                                        

 

 

 

6

 

 

งานเลี้ยงสีเทา

 

              ต้นหอมเพิ่งสังเกตเห็นเดี๋ยวนี้เองว่า  ชุดที่เธอสวมใส่อยู่นั้น มันแตกต่างจากสีของทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเธอในขณะนี้  เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสีเทาไปหมด  จนดูเหมือนว่าเมืองนี้ทั้งเมืองมีแต่สีเทาเท่านั้น

              คุณเทาฟูหรือคุณตุ๊กตาอ้วนกลม เอาเสื้อผ้ามาให้ต้นหอมเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงผ้าลูกไม้สีเทาเข้ม  มีแต่ระบายรอบคอ  ปลายแขน  และชายกระโปรงเท่านั้นที่เป็นสีเทาอ่อน  ต้นหอมนึกถึงงานเลี้ยงที่เมฆเทากำลังจะพาเธอไป  คงมีแต่คนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีเทาเต็มไปหมด  เพียงแต่นึกก็ไม่สดชื่นแล้ว   เมฆเทาเกาะบนบ่าของต้นหอมแล้วบอกต้นหอมว่า  รถของคุณเทาศักดิ์จอดรออยู่ที่นอกบ้าน  ต้นหอมเดินไปที่ประตูรั้วสีเทา ก็เห็นรถที่มีรูปร่างเหมือนกาต้มน้ำสีเทาจอดอยู่  รถคันนี้มีล้อใหญ่โตดูไม่สมส่วนเอาเสียเลย  คุณเทาศักดิ์ที่เมฆเทาพูดถึง เป็นคนขับรถที่มีรูปร่างเล็ก  ตัวเตี้ยและอ้วนกลมเหมือนลูกบอลกลม ๆ   สวมเสื้อกางเกงสีเทา  สวมหมวกใบใหญ่สีเทา ปีกหมวกปิดมาถึงคิ้ว เขายิ้มให้พร้อมกับเปิดหมวกแล้วกล่าวสวัสดีกับต้นหอม   ก่อนเปิดประตูรถให้ต้นหอมขึ้นไปนั่งคู่กับเขาแล้วออกรถ

 

 

7

รถกาต้มน้ำแล่นโขยกเขยก ๆ  ไปตามถนนสีเทา  และบีบแตรเสียงเหมือนนกหวีด ปรี๊ด..ด..ด..ด  ไปเป็นระยะ ๆ   ตลอดสองข้างทางมีบ้านเรือนสีเทารูปร่างแปลกตาปลูกอยู่เรียงราย  มีบ้านที่มีรูปร่างเหมือนขวดไวน์  เหมือนช้อนส้อม เหมือนปิ่นโต  เหมือนฟักข้าวโพด  เหมือนผลแตงกวา  เหมือนถ้วยไอศกรีม  และเหมือนถ้วยกาแฟก็มี   ทุกบ้านมีรั้วไม้สีเทาเตี้ย ๆ   บางบ้านเลี้ยงสัตว์รูปร่างเหมือนไก่แต่มีสี่ขา   บางตัวรูปร่างเหมือนหมูแต่มีสองขา เดินหากินอยู่ข้าง ๆ  บ้าน  สัตว์ทุกตัวก็มีสีเทา   ทุกบ้านปลูกต้นไม้ที่มีใบสีเทาไว้รอบ ๆบ้าน  เป็นต้นไม้ชนิดเดียวกับที่บ้านที่เธอเพิ่งออกมา  คงเอาใบไปทำที่นอนเหมือนกัน ผู้คนที่ต้นหอมพบเห็นทุกคนล้วนแล้วแต่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีเทาทั้งนั้น   ช่างเป็นเมืองสีเทาจริง ๆ    ต้นหอมรู้สึกว่ายิ่งออกมานอกบ้าน

บรรยากาศก็ยิ่งหม่นมัวมายิ่งขึ้นเพราะมีแต่สีเทานั่นเอง  เมฆเทาผงกหัวขึ้น ๆ  ลง ๆ  อันเป็นท่าทางที่แสดงว่าเขากำลังคิดเพลงใหม่ได้  หรืออยากจะร้องเพลง  แต่ครั้งนี้เขายังคิดเพลงใหม่ไม่ได้  เขาจึงร้องเพลงออกมาอย่างอารมณ์ดี   เมืองสีเทา    เมืองสีเทา   เมืองของเรา  สีเทาทุกคน.....สีเทาจริง ๆ ...

              รถกาต้มน้ำสีเทาพาต้นหอมกับเมฆเทามาถึงลานดินสีเทากว้างขวางแห่งหนึ่ง  ที่นั่นมีผู้คนนั่งบ้างเดินบ้างอยู่มากมาย  ทุกคนดูไม่แตกต่างกันเลยเพราะมีสีเทาของเสื้อผ้าเหมือน ๆ  กัน  ต้นหอมเองก็รู้สึกว่าเธอก็ไม่มีความแตกต่างจากทุกคน

 

8

             ต้นหอมกับเมฆเทาเข้าไปรวมกับคนเหล่านั้น  ไม่มีใครสนใจเธอเลย  พวกเขาต่างช่วยกันยกอาหารในภาชนะกลม ๆ สีเทา ๆ  มาวางเรียงกันไว้บนโต๊ะยาวสีเทาขนาดใหญ่   อาหารในภาชนะเหล่านั้นมีรูปร่างแปลก ๆ ต้นหอมไม่เคยเห็นมาก่อน  บางอย่างเป็นก้อนกลมใหญ่   บางอย่างเป็นแผ่น ๆ  บางอย่างเละ ๆ  แต่ไม่ว่าจะมีรูปร่างอย่างไรก็ไม่พ้นมีสีเทา  บนลานกว้างร่มรื่นด้วยตันไม้สีเทาที่มีดอกสีน้ำตาลเต็มต้น  ใต้ต้นมีเสื่อปูไว้  มีคนหลายคนนั่งคุยกันอยู่เป็นกลุ่ม ๆ

              ไปนั่งที่เสื่อนั่นซิต้นหอม  อีกสักครู่เขาจะเริ่มงานกันแล้ว  เมฆเทากระซิบบอก  ต้นหอมเดินไปนั่งใกล้ ๆ  กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูไม่ออกเลยว่า ดวงตาของเธออยู่ตรงส่วนไหนของใบหน้า  เพราะหน้าที่กลมเหมือนซาลาเปากับแก้มที่ป่องออกมาทำให้บังดวงตาของเธอจนมองไม่เห็น

ไม่นานนักก็มีเสียงดนตรีดัง  แปร๊ก ๆ  ๆ  โปร๊น  ๆ  ๆ    พร้อมกับนักระบำสาวในชุดกระโปรงยาวพลิ้วซึ่งแน่นอนต้องเป็นสีเทา  จำนวนสามสี่คนหมุนตัวติ้ว ๆ  นำหน้านักดนตรีที่เป่าเครื่องดนตรีที่มีรูปร่างเหมือนหัวผักกาดสีเทา ๆ  ออกมาจากมุมหนึ่งของลานกว้าง  ผู้คนในลานกว้างพากันปรบมือพร้อมกับเสียงฮือฮากล่าวชมนักระบำและนักดนตรีไม่ขาดปากว่าเน้นได้สวยงามและเล่นตนตรีได้ไพเราะยิ่งนัก   แม้แต่เมฆเทาก็ชมไม่หยุดเช่นกัน  แต่ต้นหอมกลับดูไม่ออกว่าท่าเต้นของนางระบำเหล่านั้นสอดคล้องเข้าจังหวะกับดนตรีอย่างไร  แม้แต่เสียงดนตรีก็ฟังไม่เป็นเพลงอะไรเลย    นาง

 

9

ระบำเต้นรำอย่างร่าเริง  ในขณะที่ผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ  ส่งเสียงฮือฮาและปรบมือหัวเราะอย่างชอบใจ  แต่ต้นหอมกลับอ้าปากหาวหวอดเพราะรู้สึกง่วง

              เธอไม่สนุกหรือ  หญิงหน้าซาลาเปาไร้ดวงตาหันมาถาม  เมื่อเห็นต้นหอมหาว  ต้นหอมไม่ทันตอบหญิงสาวก็ถามต่อ อะไรกันนี่เธอไม่มีศิลปะในอารมณ์เอาเสียเลย  พูดจบเจ้าของหน้าซาลาเปาก็หันไปชื่นชมกับนางระบำต่ออย่างไม่สนใจต้นหอมอีก

              น่าเบื่อ  ต้นหอมพูดเบา ๆ  ขยับตัวจะลุกขึ้น

              เจ้าบ้านมาแล้ว....!  เจ้าบ้านมาแล้ว...!   เสียงตะโกนดังยาวเป็นทอด ๆ  แทรกเสียง    แปร๊ก  ๆ  โปร๊น ๆ   ออกมา  ตามด้วยขบวนแห่แหนของ เจ้าบ้าน  ต้นหอมเห็นผู้ชายร่างล่ำหกคน  แบกคานหามรูปร่างเหมือนกล้วยหอมยักษ์สีเทา  เดินตามหลังขบวนนักดนตรีและนางระบำ บนคานหามมีร่างของชายคนหนึ่งที่รูปร่างผอมยาว  สวมหมวกสูงปีกกว้างสีเทา  สวมเสื้อคลุมรุ่มร่ามสีเทา ในมือถือผลไม้รูปร่างเหมือนส้มโอสีเทา   เขาคือเจ้าบ้าน  เจ้าบ้านนั่งหัวเราะปากกว้าง  เสียงดัง  หุ...หะ...หุ...หะ  เขาโบกมือทักทายชาวบ้านอยู่ไปมา  ชาวบ้านส่งเสียงโห่ร้องต้อนรับอย่างไม่หยุดปาก  ในขณะที่เสียงดนตรีและนักระบำยังคงทำหน้าที่อยู่ต่อไป

              ที่ตามหลังขบวนเจ้าบ้านมาก็คือ  ขบวนอาหารของชาวบ้านหลายสิบคน  ต้นหอมมองไม่เห็นว่าอาหารนั้นคืออะไร  เธอได้แต่กลิ่นของอาหารที่มีกลิ่นไหม้แปลก ๆ  และทำให้เธอรู้สึกแสบจมูก

10

 

              หุ.....หะ.....หุ.....หะ   ได้เวลาทำพิธีวันอาหารอร่อยของเราแล้ว  เจ้าบ้านประกาศเสียงดังกว่าเสียงดนตรีเสียอีก

              เสียงดนตรีและนักระบำหยุดทันที  คานหามกล้วยหอมถูกวางลงกับพื้น  เจ้าบ้านก้าวลงมายืนบนลานที่ปูด้วยเสื่อ   ชูส้มโอในมือแล้ว หมุนไปรอบ ๆ  พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแปลก ๆ ไม่หยุดปาก  ถาดอาหารทั้งหมดถูกวางลงกับพื้น  ต้นหอมมองดูอาหารในถาด  นอกจากก้อนเละ ๆ  สีเทา ๆ  แล้ว

เธอไม่เห็นอะไรที่น่าจะเรียกว่าอาหารอีกเลย  เจ้าบ้านหยุดหมุนตัว  เขาคุกเข่าลงกับพื้น  วางผลส้มโอลงแล้วผงกหัวขึ้น ๆ  ลง  ๆ  อยู่หลายครั้ง  พร้อมกับกล่าวด้วยเสียงอันดัง  เหมือนจะสวดบูชาอะไรสักอย่าง

              อาหาร   อาหาร   ขอให้อาหารแสนอร่อยจงมีอย่างสมบูรณ์  ขอให้มูลดินแห่งสีเทาจงมอบอาหารแสนอร่อย  ให้กับพวกข้าตลอดไป   ขอให้มีตลอดไป แล้วก็ผงกหัวขึ้น ๆ  ลง  ๆ  ติด ๆ  กัน  ชาวบ้านในที่นั้นทุกคนก็ต้องทำตาม  ต้นหอมมองซ้ายมองขวา  จนเมฆเทากระซิบว่าให้ทำตาม  ต้นหอมจึงต้องผงกหัวขึ้น ๆ ลง  ๆ  ตาม  แต่ก็อดกระซิบถามเมฆเทาไม่ได้

              เขาทำอะไร  เมฆเทาทำเสียงจิ๊กจั๊กกระดิกหนวดอย่างขัดใจ ก่อนกระซิบตอบ  สวดบูชามูลดินสีเทาเทพเจ้าของพวกเราไง

              เจ้าบ้านและชาวบ้านผงกหัวอยู่หลายครั้งมากจนต้นหอมรู้สึกเมื่อยคอไปหมด  แล้วเจ้าบ้านก็ยืนขึ้น  หยิบอาหารในถาดตรงหน้าชิ้นหนึ่งขว้างขึ้น

11

ไปในอากาศ  ทันใดนั้นชาวบ้านทุกคนก็แย่งกันห