การจัดการความรู้ นับเป็นกระแสโลกาภิวัตน์หนึ่งที่บรรณารักษ์และนักวิชาชีพสารสนเทศทั่วโลก กำลังให้ความสนใจอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ด้วยเล็งเห็นว่า นโยบายของรัฐบาลประเทศต่างๆ รวมทั้งรัฐบาลไทย ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมฐานความรู้ (Knowledge-based society) หรือเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based economy) โดยมีหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศ โดยอาศัยความรู้เป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มขีดสมรรถนะทางการแข่งขันของประเทศ นอกจากนั้น ยังมีความเสี่ยงจากการสูญหายขององค์ความรู้สำคัญ ซึ่งขาดการถ่ายทอดให้ต่อเนื่องและพัฒนาเพื่อการนำไปใช้ในเชิงสร้างผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่ามกลางกระแสสังคมแห่งการจัดการความรู้ นับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่บรรณารักษ์/นักสารสนเทศ จะต้องปรับตัวให้ก้าวไปข้างหน้าและวางบทบาทตนเองอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่ามกลางโลกยุคปัจจุบัน ที่มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารและสารสนเทศ (ICT) มาใช้เพื่อให้การบริการห้องสมุดและสารสนเทศมีความสมบูรณ์แบบ เป็นแหล่งจัดเก็บสารสนเทศที่มีคุณภาพเพื่อพร้อมบริการแก่ผู้ใช้บริการอย่างสะดวกและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การให้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตต้องอาศัยการสร้างข้อมูลสารสนเทศ การถ่ายทอด กระบวนการนำสารสนเทศไปใช้ และสืบเนื่องไปจนถึงการจัดการความรู้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บรรณารักษ์/นักสารสนเทศจะต้องดำเนินบทบาทในฐานะ “ผู้จัดการความรู้” ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการบ่งชี้ความรู้ สกัดและรวบรวมความรู้มาจัดระบบ สนับสนุนการเข้าถึงคลังความรู้ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ๆ ขึ้นในสังคม
ปัจจุบัน เว็บทางสังคม (Social web) จัดเป็นเครื่องมือทันสมัยที่นำมาใช้ในการจัดการความรู้อย่างแพร่หลาย จึงนับเป็นเรื่องสำคัญที่บรรณารักษ์/นักสารสนเทศจะต้องสร้างบทบาทในเชิงรุกในการเรียนรู้และสร้างเครือข่ายทางสังคม (Social networks) เพื่อการแบ่งปันความรู้ ส่งเสริมการเข้าถึงความรู้ในกลุ่มผู้ใช้และประชาชนไทยโดยรวม การบูรณาการระหว่างเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ กับเครื่องมือการจัดการความรู้ จึงเป็นพื้นฐานอันสำคัญยิ่งยวด ในการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ อย่างยั่งยืน