ครูดี จึงมีหน้าที่ "ต๊าบเกลียว" ให้ลูกศิษย์

บุคลิกสำคัญของครูดี ครูควรจะทำหน้าที่ "ปั่น" ความรู้ให้ "ลูกศิษย์...

ครูต้องรู้จัก "ปั่น" หัว เพื่อ "คั่ว" ความรู้และประสบการณ์

การสอน การบรรยายนั้นศิษย์จะได้แค่ "ความจำ"

แต่การปั่นความรู้ให้ลูกศิษย์นั้น จะเป็น "ความรู้" ที่นำไปใช้ตลอดไป

ความรู้ที่คุณครูแสดงบทบาท "นักปั่น" นั้น จะทำศิษย์ต้อง "คิด" อยู่ตลอดเวลา

การตั้งคำถาม การชง การตบ เป็นหน้าที่ของ "ครูดี"

ในบทชีวิตนั้นไม่มีสูตรหรือสมการตายตัว

การปั่นหัวลูกศิษย์นั้นจึงเป็นเทคนิคที่ให้ความรู้แบบยืดหยุ่นและหดตัว เพื่อให้ลูกศิษย์สามารถเอาตัวรอดในวันหน้า

การปั่นความรู้ของครู ก็คือ การทำหน้าที่ของ "เครื่องต๊าบเกลียว"

เด็กหรือลูกศิษย์ที่เข้ามาเรียนนั้นก็เปรียบเสมือนเหล็กแท่งกลม ๆ ราบเรียบ ไม่มีริ้ว ไม่มีรอย

ครูดี จึงมีหน้าที่ "ต๊าบเกลียว" ให้ลูกศิษย์

เมื่อเหล็กหรือท่อแป๊บมีเกลียวแล้ว ก็สามารถเข้าไปขัน เข้าไป "ต่อ" เข้าไปเชื่อมโยงความรู้กับ "ชีวิต"

เครื่องต๊าบเกลียดจะประกอบด้วยปลายเหล็กที่แข็งและแหลม พร้อมที่ทิ่มแทงเหล็กให้เป็นเกลียว

อีกส่วนหนึ่งคือ มอเตอร์ที่มีหน้าที่ "ปั่น" หรือหมุน ให้เหล็กหรือแป๊บนั้นสัมผัสจนเหล็กนั้นกลายเป็น "เกลียว"

ถ้าปั่นดีแป๊บท่อนนั้นก็จะสามารถนำไปขัน ไปต่อกับแป๊บหรือหัวน๊อตต่าง ๆ ได้

ถ้าปั่นไม่ดีก็จะกลายบังเกิดมีริ้ว เกิดมีรอย นำไปสวมไปต่อกับอะไรก็ไม่ได้ ต้องเจียร ต้องขัด เอาขี้เหล็ก เอาริ้ว เอารอยออกให้หมด...

ครูดีจึงมีหน้าที่ "ปั่น" ความรู้ให้ "ลูกศิษย์"

เพื่อให้ศิษย์นี้สามารถนำชีวิตของตนเองไปต่อยอดตามความต้องการที่ตนอยากเป็น

ปั่นดี เกลียวดี

เกลียวที่ดีย่อมสอดประสานกับประสบการณ์ดี ๆ

ประสบการณ์ดี นำชีวิตดี

ความดีนั้นจะพาชีวี "เจริญ..."