สร้างกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน และกระตุ้นให้นักเรียนหาความรู้ด้วยตนเอง

|
|
ครูสารภี สายหอม "ครูเพื่อศิษย์ "กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสำโรงทาบวิทยาคม สร้างกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน และกระตุ้นให้นักเรียนหาความรู้ด้วยตนเอง
การใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการจัดการเรียนรู้และออกแบบการเรียนการสอนนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้สอดแทรกในการเรียนและทำให้รู้สึกกลมกลืนในชีวิตประจำวัน นำหลักสูตรแกนกลางมาพิจารณามาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนและเนื้อหาว่าส่วนใดที่สามารถนำมาบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจพอเพียงได้ โดยเลือกเนื้อหาโลกและการเปลี่ยนแปลง
มีการออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนละ ๒ ชั่วโมง รวมเป็น ๖ ชั่วโมง โดยให้ความรู้นักเรียนก่อน ได้แก่
๑. กระบวนการเกิดดินและคุณสมบัติของดิน
- เริ่มต้นด้วยครูสอนและพูดคุย ดูผังการเกิดดินว่ามีองค์ประกอบ ๒ ส่วน คือวัตถุต้นกำเนิดดิน และ humus (เศษซากพืชซากสัตว์ที่ผ่านการย่อยสลายสมบูรณ์แล้ว) - ให้นักเรียนเรียนรู้และวิเคราะห์จากการวิพากษ์การ์ตูน “ดินจ๋าอย่าร้องไห้” เพื่อให้นักเรียนเห็นถึงทุกข์ของดิน - ให้นักเรียนทดสอบชั้นหน้าตัด โดยใช้ใบงาน (ซึ่งใบงานจะบอกวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ให้นักเรียนรู้จักอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน) นักเรียนเอาดินจากหมู่บ้านมาทดสอบ ทดลอง - ตอบคำถามว่าเข้าใจสิ่งที่เรียนหรือไม่ เช่น สิ่งที่เจือปนระหว่างดินชั้นบนกับชั้นล่างต่างกันอย่างไร - ส่งรายงานองค์ประกอบของดิน วิเคราะห์ดินที่เหมาะกับการเพาะปลูกควรเป็นอย่างไร - เด็กกลับไปสังเกตดินที่บ้าน
๒. พฤติกรรมการใช้ประโยชน์ของดินในชุมชน - ครูให้นักเรียนเรียนว่าเราใช้ประโยชน์จากดินได้หลายวิธี ให้นักเรียนสังเกตว่าปัจจุบันนักเรียนเห็นว่าเป็นอย่างไร - วางแผนการสำรวจดินภายในกลุ่ม นักเรียนออกแบบการลงชุมชน เช่น ออกแบบการสัมภาษณ์ การตั้งคำถาม เป็นต้น - ครูตรวจความเหมาะสม ทั้งเวลาที่ใช้ เนื้อหา และกระบวนการทำงาน - สำรวจท้องถิ่น นักเรียนร่วมกันสังเกตพฤติกรรมการใช้ดินของชุมชน แยกแยะพฤติกรรมที่ดีและไม่ดีว่าแตกต่างกันอย่างไร นักเรียนอาจบันทึกภาพมาได้ สัมภาษณ์ชาวบ้านถึงวิธีดำเนินการพัฒนาปรับปรุงดิน

๓. แนวทางการพัฒนาดินของคนในชุมชน - นักเรียนแลกเปลี่ยนกันว่าแนวทางการปรับปรุงดินที่ดีเป็นอย่างไร ใช้วิธีการแบบไหน ถ้าสืบค้นแล้วไม่ชัดเจน ต้องสืบค้นเพิ่มขึ้น เช่น สืบค้นจากอินเตอร์เน็ต เป็นต้น - ใช้สื่อเศรษฐกิจพอเพียง อธิบายให้เห็นว่าวิธีการทำนาที่แตกต่างกันจะส่งผลต่างกัน คือ การดำนา จะไถละเอียด หญ้าจะไม่เยอะ แต่ถ้านาหว่าน หญ้าจะเยอะ ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าควรจะทำนาด้วยวิธีไหน เพราะอะไร - ครูจะสอนความหมายของเรื่อง ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ให้นักเรียนย้อนดูว่าการทำโครงงานแต่ละขั้นตอนสัมพันธ์กับเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร เป็นการสอนไปก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาคิดวิเคราะห์หลักปรัชญา การบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงในเนื้อหาสาระวิชา -มีการสอนความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง ให้เด็กได้เรียนรู้จากสื่อเศรษฐกิจพอเพียง และให้เด็กได้ถอดบทเรียนว่าสิ่งที่ได้ศึกษามาเป็นเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร
ผลที่เกิด - นักเรียนซึมซับวิธีคิดเศรษฐกิจพอเพียงในการหาเหตุผลตัดสินใจ - นักเรียนเรียนรู้ที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม และนำวิทยาศาสตร์มาใช้กับเรื่องใกล้ตัว เช่น บอกความแตกต่างของดินได้ บอกได้ว่าพฤติกรรมเช่นไรทำลายดินได้อย่างไร - นักเรียนเรียนรู้ด้วยความสนุก และรู้จักการทำงานเป็นทีม - นักเรียนไม่ได้เรียนเฉพาะในห้องเรียน แต่ได้ย้อนกลับไปหาชุมชน ได้ฝึกสังเกตและศึกษาปัญหาของชุมชน - กระตุ้นให้ให้นักเรียนหาความรู้ด้วยตนเอง และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่รอบตัว เช่น ใช้ขวดพลาสติกแทนบีกเกอร์ เป็นการพึ่งพาตนเอง
|
บทสัมภาษณ์:
|
สวัสดีค่ะ
การปลูกฝัง ศก.พอเพียงเป็นเรื่องดีมากเลยค่ะ
มาให้กำลังใจและชื่นชมค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์ จากคุณครูคิม ครับ..ขออนุญาต ลปรร.กับอาจารย์ด้วยคน ครับผม
สวัสดีค่ะพี่ นงนาท สนธิสุวรรณ
เย้ๆดีจังเลยค่ะ เทียนน้อยจะพยายามน้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการต่อไปค่ะ เทอมหน้าคาดว่าจะสนุกและมีเรื่องๆให้ทำอีกแล้วค่ะ ถึงแม้คณิตศาสตร์จะค่อนข้างวิเคราะห์เนื้อหาระดับ ม.5 ที่สอดคล้องได้น้อยแล้ว แต่ก็จะพยายามต่อไปค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ^_^
เข้ามาชื่นชมครับ
- นักเรียนซึมซับวิธีคิดเศรษฐกิจพอเพียงในการหาเหตุผลตัดสินใจ
- นักเรียนเรียนรู้ที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม
- นักเรียนเรียนรู้ด้วยความสนุก และรู้จักการทำงานเป็นทีม
- นักเรียนไม่ได้เรียนเฉพาะในห้องเรียน แต่ได้ย้อนกลับไปหาชุมชน
- กระตุ้นให้ให้นักเรียนหาความรู้ด้วยตนเอง และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่รอบตัว เป็นการพึ่งพาตนเอง
อย่างนี้เรียกว่าพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมครับ
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆครับ
สวัสดีค่ะ
ขอมีส่วนร่วมชื่นชมครูคุณภาพ ครูสารภี สายหอม ที่ท่านจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการเรื่องเศรษฐกิจกิจพอเพียง...ปลูกฝังให้นักเรียนได้ทำงานร่วมกัน รู้จักเสาะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ฝึกสังเกต รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ
มาชม
มีสาระน่าสนใจดีนะครับ...
ขอบคุณมากค่ะที่แวะไปทักทายค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นงนารถ แวะมาดูข้าวของพ่อของครูสารภีค่ะ..ปลื้มใจไปด้วยค่ะ..
http://www.watchari.com/board/index.php?topic=208.0
มารับความรู้และมาเยี่ยมนะค่ะ..ชื่นชมสุดๆ..
สวัสดีค่ะ คุณนงนาท
ขอบพระคุณเรื่องราวดี ๆ ของครุเพื่อศิษย์
อ่านแล้วรู้สึกชื่นชมค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่ (ขออนุญาตเรียกชื่อนี้นะคะ)
มิตรภาพอบอุ่นมากค่ะ
ในช่วงเดินทีละก้าว กินข้าววันละคำ ได้สัมภาษณ์ผู้ใหญ่พิกุล เกี่ยวกับการทำงานการเมืองโดยใช้หลักเศรษฐกิพอเพียงด้วย ซึ่งท่านบอกว่า คะแนนที่ได้มามิได้มาจากการซื้อเสียงแม้แต่คะแนนเดียว แต่มากผลงาน สังเกตดูจากรางวัลต่างๆที่ท่านได้รับค่ะ
ดร.บัญชา (ชิว) สอนพับกระดาษ รูปปาก แบบพอเพียงค่ะ
ส่วนภาพนี้ ดร.ขจิตสอนพับเสื้อโปโลค่ะ น่ารักไหมคะ (เสื้อน่ะค่ะ)
ข้าวโซ้ย...จากเพื่อนสมาชิกจังหวัดหนองคายนำมาฝาก อร่อยมากค่ะ
ส่วนภาพสุดท้าย แม่บ้านท่าน ดร.แสวง รวยสูงเนิน หุงมาฝาก เพราะถ้านำมาหม้อมาหุงที่งาน เกรงกลิ่นจะหอมอบอวลเกินไป จนไม่สามารถมีสมาธิประชุมต่อไปได้ เพราะข้าวของท่านเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์ 100 % ปลอดสารเคมีแล้วยังไม่ไถดินด้วยค่ะ ธรรมชาติและอร่อยมากจริงๆ วันนั้น อาจารย์อนุญาตให้ซื้อกลับไปได้แค่คนละ 1 ถุงค่ะ
สวัสดีครับ..
ไม่ว่าใครก็ตาม ผมก็ยังเชื่อเสมอว่า เราต่างล้วนมีหน้าที่ในการเพาะบ่มต้นกล้าให้กับสังคมเสมอ...
ผมชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นะครับ