แก้วแหวนเงินทองมากองตรงหน้ายังไม่มีคุณค่าเท่า “กำลังใจ” จึงมาเพื่อมอบและเป็นกำลังใจให้ใครหลายคนที่เดินสับสนบนโลกมายา มอบให้จากใจมันดูมีค่าไม่ไร้ราคาหากมาจากใจ

         
          ยามเมื่อใจเหงามักจะแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อปกปิดรอยน้ำตาไม่ให้เอ่อไหล แล้วถามใจเหงาว่าเส้นขอบฟ้าสิ้นสุดตรงไหน กว้างไกลเหลือเกินหากเดินคนเดียวรู้สึกเปล่าเปลี่ยวคนเดียวในใจ

          ในขณะที่ใจเหงา น้ำตาแห่งความเศร้ามักไหลริน รู้สึกตัวเองเริ่มเหนื่อยกับชีวิตที่เป็นไป บางทีใจเริ่มที่จะท้อเมื่อรู้ว่าเราต้องสู้เพียงลำพังคนเดียว นั่งย้อนเวลาที่ผ่านมามันดูไร้ค่าในสายตาตน บางทีความสับสนทำให้คนหมดหนทางเดิน เมื่อใจเราเริ่มล้าความกล้าแทบไม่เหลือ จึงรู้สึกกลัวในเส้นทางเดิน มีใครช่วยปลอบขณะใจเหงา คนนั้นคือเงาของตัวเราเอง บอกว่าให้สู้ถึงรู้ว่าแพ้ เมื่อใจอ่อนแอจะสู้ไงไหว แต่ใครคนหนึ่งที่รู้จักตนบอกให้อดทนแล้วเริ่มต้นใหม่ ใจที่อ่อนล้าเริ่มกล้าอีกครั้ง เริ่มมีพลังก้าวเดินต่อไป  เริ่มรู้จักตนว่าต้องอดทนเดินต่อให้ได้หากแม้จุดหมายไม่ไกลเกินเอื้อม ที่ขอบฟ้าไกลมีแสงรำไรถึงจะอย่างไรจะก้าวให้ถึง

          หากเราได้ทบทวนชีวิตที่ผ่านมาในอดีตกลับพบว่าไม่มีอะไรให้ต้องมานั่งเสียใจและให้ต้องแก้ไขใหม่ แต่ชีวิตที่กำลังจะเดินไปต่างหากที่ต้องทบทวนหวนคิดด้วยความระมัดระวังพยายามอย่าผิดพลาดพลั้งในเส้นทางเดิน พบว่า ชีวิตคนที่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดทรมาน “กำลังใจ” สิ่งนี้สิ่งเดียวที่ทำให้คนก้าวเดินในเส้นทางชีวิตได้อีกครั้ง ทำไมทุก ๆ ครั้งที่ได้นั่งอ่านบทความจึงแอบยิ้มอยู่คนเดียว หากแต่ได้เห็นคำว่า “จะเป็นกำลังใจให้” สำหรับตนเคยทบทวนหลายหนว่ามันมีค่าเหลือคณา แก้วแหวนเงินทองมากองตรงหน้ายังไม่มีคุณค่าเท่า “กำลังใจ” จึงมาเพื่อมอบและเป็นกำลังใจให้ใครหลายคนที่เดินสับสนบน "โลกมายา" มอบให้จากใจมันดูมีค่าไม่ไร้ราคาหากมาจากใจ

          มอบกำลังใจให้กับผู้ทุกข์ทนที่กำลังสับสนบนโลก “มายา” ขอเป็นอีกแรงใจที่ส่งให้ไปสุดปลายขอบฟ้าให้รู้คุณค่าของคำว่าคน ให้ลุกขึ้นเดินเริ่มใหม่อีกหนอย่าได้ทุกข์ทนจมคราบน้ำตา ส่งใจให้ไปกับใจทุกดวงอย่าได้เป็นห่วงตรงนี้ยังมี “กำลังใจให้เธอ”