เหม่อมองผ่านสายฝนโปรยนอกหน้าต่าง…ดูใบไม้น้อยใหญ่ระบัดใบเริงร่า...อากาศสดชื่นเย็นสบาย...กะรอกตัวจิ๋ว เล่นกายกรรมบนสายไฟ...สนุกสนาน...นกตัวเล็กๆ แอบหลบฝนตามกิ่งใบของต้นชมพู่ ช่างเป็นยามเย็นที่แสนจะผ่อนคลาย...คุณยังจำฉันได้หรือเปล่าและคิดถึงฉันบ้างไหม...เพราะนานเหลือเกินที่เราไม่ได้พบกัน...กว่า 6 เดือนที่ฉันปิดรับการสื่อสารทุกอย่าง...เงียบหายไปพร้อมกับสายลมหนาวและวันนี้ฉันมีกำลังใจที่จะหยัดยืนขึ้นอีกครั้งเมื่อปลายฝนเช่นกัน ...มีเรื่องราวร้อยพันทั้งทุกข์และสุขผ่านเข้ามาในชีวิต…ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้กลับมาพบคุณๆ...ที่นี่อีกครั้ง...เวลานี้ฉันพร้อมที่จะออกเดินทางต่อแล้ว...คุณละคะยังยินดีที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางของฉันไหม...

ขอทักทายคุณๆ...ด้วยดอกบัวตองสีเหลืองสดใส แทนคำว่าคิดถึงและขอบคุณ
“เด็กทุกคนก็เป็นคนเหมือนเราเพียงแต่เขาเลือกที่จะเกิดไม่ได้คงจะดีกับพวกเขามากหากว่ามีใครสักคนตั้งใจไปช่วยเขาด้วยความจริงใจไม่ใช้เพราะความจำใจ...” คือถ้อยคำของผอ.สมประสงค์ มั่งอะนะ

พ่อพิมพ์ผู้โด่งดังของโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมได้เข้ามาปลุกจิตสำนึกที่แสนจะริบหรี่ในตัวฉันให้ลุกโพลงอีกครั้ง...อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้โดดเดี่ยวเกินไปในยุคสมัยที่วงการครูตกต่ำถึงขีดสุด ทั้งชื่อเสียง...ลาภยศ ทุกๆสิ่งที่ครูยุคนี้ปรารถนาสามารถซื้อได้ด้วยเงิน...ในภาวะที่สังคมทุกระดับล่มสลายเราไม่สามารถฝากชีวิตและความฝันไว้กับคำโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มคนสีใด...อีกทั้งทำอย่างไรที่ครูจะเนี่ยวรั้งไม่ให้ลูกศิษย์หลงเข้าไปในวังวนของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไหลบ่าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น Hi 5 หรือ Twitter

อยากเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ โดยบริจาคเงินเดือนละ 300 บาท หรือปีละ 3,600 บาท เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนหรือจะแวะไปเยี่ยมให้กำลังใจที่ ห้องเรียนสาขาบ้านเกร๊ะคีของครูหนึ่ง สิปปนนท์ มั่งอะนะ คนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น

เมื่อได้ไปเยี่ยมเยือนถึงถิ่นได้พานพบว่า...การเสียสละและการทำงานปิดทองหลังพระของคนเป็นครู มิอาจวัดได้ด้วยค่าสถิติ และตัวชี้วัดใดๆที่หลายฝ่ายพยายามสร้างขึ้นมาเป็นภาพลวงตา แต่วัดได้จากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สมกับวัยของพวกเขาต่างหาก...ความสำเร็จในชีวิตหรืออนาคตข้างหน้าของพวกเขาเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาประเมินอีกยาวนาน...น่าชื่นชมยินดีที่ทุกคนในที่นี้ร่วมมือร่วมแรง ร่วมใจช่วยเหลือตัวเองโดยไม่รอการหยิบยื่นจากหน่วยงานของรัฐเพียงอย่างเดียว...แม้จักเหน็ดเหนื่อยที่ต้องเดินทางไปสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวทุกค่ำคืนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว...

To Sir With Love :แด่คุณครูด้วยดวงใจเป็นหนังยุค 1967 คุณเกิดทันไหมคะ...เรื่องราวของวิศวกรที่จับพลัดจับผลูเข้ามาสู่อาชีพครู...น่าติดตามว่าเขาจะมีวิธีจัดการกับบรรดานักเรียนจอมเฮี้ยวได้อย่างไร...แต่สิ่งที่ดังกว่าหนังคือเพลงค่ะ น้ำเสียงที่แสนหวานของ Lulu ศิลปินสาวชาวอังกฤษตรึงใจของผู้ฟังตลอดกาล…
…If you wanted the sky I would write across the sky in letters,
That would soar a thousand feet high,
To Sir, with Love…

การได้มาเยือนอุ้มผางครั้งนี้ทำให้อดไม่ได้ที่จะระลึกถึงครูซัน สมพงศ์ หมื่นจิตต์ ครูดอยผู้จากไปเมื่อ18 มิถุนายน 2544 ...ไม่ต้องแปลกใจหากคุณไม่รู้จักครูซัน...เพราะคุณเป็นคนรุ่นใหม่...แต่ถ้าคุณเป็นพวกที่ชื่นชอบศิลปินเพื่อชีวิตยุคเก่าๆ คุณอาจเคยได้ยินได้ฟังเพลงของครูซัน...เสียงเพลงจากแผ่นซีดีของครูซันในวันนี้ทำให้ฉันหวนคืนสู่วันเวลาเก่าๆ อีกครั้ง...ยามอ่อนล้าและเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเมื่อครั้งอยู่เสิงสาง... .บทเพลงของครูซันเคยเป็นแรงใจให้ฉันยิ้มสู้ ความยากลำบากในการดำเนินชีวิตที่ฉันเผชิญในตอนนั้นเทียบไม่ได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของครูซัน...

สมัยก่อนการทำเพลงแต่ละชุดลำบากมากๆ นะคะ ครูซันไปเรียนต่อดนตรีที่บ้านสมเด็จ…โลกมันกลมมากค่ะ เพราะครูซันมาทำแผ่นและบันทึกเสียงกับครูจั๋ง ที่บ้านลพบุรี บ้านครูจั๋งอยู่ถัดออกไปจากบ้านตัวเองในตอนนี้ไม่กี่หลังเอง ยังไม่ได้คุยกับครูจั๋งเลยว่าเป็นแฟนคลับครูซันอ่านบันทึกของครูจั๋งแล้วยิ่งนับถือความอดทนของครูซันมากๆ
“เฮ้ย สมพงศ์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมตะโกนสุดเสียงด้วยความยินดีแฝงด้วยความแปลกใจนิดๆ
“มาตั้งแต่เมื่อวานครับ”
เวรกรรมจริง ๆ ผมลืมบอกไปว่าให้โทรมาก่อน จะได้นัดวันกัน
“แล้วไปพักที่ไหนล่ะ”
“นอนนอกชานนี่แหละครับ”
บ๊ะแล้วกัน.....สมพงศ์ต้องมานอนอยู่นอกชานบ้านผมนี่เอง นึกแล้วก็อยากเขกหัวตัวเองเหลือเกิน แต่ช่วงซัมเมอร์ของลพบุรีดีอย่างคือ ไม่ค่อยมียุง เพราะมันแล้งจัด สมพงศ์จึงรอดชีวิตจากการเป็นอาหารยุงไปได้
เริ่มสร้างโครงเพลงด้วยซอร์ฟแวร์โบราณในยุคเริ่มต้นของดนตรีคอมพิวเตอร์ ใครที่เคยสัมผัสการเรียบเรียงเพลงด้วยคอมพิวเตอร์ จะเข้าใจดีถึงความทรมานแสนสาหัสในการทำให้ความคิดที่เป็นอนาลอค (analog) ให้เป็นเสียงที่สมบูรณ์ออกมาในระบบดิจิตอล(digital) สมพงศ์เดินทางมาหาผมด้วยเทป 1 ม้วน และกระดาษที่จดเนื้อเพลงพร้อมคอร์ด ซึ่งยังไม่พอในการเรียบเรียงเพลง ผมจึงเริ่มดำเนินการ เหมือนกับได้เป็นครูสอนสมพงศ์อีกครั้งหนึ่ง โดยการใช้กระดาษเขียนโน้ต เริ่มแบ่งห้องเพลง แบ่งท่อนตอน วางคอร์ด สร้างลูกโซโล่ อินโทร และลูกจบ รวมทั้งวางแผนเรื่องร้องเสียงประสานด้วย ซึ่งเชื่อว่า การสอนพิเศษในครั้งนั้น ทำให้สมพงศ์มองภาพการสร้างอัลบัมต่อๆ มาด้วยตัวเองได้อย่างช่ำชองวันนั้น อยู่ในช่วงของเดือนเมษายน ประมาณปี 2535 (ไม่แน่ใจ) ผมเริ่มงานกับสมพงศ์ด้วยความยากลำบากทั้งในเรื่องของซอร์ฟแวร์ที่ต้องคอยเอาแผ่น 1 ใส่ แล้วก็รอให้เครื่องมันเรียกแผ่น 2 ฮาร์ดดิสก์ก็มีความจุสูงสุดตอนนั้นก็แค่ 30 เมกกะไบท์ (สุดยอดแล้วตอนนั้น)รวมทั้งบรรยากาศของจังหวัดลพบุรีที่ทั้งแห้งและร้อน (ถ้าจะให้พูดถึงลำดับความร้อนก็จะแบ่งได้ 3 ระดับ คือ ร้อน ร้อนมาก และร้อนอิ๊บอ๋าย) ที่ลพบุรีนี่ร้อนแบบที่สามครับ และประการสำคัญในความยากลำบากในครั้งนั้น คงเป็นเพราะความที่ยังไม่ได้ติดแอร์ ทำให้การทำงานแต่ละครั้ง เราทั้งสองต่างโชคไปด้วยเหงื่อ ลมที่พัดมาก็เป็นลมร้อนที่หอบเอาไอร้อนจากสนามเทนนิสหน้าบานเข้ามา….อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ
ขอขอบคุณ เพลงทางเดินบนดอย(คลิกเพื่อโหลดเพลง)
หนานเกียรติ ที่ฝากเนื้อเพลงของครูซันไว้
ขึ้นดอยแล้วลงดอย เกือบจะถอยตั้งหลายที แรงกายเริ่มไม่มีแต่ใจนี้มันไม่ถอย ห่วงคนที่รอคอย ดีใจเมื่อครูมา จากวันก็เป็นเดือน จากเดือนก็เป็นปี ความรักที่ศิษย์มี มันฉายแสงแห่งดวงตา หากเราจากเขามา ใครจะพาเขาก้าวไป หน็บหนาวน้ำค้างพรม มีผ้าห่มกันหนาวตาย แต่หนาวที่ในใจจะมีใครมาแยแส กับคนที่เคยแคร์ เขาจากไปไม่คืนมา ขึ้นดอยแล้วลงดอย เกือบจะถอยตั้งหลายครา แดดร้อนให้อ่อนล้า น้ำตาจะรินไหล ยามนี้ไม่มีใคร มาเคียงคู่กับครูดอย
ขอบคุณน้อง
ทะเลดาว ที่นำเพลงแด่เธอมาฝาก เพลงนี้อยู่ในชุด ตะวันชีวิต(คลิกเพื่อโหลดเพลง)
เพลง แด่เธอ(คลิกเพื่อฟังเพลง)
....ฉันวันนี้ยังเป็นเช่นวันวาน....มีความฝันที่โบกโบยบิน
ฉันวันนี้ยังคงติดดิน....ไม่มีทรัพย์สินไม่เคยสิ้นพลัง
ฉันให้เธอเท่าที่ฉันจะให้....คือให้ใจให้เธอมีความหวัง
ยามหม่นหมองจะร้องเพลงให้ฟัง....ยามผิดหวังจะให้กำลังใจ
ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร....ไม่ว่าเธอจะอยู่หนใด
หากเธอพร้อมจะก้าวไป....จะเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลา
พรุ่งนี้เป็นไงฉันไม่รู้....ฉันยังอยู่หรือไปอย่าได้เกรง
แต่วันนี้ยังมีฉันบรรเลง เป็นบทเพลงดีๆ มอบ....แด่เธอ
และขอขอบคุณอาจารย์Wasawat Deemarn
ที่ต่อยอดบันทึกนี้ด้วยบันทึก"ครูบนดอย" เพลงแห่งครู ... ที่ผมขอเก็บไว้ในบันทึกหากสนใจเพลงอื่นๆของครูซันตามไปฟังเพลงและสั่งซื้อ ซีดีเพลงของครูซันได้ที่บ้านครูซันด้านล่างเลยนะคะ
ช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางความรู้ได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างขึ้นทุกที ฉันคิดว่าปัญหานี้แก้ได้ด้วยการให้การศึกษาค่ะ...ขอคารวะและบูชาพระคุณครูทุกคนด้วยบทเพลง พระคุณที่สาม ของครูสุเทพ โชคสกุล (เป็นผู้แต่งเพลง แม่พิมพ์ของชาติ เมื่อ พ.ศ. 2501)
เพลงพระคุณที่สาม คำร้อง / ทำนอง ครูสุเทพ โชคสกุล
ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้
อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี
ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที
ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น
ครูมีบุญคุณจะต้องเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้า
ท่านสั่งสอนเราอบรมให้เราไม่เว้น
ท่านอุทิศไม่คิดถึงความยากเย็น
สอนให้รู้จัดเจนเฝ้าแนะเฝ้าเน้นมิได้อำพราง
* พระคุณที่สามงดงามแจ่มใส
แต่ว่าใครหนอใครเปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง
ถ้าหากจะคิดยิ่งคิดยิ่งเห็นว่าผิดทาง
มีใครไหนบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู
บุญเคยทำมาตั้งแต่ปางใดเรายกให้ท่าน
ตั้งใจกราบกรานเคารพคุณท่านกตัญญู
โรคและภัยอย่าหมายแผ้วพานคุณครู
ขอกุศลผลบุญค้ำชูให้ครูมีสุขชั่วนิรันดร

ณ วันนี้ บ้านครูซัน และ อ.อุ้มผาง เปิดรับการมาเยือนของนักเดินทางทุกคน...ความฝันของครูซันและ ผอ.สมประสงค์ มั่งอะนะ มีผู้สืบทอดและสานต่อ...แม้ความฝันของฉันในวันนี้จะริบรี่เหมือนแสงเที่ยนเล่มน้อยแต่ฉันก็จะพยายามสู้ต่อไป...แล้วคุณละคะ... คุณเคยทำตามความฝัน...หรือยัง


ผมจำอาจารย์ naree suwan ไม่ได้ครับ .... อาจารย์เป็นใครกันอ่ะ ?
;) ... สบายดีไหมครับ
มาชม
เห็นความเป็นธรรมชาติงดงามดีแท้ ๆ ...
พี่นารีครับ สงสัยน้องจะแก่แล้ว แงๆๆ เพราะทันเรื่อง To sir with love เรื่องครูซันเป็นเรื่องที่ชอบพอๆๆกับเรื่อง โกมล คีมทอง(รุ่นใหม่ๆๆจะรู้จักไหมเนี่ย) แต่อันนี้ นามสกุลเดียวกับแม่ผมเลย (ผอ.สมประสงค์ มั่งอะนะ )
เอาเพลงครูซันมาฝากครับ
.
ขึ้นดอยแล้วลงดอย เกือบจะถอยตั้งหลายที
แรงกายเริ่มไม่มีแต่ใจนี้มันไม่ถอย
ห่วงคนที่รอคอย ดีใจเมื่อครูมา
จากวันก็เป็นเดือน จากเดือนก็เป็นปี
ความรักที่ศิษย์มี มันฉายแสงแห่งดวงตา
หากเราจากเขามา ใครจะพาเขาก้าวไป
เหน็บหนาวน้ำค้างพรม มีผ้าห่มกันหนาวตาย
แต่หนาวที่ในใจจะมีใครมาแยแส
กับคนที่เคยแคร์ เขาจากไปไม่คืนมา
ขึ้นดอยแล้วลงดอย เกือบจะถอยตั้งหลายครา
แดดร้อนให้อ่อนล้า น้ำตาจะรินไหล
ยามนี้ไม่มีใคร มาเคียงคู่กับครูดอย
คุณคะ ๆ คิดถึงคุณมาตั้งนานแล้วนะคะ ดีใจจัง แล้วคุณคิดถึงฉันบ้างไหม ยังมีน้องๆ อีกตั้งหลายคนนะคะ เอ...จะขอยกความดีให้โปสการ์ดยี่ห้อเนปาลีที่เป็นสื่อฉุดท่านพี่จ๊ะของเธอออกจากมุมเงียบได้ไหมนะคะ...
คุณยังจำฉันได้หรือเปล่าและคิดถึงฉันบ้างไหม...
To Sir With Love :แด่คุณครูด้วยดวงใจ
มาคารวะอีกรอบ
ใช่เลยครับ คุณ naree suwan ภายใต้สังคมที่พิกลพิการ เหล่าคุณครูทั้งหลายยังเป็นที่พึ่งได้ครับ ถึงแม้ว่ายังมีอุปสรรคนานัป
บางครั้งผมถดถอยมาก แต่หันหน้ามาเจอสิ่งที่ดีงาม และเบื้องหลังแสนยากเข็ญของคุณครูหลายๆท่าน ผลงานที่ประจักษ์ ถึงแม้ว่ายังมองไม่เห็นอนาคตที่ดีขึ้นนัก แต่ประคองกันไปครับ
ด้วยจิตคารวะ
สวัสดีค่ะ..แวะมาเยี่ยมคะ..สบายดีนะคะ
อ้าวจองไม่ทัน
ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านg2kค่ะ
ดีใจจังค่ะที่กลับมาเสียที คิดถึงจริงๆ
ระยะนี้พี่ก็มีโอกาสได้ทำงานกับเรื่องดีๆในวงการการศึกษาผ่านโรงเรียนในโครงการ Humanized Edu Care ของมูลนิธิสดศรีฯค่ะ เห็นความประเสริฐของคุณครูแล้วมีความสุขที่เรื่องดีๆยังมีให้เบิกบานบนผืนดินไทยยามนี้นะคะ
ได้ดูหนังเรื่อง Front of the Class แล้วหรือยังคะ เป็นหนังอีกเรื่องที่ทำให้เห็นคุณค่าของความเป็นครูด้วยหัวใจค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่นารี
หายไปนาน คิดถึงจังเลยค่ะ...^^สบายดีนะคะ..ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะค่ะ...^^