จากรากถึงใบ โดย ด.ญ. ณัฐณิชา โชติมณี (ชั้น ม.๒)
“... ดวงจันทร์สีเหลืองนวลนั้นยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาล ภาพของสวนยางที่มีดวงจันทร์และความมืดเป็นฉากหลังนั้นช่างสวยงามยิ่งนัก คล้ายกับจะชักชวนให้ใครสักคนเข้าไปเยี่ยมเยือน เพื่อพบกับความงามที่จะติดตาตรึงใจ...
หลังจากที่ออกจากสวนยาง ก็กลับขึ้นรถแล้วนั่งให้รถพาชมบรรยากาศรอบๆ หมู่บ้านอย่างสบายใจ
ระหว่างเราก็ได้พบว่าเนื้อที่ของสวนยางนั้นกว้างขวางมาก ข้างทางมองไปส่วนใหญ่ก็จะเป็นสวนยางเกือบทั้งหมด แลดูเป็นสีเขียวเย็นตา อีกทั้งยังให้ความรู้สึกสดชื่น สดใหม่ แก่พวกเราอีกด้วย
“ต้นยางเนี่ย เป็นต้นไม้ที่ดีจังเลยนะ” ฉันคิด เพราะต้นยางให้ประโยชน์แก่มนุษย์มากมายหลายหลากจนนับไม่ถ้วน มันสร้างคุณค่าให้ตัวเอง มีคุณค่าตั้งแต่เป็นต้นอ่อนจนถึงโรงเลื่อยและหลังจากนั้นจนมันสูญสลาย...
ทั้งๆที่เราเป็นมนุษย์ แต่เราไม่ค่อยทำประโยชน์ หรือสร้างคุณค่าให้ตัวเองเลย หรือไม่ก็ทำให้ตัวเองด้อยค่าลงโดยที่ไม่รู้ตัว...ทำไมกันนะ ?...”
ในการเรียนหลักภาษา เรื่องประโยคความเดียว คุณครูชนกให้ผู้เรียนเขียนเรื่องของดอกหญ้า ที่เป็นทั้งแบบฝึกให้ได้ใช้ประโยคความเดียวมาต่อกันเป็นเรื่องราว และเป็นโจทย์ให้ได้เรียนรู้ด้วยการใคร่ครวญถึงคุณลักษณะของดอกหญ้าที่ย้อนกลับมาสอนใจผู้เรียนได้
ดอกหญ้า โดย น.ส.โอริสรา เรืองเล็ก (ชั้น ม.๓)
“ในฤดูฝนไม่ว่าฝนจะตกหนักเท่าไร ดอกหญ้าก็ยังอยู่ ไม่ว่าลมจะแรงเท่าใด ดอกหญ้าก็ยังอยู่ ไม่ว่าพายุจะพัดมาแรงแค่ไหน ดอกหญ้าก็ยังอยู่ อยู่อย่างโดดเดี่ยว หยัดยืนอยู่เพียงลำพัง อยู่ที่กลางทุ่ง ไม่ว่าจะโดนใครต่อใครเหยียบย่ำสักกี่ครั้ง ดอกหญ้าก็ยังแข็งแรง ยังคงจะลุกขึ้นมาใหม่ หรือไม่ว่าน้ำจะท่วมทุ่ง ดอกหญ้าก็ยังพยายามที่จะลอยคอขึ้นมาเท่าที่ดอกหญ้าจะทำได้ หรือฤดูหนาวที่แสนจะเย็นเยือก ดอกหญ้าก็ยังอดทน หรือในวันที่แสนจะร้อนแห้งแล้ง ดอกหญ้าใช้น้ำเพียงน้อยนิดพอเลี้ยงตัวเอง ดอกหญ้าก็ยังรอดมาได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ความน่ากลัวที่ยิ่งใหญ่กว่าธรรมชาติก็มาถึง...ดอกหญ้าถูกเด็ดออกมาจากต้นที่ที่มันควรอยู่ แต่ถึงกระนั้นดอกหญ้าก็ยังคงเป็นดอกหญ้าอยู่เหมือนเคย”
ในการเรียนวรรณคดี เรื่องอิศรญาณภาษิต คุณครูชนกให้ผู้เรียนแต่ละคนได้เชื่อมโยงประสบการณ์ที่ตนเคยประสบพบพานเข้ากับภาษิตที่ได้เรียนรู้ไป
อันความหลงแม้ไต่ปลงสังขารา แต่ทว่ารู้บ้างค่อยบางเบา โดยน.ส. โอริสรา เรืองเล็ก (ชั้น ม.๓)
“ในวันที่ฉันได้ไปเดินห้าง ฉันผ่านหน้าร้านโทรศัพท์ที่มีตู้ขายมือถือรุ่นใหม่ๆ อยู่ด้านหน้า แล้วเกิดสะดุดตาอย่างแรง ทั้งรูปทรงที่ดูดีมีสไตล์แล้วไหนจะลูกเล่นที่อยู่ภายใน มันช่างเจ๋งอย่างมากมาย ฉันเกิดกิเลสแต่ยังไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อสิ่งนี้ด้วยตัวเอง ฉันกลับบ้านไปนอนเพ้ออยู่หลายคืน เวลาเรียนก็คิดถึง เวลากินก็คิดถึง จนตัดสินใจขอแม่ เอ่ยออกไปเท่านั้น แม่ก็ว่ากลับมาเป็นชุดตามที่คาดหมายไว้ มันไม่มีทางจริงๆ ฉันจึงเก็บเงินเพื่อจะซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่เป็นเวลาหลายเดือนพอสมควร วันหนึ่งเมื่อกราบพระแล้วเหลือบไปเห็นรูปพ่อหลวงที่ตั้งอยู่หัวนอน ท่านสอนให้อยู่อย่างพอเพียง ทำให้ย้อนกลับมาคิดว่ามือถือที่ฉันมีอยู่ก็พอเพียงแล้ว สภาพก็ยังดีใช้งานได้ดีอยู่ รุ่นใหม่ที่อยากได้เดี๋ยวก็มีออกมาใหม่ให้หลงใหลอีก แต่ถึงคิดได้กระนั้นแต่ใจก็ยังอยากได้อยู่ แต่ก็ได้ตระหนักถึงความพอเพียงด้วยเหมือนกัน เงินที่มีนั้นฉันจึงเก็บไว้ก่อนรอไว้ไปใช้กับสิ่งที่มีค่าและคุ้มกับชีวิตฉันที่สุด”
ในการเรียนวรรณคดี เรื่องบทพากย์เอราวัณ คุณครูชนกให้ผู้เรียนได้อ่านเก็บรายละเอียด คิดวิเคราะห์ แล้วเขียนแต่งเติมให้เป็นความเรียงที่มีความน่าสนใจ
ศึกอินทรชิต โดย น.ส. ภัททิยา เมฆนาวิน (ชั้น ม.๓)
... “ พระองค์! นี่อาจเป็นกลลวงของข้าศึก ขออย่าได้ทรงวางพระทัยกับรูปโฉมอันสวยงามเพียงแค่นี้” แต่ทว่า...คำเตือนเพียงแค่นี้หรือจะสามารถปลุกผู้คนที่หลงใหลชื่นชมให้ตกใจตื่นขึ้นมาได้ มันสายไปเสียแล้วสำหรับศึกครั้งนี้
กองทัพขององค์อินทร์อันงามสง่า บัดนี้เปรียบประดุจกองทัพปีศาจเข้าโจมตีกองทัพพระลักษมณ์ที่ยังตกอยู่ในภวังค์ รวดเร็วดุจสายฟ้า โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อแห่งกองทัพตนเองสักหยด อินทรชิตในร่างองค์อินทร์แปลงขึงสายธนู แผลงศรพรหมมาศใส่ฝ่ายตรงข้าม ศรพรหมมาศมีอานุภาพสูงเสียเหลือเกิน พริบตาเดียวเท่านั้น พลทหารฝ่ายพระลักษมณ์ล้มตายเกลื่อนกลาด ไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว องค์ลักษมัณอนุชาแห่งองค์รามก็ต้องศรพรหมมาศขององค์อินทรชิตล้มสลบลงเสียแล้ว แต่ยังคงเหลือ ...เหลืออยู่ผู้หนึ่ง...หนุมานบุตรแห่งพระพายทหารฝีมือเอกแห่งกองทัพ แม้ว่าจะสิ้นทหารทั้งกองทัพไปสียแล้ว แต่ความหวังยังคงเหลืออีกหนึ่ง เราก็จำเป็นต้องคว้าความหวังนั้นไว้ ถึงมันจะเป็นความหวังสุดท้าย ก็ยังดีกว่าที่เราจะมิได้ลงมือทำสิ่งใดเลย
แต่ว่า...ความหวังสุดท้ายนั้น ยังจะอยู่รอดพ้นจากเงื้อมมืออสูรได้อีกหรือ?”
สวัสดีครับครูใหม่
เด็กนี่เขามีจิตนาการสูงส่งจริงๆนะครับ บางครั้งผู้ใหญ่อย่างเราต้องพยายามเข้าใจเค้าให้มากๆ
เยี่ยมยอดจริง ๆ ครับ
ตอนจบ ม.๓ ผมเขียนพรรรณาได้อย่างมากไม่เกิน ๒ บรรทัด
เยี่ยมยอดสมกับเป็นผลผลิตของเพลินพัฒนาครับ
สวัสดีค่ะคุณบินหลาดง และหนานเกียรติ
พอเราได้อ่านงานเขียนก็ทำให้เราได้เปิดโลกทัศน์ ได้เห็นศักยภาพมากมายที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา ได้ตื่นเต้า มีชีวิตชีวาไปกับเขา และ ได้เข้าใจเขามากขึ้นด้วย
ตามที่ได้รู้จักศักยภาพของวัยรุ่นมาพอสมควร เห็นชัดเลยค่ะว่า เขามองเห็น และคิดอะไรได้มากพอๆ กับผู้ใหญ่อย่างเราๆ แถมยังสดใหม่กว่าด้วย สิ่งที่ผู้ใหญ่มีมากกว่าก็คือประสบการณ์ผ่านวัย ที่ช่วยทำให้มีความลุ่มลึก ...ถ้ามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก็จะเติบโตกัน "มองเห็นดี" ในกันและกันได้ทั้งสองฝ่ายค่ะ :)
ประทับใจเรื่องราวของดอกหญ้าและกาบมะพร้าวมากค่ะ
เข้ามาอ่านไปก่อนแล้ว
แต่พึ่งมีโอกาสได้แสดงความคิด
ฝากคำชมผ่านไปยังนักเขียนต้วน้อยด้วยนะคะ
และฝากขอบคุณครูใหม่และครูปาด
สำหรับคำสอนและการอบรมต่างๆที่เคยมีให้ตัวครูอ้นเอง
ซึ่งทำให้ชีวิตการสอนที่ออสเตรเลียนั้นไม่ยากเกินไป
ครูอ้นนำความรู้ที่ได้จากครูปาด
มาเป็นแนวทางและประยุกต์ใช้ที่ออสเตรเลียนี้
ขอยอมรับว่าครูปาดมองการณ์ไกลและหัวก้าวหน้าจริงๆค่ะ
เคารพ