“อืมม...เอางี้ก็ได้ ตอนเย็นเวลาเราเจอหน้ากันก็นึกถึงหมาก็แล้วกัน...”

เมื่อเช้าวานนี้ก่อนออกจากบ้านมาทำงาน ฉันบอกสมัครพรรคพวกที่บ้านว่า

“เฮ้...พวกเรา  เย็นนี้อย่าลืมเตือนแม่นะ... ให้ซื้อข้าวเม็ดให้หมาด้วย 1 กระสอบ”

 

สักครู่เสียงป๊าก็ลอดมาว่า

“ก็เขียนติดหน้าผากไว้ซี่...จะได้ไม่ลืม...” นั่นแน่...แนะนำเจ๋งจริง

“ติดหน้าผากป๊าละกันนะ จะได้เห็น... ติดหน้าผากตัวเองไม่เห็นอยู่ดี” ฉันนึกสนุกโต้ได้ทันที  ป๊าเงียบไป  สงสัยฉันพูดถูกใจเธอแน่ๆ...แหม..ออกจะภูมิใจในตัวเอง

 

ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงป๊าบอกลูกสาวเธอว่า

“ต้าร์...เมมไว้ในมือถือให้แม่เค้าไป๊...”  นัยว่าเกรงฉันจะติดหน้าผากเธอจริง

 

ครู่ต่อมา ฉันเรียกลูกสาว

“ต้าร์...มามัดผมลูก…ทำอะไรอยู่น่ะ? ” ฉันเห็นลูกสาวเดินไปเดินมาพร้อมมือถือในมือ กำลังกดอะไรยุกยิกๆอยู่

 “อ้อ...จะเมมเตือนแม่ในมือถือเหรอ...อู๊ยยย...ไม่ต้องๆๆๆ...นี่แค่เราพูดกันบ่อยๆก็จำได้แล้ว...” ลูกสาวถอนหายใจเฮือก  คงนึกว่าเอาใจไม่ถูกสักคน

 “อืมม...เอางี้ก็ได้  ตอนเย็นเวลาเราเจอหน้ากันก็นึกถึงหมาก็แล้วกัน...” ฉันมีไอเดียร์กระฉูด พูดจบก็นึกชมตัวเองในใจว่า...อืมม...คิดได้ไงหว่า...เก่งจริงเรา

เฮ้ย...ท่าจะดีเหมือนกันนะลูก ตอนเย็นพอเราเจอหน้ากันปุ๊บ  เราก็นึกถึงหมาปั๊บ  พอแม่เห็นหน้าต้าร์ปุ๊บ...แม่ก็นึกถึง...หมาหมา..ทันทีเลย ดีมั้ย?” ฉันอมยิ้ม

แต่ดูท่าว่าคนที่ฉันมัดผมให้จะไม่ชื่นชมยินดีในไอเดียร์นี้นัก เธอมองผ่านกระจกมาที่แม่แล้วหน้างอ  ค้อนให้วงเบ่อเริ่ม....รอบนี้ไม่มีใครโต้ฉันกลับเลย  เงียบกันทั้งทีม...

ฉันชักหนาวววว...

เชื่อว่าทั้งพ่อและลูกต้องเตรียมวางแผนการเอาคืนฉันแน่เมื่อมีโอกาส เพราะเค้าแก๊งเดียวกันน่ะ...อิ อิ