เวลาที่เราจะรักใครสักคนเรามักจะหาเหตุผลว่า “สมควร” ที่จะรักหรือไม่รัก
เหตุและผลทั้งหลายนั้นย่อมเป็นปัจจัยอันมี “น้ำหนัก” สำคัญ ว่าเขาหรือเราควรจะรักใคร

เหตุผลหนึ่งคือ “เหตุผลเรา” ต้องหาเหตุผลให้ตนเองก่อนว่าสมควรจะรักเขาหรือไม่
เหตุผลสองคือ “เหตุผลเขา” ต้องหาเหตุผลให้แก่เขาว่าสมควรจะรักเราหรือไม่
เหตุผลสามคือ “เหตุผลบุคคลที่สาม” ต้องหาเหตุผลให้แก่บุคคลรอบข้าง บอกเขาทั้งหลายให้ได้ว่า “เรา” สมควรที่จะรักกัน

ไม่ว่าเรา เขา หรือใคร ต่างก็เป็นปัจจัยแห่งความรัก
การที่เราจะรักใครสักคนหนึ่งมัน “ยากเย็น” อย่างนั้นเชียวหรือ...?
การที่เราจะรักใครสักคนเราต้องหาเหตุ หาผลมากมายอย่างนั้นเชียวหรือ...?

หากคุณคิดที่จะรัก ก็จงปักใจเชื่อเถิดว่านั้นเป็นเหตุที่มาแห่ง “ความทุกข์...”
เพราะแค่คุณคิด คุณก็ต้องหาเวลาเพื่อหาเหตุผลในการ “รัก”

ความรักที่แท้จริงไม่วุ่นวายอย่างนั้นหรอก
อยากจะรักก็รัก และขอให้รักอย่างเป็น “อิสระ”
ถ้าคุณรักเป็น คุณจะรักกันอย่าง “อิสระ”

อิสระแห่งความรัก สามารถขจัด “ความเห็นแก่ตัว”
เมื่อใดที่คุณคิดจะรัก แล้วหาเหตุผลเพื่อปรนเปรอความเห็นแก่ตัวแล้วไม่นาน “ความทุกข์” ย่อมตามมา
เมื่อใดคุณรักใครสักคน คุณย่อมเปรอปรนเขาด้วยความ “อิสระ”

หากคุณรักในความทุกข์ คุณก็จักปล่อยความทุกข์ให้เป็น “อิสระ”
หากคุณรักในความทุกข์ คุณก็จักปล่อยความสุขอย่าง “อิสระ”
ความรักที่แท้สามารถแก้ “ความเห็นแก่ตัว”

หากคุณรักที่จะทำงาน ก็จงทำไปและทำไป
หากคุณรักที่จะทำใจ ก็จงทำไปและทำไป
หากคุณรักสิ่งใด ก็ขอให้ตั้งใจทำไปและทำไปในสิ่งนั้น

อิสระในชีวิตนั้นคือ “อิสระที่จะรัก”
เมื่อคุณเริ่มต้นให้อิสระแก่ความรัก เมื่อนั้นความรักก็จักให้ “อิสระ” แก่คุณ

หากคุณหวงแหนในความรัก ความรักที่อาบยาพิษย่อมเกาะเกี่ยวคุณไว้อย่างแน่นหนา
หากคุณปล่อยวางในความรัก ความรักใด ๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายแก่คุณได้

เกิดมามีชีวิตก็ขอให้ “รัก” ชีวิต
เกิดมามีครอบครัวก็ขอให้ “รัก” ครอบครัว
เกิดมามีตน มีตัว ก็ขอให้ “รัก” ตน “รัก” ตน
ความรักสามารถส่องทางสว่างในยามมืดสลัว ปลดเปลื้องความหวาดกลัวอย่างนิรันดร์...