สุขภาพจิต
เดือนเพ็ญข้างแรม
ประเทศไทยยามนี้มีปัญหารุมเร้ามากมายหลายด้าน ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
ปัญหาต่างๆ ที่บีบรัดประเทศไทยอยู่ขณะนี้ ก็เหมือนเชือกไนล่อนที่กำลังรัดอยู่ที่คอของ เดือนเพ็ญ เธอกำลังขาดอากาศหายใจ ใบหน้าเริ่มจะมีสีเขียวคล้ำ เธอไม่มีสติพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปอีกสัก ๕ นาทีแล้วไม่มีใครพบเห็นและช่วยเหลือ เดือนเพ็ญก็คงจะเสียชีวิตไปอย่างแน่นอน
เดือนเพ็ญถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยน้าสาว ซึ่งแปลกใจว่าทำไมวันนี้เดือนเพ็ญจึงไม่ไปทำงาน เพราะรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ในบ้าน จึงเข้ามาดูและโอกาสก็ยังเป็นของเดือนเพ็ญ เธอยังมีลมหายใจ ขณะถึงโรงพยาบาลในตอนสายของวันนั้น
เดือนเพ็ญเคยทำงานที่สถานีอนามัยแห่งหนึ่ง ตำแหน่งผู้ช่วยเหลือคนไข้และลาออกไปทำงานที่สถานเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน ผมจึงได้ถูกร้องขอจากหัวหน้าสถานีอนามัยที่เธอเคยทำงานอยู่ด้วย ฝากฝังให้ผมช่วยดูแล เดือนเพ็ญด้วย
จริงๆ แล้วผมเองก็อยู่ในฐานะผู้บังคับบัญชาหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า เจ้านายของเดือนเพ็ญด้วย
บ่ายแก่ๆ ผมได้เดินมาเยี่ยมและตรวจดูอาการของเดือนเพ็ญ ซึ่งนอนพักอยู่บนเตียงในแผนกผู้ป่วยหญิง ใบหน้าของเธอหม่นหมอง ตาแดงและมีคราบน้ำตาที่สองแก้มเพราะเธอเพิ่งหยุดร้องไห้ก่อนที่ผมจะมาสักพัก ที่คอพบรอยเชือกที่รัดชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณใต้คาง
ผมหยุดสายตากลับมามองที่หน้าของเดือนเพ็ญอีกครั้ง เดือนเพ็ญยกมือไหว้พร้อมกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และพูดด้วยเสียงเบาๆ เพราะเจ็บคอว่า “คุณหมอคะ หนูเบื่อชีวิต”
ผมจึงยื่นมือไปแตะมือเดือนเพ็ญเบาๆ แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรมันเกิดขึ้นและผ่านไปแล้วหละ วันนี้เดือนเพ็ญเหนื่อยและดูอิดโรยมาก ให้เดือนเพ็ญพักผ่อน พรุ่งนี้ผมจะมาคุยด้วย ถ้ามีอะไรจะบอกผมยินดีรับฟังนะครับ”
ผมกำชับพยาบาลให้ดูแล เดือนเพ็ญ อย่างใกล้ชิดมีอะไรรายงานผมได้ตลอด เนื่องจากเห็นว่าเดือนเพ็ญยังไม่พร้อม จมอยู่ในอารมณ์ ควรปล่อยให้บ่มอารมณ์ไปก่อน เปรียบเหมือนกับฝีหนอง ที่ต้องรอให้สุกก่อน จึงผ่าได้ง่าย
เช้าวันต่อมาเดือนเพ็ญยังหน้าตาหมองเศร้าอยู่เช่นเดิม แต่ไม่อิดโรยเท่าเมื่อวาน ตายังแดงๆ แสดงถึงว่าคงจะนอนร้องไห้ทั้งคืน แต่ไม่มีคราบน้ำตาให้เห็น
ผมทักทายเดือนเพ็ญว่า “พอหลับได้ไหม”
“หลับๆ ตื่นๆ” เดือนเพ็ญตอบ เริ่มมีเสียงให้ได้ยินมากกว่าเมื่อวาน และเช้าวันนั้นเรื่องราวของเดือนเพ็ญ หญิงสาววัย ๓๐ เศษ ถูกถ่ายทอดให้ผมได้รับรู้พร้อมทั้งน้ำตาคลอ ดังนี้
เดือนเพ็ญเคยผ่านชีวิตคู่และมีลูกสาวอายุ ๑๔ ปี ๑ คน กำลังเรียนมัธยมต้น เดือนเพ็ญพึ่งแต่งงานใหม่อีกครั้งหนึ่ง กับสามีเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเล็กๆ ของหมู่บ้าน แต่โชคชะตาไม่เปิดโอกาสให้ชีวิตใหม่กับสามีได้นานๆ
เมื่อ ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมา สามีและน้องชายของเดือนเพ็ญ ขี่มอเตอร์ไซค์ประสบอุบัติเหตุ สามีอาการหนักขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัวแพทย์ที่รักษาบอกให้ยอมรับสภาพ ส่วนน้องชายกระดูกใบหน้าแตกต้องผ่าตัด เดือนเพ็ญต้องลางานเพื่อไปเยี่ยมและเฝ้าทั้งสามีและน้องชาย
วันเกิดเหตุน้องชายต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่ทางบ้านของสามีจะทำบุญสืบชะตา เดือนเพ็ญเลือกที่จะไปร่วมงานของสามี ขณะที่แม่ของเดือนเพ็ญต้องการให้ไปเฝ้าน้องชาย เดือนเพ็ญถูกแม่ต่อว่าและพูดกระแหนะกระแหน ว่ารักสามีมากกว่ารักน้องชาย เมื่อไม่มีใครอยู่บ้านแล้วเดือนเพ็ญจึง ตัดสินใจ จบชีวิตตัวเอง ด้วยเชือกไนล่อนที่มีอยู่ในบ้าน
เมื่อได้รับรู้เรื่องทั้งหมดของเดือนเพ็ญแล้ว ความรู้สึกของผมเองก็คงไม่แตกต่างจากเดือนเพ็ญมากนัก เริ่มอึดอัด หายใจไม่ค่อยออก ปัญหาหนักอีกแล้วงานนี้ แต่ไม่เป็นไร ทุกครั้งที่มีปัญหาก็มีทางแก้ไข ตั้งสติ นึกถึงอาจารย์ที่สอน กลับมาทำใจให้เป็นปกติ ไม่จมอยู่ในความรู้สึก และได้พูดกับเดือนเพ็ญ ด้วยสติสัมปชัญญะของผมว่า
อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำใจจากอก อาหารของความอาทร แม่เดือนเพ็ญ พร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีปัญญา ให้เจ้าเป็นความหวังแม่เดือน ต่อไป
คุณลองคิดดู ถ้าคุณตาย ลูกจะเศร้าสร้อยโดดเดี่ยวอ้างว้าง สุดท้ายอาจจะฆ่าตัวตายตามคุณก็ได้ คุณคิดว่าคุณจะดีใจหรือเสียใจ เมื่อไม่มีคุณ ลูกจะใช้ชีวิตอย่างไร จะอยู่กับใคร ที่จะชี้ผิดชี้ถูกให้กับลูกสาว ขนาดคุณเองมีประสบการณ์ เมื่อเจอปัญหายังทำแบบนี้เลย ถ้าขาดแม่ลูกสาวคุณไม่ยิ่งไปกว่านี้หรือ
สามีและน้องชายประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ็บปวดทุกข์ทรมาน เมื่อคุณไปเยี่ยมยังบอกให้เขาทั้งคู่อดทนและทนให้ได้ เพื่อจะหายกลับมาใช้ชีวิตต่อไป แต่พอถึงตัวคุณเองบ้าง แค่คำพูดของแม่ ที่พูดต่อว่าทำให้คุณน้อยใจ คุณเองกลับไม่ใช้ความอดทน การที่แม่ของคุณต่อว่าคุณเรื่องสนใจสามีมากกว่าน้องชายก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ แม่มีพระคุณต่อลูกแค่ไหน รักลูกเท่าใด คุณมีลูกคุณก็คงจะรู้ดี ทำไมในเรื่องนี้คุณจะทำเพื่อแม่บ้างไม่ได้เชียวหรือ สามีและน้องชายที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุก็เป็นผลจากการกระทำของเขาและรถคู่กรณี ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เรื่องของผลการรักษาจะดีหรือร้ายอย่างไร ก็ขึ้นกับความรุนแรง ความอดทนของผู้บาดเจ็บ และความพยายามในการรักษาของแพทย์ คุณมีหน้าที่ยอมรับผลของการรักษา เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว
แทนที่คุณจะจมอยู่ในความทุกข์ที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจ ความเจ็บป่วยของสามีและน้องชาย คุณควรจะเข้มแข็ง อดทน เปลี่ยนเป็นพลังเพื่อจะต่อสู้ปัญหาต่างๆ ปรับความเข้าใจกับมารดา ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เวลาว่างก็ควรหารายได้อื่นๆ มาจุนเจือครอบครัว อดทน ขยัน อดออม เพื่อลูกสาว สามีและน้องชาย เพราะทุกๆ คน ยังต้องการคุณเพื่อเป็นหลักยึดในครอบครัวในเวลานี้ต่อไป
หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า จะมัวมาผิดหวังทำไม
เมื่อยังมี พรุ่งนี้ใ ห้เดินเริ่มใหม่ มั่นคงไว้ ดังเช่น ตะวัน
คุณครับๆ คุณหายใจสะดวกหรือยังอึดอัดอยู่ ถ้ายังอึดอัด แก้เชือกออกจากคอด้วยนะครับ ผมเป็นห่วง
หลายเดือนที่ผ่านมา เดือนเพ็ญไม่เพียงแต่จะดีขึ้นโดยไม่มีความคิดที่จะทำรายตัวเองแม้ สามีของเดือนเพ็ญจะเสียชีวิต แต่เดือนเพ็ญยังอาสาที่จะช่วยผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตาย ซึ่งเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน ผมก็ได้อาศัยเดือนเพ็ญช่วยให้คำแนะนำผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง ที่ตั้งใจฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ ซึ่งเดือนเพ็ญก็ให้คำแนะนำได้ดี น่าพอใจทีเดียว
ขอยกย่องคุณหมอนะค่ะ ที่ไม่ได้มองข้ามปัญหาของชีวิตผู้ป่วย กลับให้ความเห็นใจและมองปัญหาลึกลงไปจนเข้าใจจิตใจของผู้ป่วย
อ่านเรื่องเล่าของ... คุณหมอแล้วมองเห็นภาพของคำว่า
การทำให้ชีวิตของตัวเรา่มีคุณค่า คือการทำให้้ผู้อื่นมีค่า....
ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ