ครอบครัวในอุดมคติ

วันนี้เรียนพัฒนาการมนุษย์ อ.นิตยา อ.วิมลทิพย์ อ.อิทธิพล

                ประเด็นที่เทอร์โบสนใจคือ services ต่างๆที่จะมาช่วยในเรื่อง “ความเข้มแข็งของครอบครัว” (ที่เป็นรูปบ้านแล้วเสาบ้านมี 4 แบบ คือ 1.Ordinary-ทั่วๆไป ธรรมดาๆ 2.Strong-แข็งแกร่งสุดๆ เสริมคอนกรีตอีกต่างหาก 3.At risk-เริ่มเสี่ยงๆและ เริ่มเบี้ยวๆเอียงๆและ 4.Troubled-มีปัญหาแล้วครับพี่น้อง)

                โอเค...เรามาพูดถึง services ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น mass media ,health ,education ,community- development ,welfare ,religion ,social-support  etc.

                การที่เราพูดถึง services ต่างๆในที่นี่นั้น มันก็เป็นในภาพกว้างๆ เป็นในภาพรวม คือแทบจะทุกภาคส่วนของสังคมควรจะมีบทบาทในการสร้าง ”ความเข้มแข็งให้ครอบครัว” ...ว่างั้นเถอะ แต่เราลองมานึกว่า services ตัวไหน ที่น่าจะมีอิทธิพล มีผลกระทบได้ชัดเจน เข้าถึงครอบครัวได้มากที่สุด

                ประเด็นที่น่าสนใจคือ education (ซึ่งคงจะต้องวางแผนกันในระยะยาว เพราะการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน เหมือนประเทศไทยตอนนี้ที่ยังงงอยู่เลยว่าการศึกษาจะไปทางไหนกันแน่ ไม่ได้มีความชัดเจน และเหมาะสมเท่าที่ควร) การศึกษานั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสิ่งต่างๆ ซึ่งในกรณีนี้คือ “ความเข้มแข็งของครอบครัว”

                การที่เราใส่ใจการศึกษาใน case นี้นั้น ไม่ใช่การศึกษาทั่วไป ไม่ใช่การศึกษาที่มีแต่เฉพาะในตัวเด็กเท่านั้น เรามาลองนึกดูว่า หากเราให้การศึกษาเฉพาะแต่ในตัวเด็ก มันจะไปมีประโยชน์อะไรหากพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กไม่ได้มีความรู้ด้วยควบคู่กันไป

                แนวโน้มเรื่องการศึกษาสำหรับพ่อแม่ในปัจจุบันนั้น ก็เริ่มมีการใส่ใจมากขึ้น อย่างเช่นในโรงเรียนบางโรงเรียน เช่น โรงเรียนมัธยมกำแพงแสน(ถ้าจำไม่ผิด) หากผู้ปกครองต้องการนำลูกเข้าเรียนในโรงเรียนนี้ ผู้ปกครองก็ต้องเข้าสอบด้วยเช่นกัน ซึ่งหากผู้ปกครองสอบไม่ผ่าน เด็กก็จะไม่มีสิทธิ์เข้าเรียนในโรงเรียนนี้ โดยข้อสอบของผู้ปกครองไม่ใช่ข้อสอบในด้านวิชาการ หรือตำราอะไร แต่เป็นในด้านเกี่ยวกับจริยธรรม ศีลธรรม ความเข้าใจลูกในแง่นั้นซะมากกว่า(ฟังมาวันที่อาจารย์พวกเรา present งานวิจัย) ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ดีในการที่ผู้บริหารของโรงเรียนนี้ มีความเข้าใจในความเป็นจริง ว่าการศึกษานั้น ต้องมอบให้ทั้งครอบครัวของเด็ก ไม่ใช่เฉพาะตัวเด็กเอง ซึ่งก็จะเป็นผลทำให้พ่อแม่มีความเข้าใจในตัวเด็ก มีความรู้ในด้านการเลี้ยงดู และส่งผลให้ถึงประเด็นที่เรากำลังนึกถึง “ความเข้มแข็งของครอบครัว”

                และในวันนี้ ที่เราได้ฟังอาจารย์นิตยาพูด “กระทรวงสาธารณสุขกำลังทำเรื่องนี้อยู่ โรงเรียนพ่อแม่” ก็ทำให้เรารู้สึกถึงแนวทางที่ถูกต้องที่จะเกิดที่สังคมไทยในอนาคต

                เอาเท่านี้ก่อนแล้วกัน เหนื่อยๆ งงๆ ใครอ่านแล้วก็ discuss กันนะ หรือเขียนในประเด็นที่เรียนวันนี้ที่อยากเขียนก็ยิ่งดี เราจะได้เข้าใจความคิดของกันและกัน แถมเป็นการเปิดโลกทรรศน์ และได้ใช้ imagination อย่างเต็มที่ด้วย นอกจากนั้น อาจจะมีประโยชน์ในตอนสอบอีกนะ โอยๆ...ข้อดีทั้งนั้น  :D