หลังจากที่ครูอนุบาลได้แลกเปลี่ยนเรียนพับกระดาษกันไปแล้วครั้งหนึ่ง ครูติ๊ก ครูแนน  และครูแนต ก็ได้นำแนวคิดเดียวกันนี้ไปทำ ซีรีส์ ๒ ต่อ เนื่องจากเห็นว่ายังสามารถใช้ การพับกระดาษเป็นเครื่องมือในการฝึกให้ครูได้ลองปฏิบัติการสอนแบบมีขั้นตอนได้อีก

จึงนำเอาการพับกระดาษมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกครั้งหนึ่ง โดยมีขั้นตอนการทำกิจกรรมดังนี้

 

กิจกรรมสร้างภาวะพร้อมเรียน

 

สร้างภาวะพร้อมเรียนด้วยกิจกรรมแนะนำตัวแบบลูกโซ่ ด้วยการพูดแนะนำตัวเองไปเรื่อยๆ  เมื่อคนในวงพบว่าเรื่องที่เพื่อนพูดมีความเหมือนกับเรา ก็เข้าไปคล้องแขนและแนะนำตัวและพูดเล่าเรื่องของตนเองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีเพื่อนที่มีบางอย่างเหมือนกับเราเดินเข้ามาคล้องแขน เมื่อครบคนแล้ว ให้พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำกิจกรรม

 

ประเด็นที่ได้เรียนรู้คือ

 

-         ได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น

-         ได้ตั้งใจฟังเพื่อน

-         ได้พบความเหมือนในความแตกต่างของแต่ละคน

 

 

ขั้นตอนการทำกิจกรรมพับกระดาษ

 

-         ครูเคลื่อนไหวร่างกายด้วยเพลงบรรเลง  โดยใช้ท่าทาง  ต่างระดับ  ต่างทิศ  เมื่อเพลงหยุดให้จับคู่ทักทายเพื่อนข้างหน้า  ด้วยท่าทางตามคำสั่ง  เช่น   ทักทายโดยไม่ใช้ภาษาพูด แต่ให้ใช้ท่าแร็บทักทายใช้ท่าคนแก่ และเด็ก  แล้วพาเพื่อนที่จับคู่กันไปหาบ้านที่สงบ

-         ให้พิจารณาเพื่อนที่อยู่ตรงหน้าเราแล้วคิดดูว่าจะสอนเพื่อนพับรูปอะไร

-         แจกกระดาษให้ต่างคนต่างพับชิ้นงาน เพื่อเป็นการทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ โดยให้นั่งหันหลังให้กับคู่ของตน และเมื่อพับเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำชิ้นงานไปใส่ไว้ในตระกร้า

-         แจกกระดาษชิ้นใหม่ให้ครูได้ผลัดกันสอนในสิ่งที่ตนพับให้เพื่อน และใช้เพียงภาษาพูด โดยไม่ใช้มือประกอบการอธิบาย  แต่เน้นให้ครูใช้คำบอกตำแหน่งและทิศทางที่แสดงมิติสัมพันธ์ เช่น ข้างล่าง  ข้างบน  กลับด้านฯลฯ เป็นหลักในการอธิบาย เพื่อให้ครูใช้คำอธิบายที่ชัดเจนที่สุด 

 

 

เหตุใดจึงเลือกสอนให้เพื่อนพับรูปนี้

 

ครูระดับเตรียมอนุบาลและเด็กเล็ก

 

ครูรุ่ง:  พับเป็นสัตว์เพื่อเชื่อมโยงกับที่เพื่อนบอกไว้ในกิจกรรมแนะนำตัวว่าชอบสัตว์เลี้ยง

ครูอิ๋ว: คิดว่าจะต้องสอนเพื่อนด้วยชิ้นงานที่ตัวเองถนัดจะได้สอนเพื่อนได้ง่าย

ครูแวว:  สอนเพื่อนพับพัดเพราะเห็นว่าเพื่อนงานเยอะ ใจร้อน จะได้เอาไว้พัดให้ใจเย็น

ครูแหม่ม (สุรีย์รัตน์) : พับกระดาษเป็นอยู่อย่างเดียวจึงจะสอนเพื่อนพับเรือ

ครูวรรณ : คิดไว้ว่าจะพับอะไรให้กับน้องแพรดี เพราะน้องแพรชอบมีของติดมือกลับบ้านทุกวันจึงลองพับกบ และเอามาสอนเพื่อน

ครูเปิ้ล : คิดว่าครูวรรณร่าเริงสดใสเลยสอนพับกระต่าย

ครูดา : พับจดหมาย เพราะคิดว่าเพื่อนจะนำไปใช้ได้ และเขียนด้านในของจดหมายด้วยว่า สะกิดรักยามใกล้ สะกิดใจยามจาก

ครูอุ๊ : พับดาวไปสอนเพื่อน เพราะชอบพับดาวใส่โหล

ครูอ้อย : คิดว่าครูตั๊กน่าจะพับปลาได้และครูตั๊กก็พับได้จริงๆ

ครูตั๊ก : เป็นคนชอบธรรมชาติ เลยสอนเพื่อนพับดอกไม้

ครูอัง : คิดว่าเพื่อนต้องขำ เพราะเพิ่งผ่านวัยเพ้อฝันมาสอนพับดาวดวงเล็ก

ครูจุ๋ม : สอนพับนกตัวเล็ก เพราะมันยากกว่า เพราะครูอังเป็นคนเร็ว

ครูอิน: เห็นว่าเพื่อนดูวิชาการเลยสอนพับของเล่นและคิดว่าจะถ่ายทอดได้ดี

ครูปุ้ย : พับเป็นอยู่อย่างเดียว

ครูนิด : เลือกสอนพับเรือ เพราะไม่ง่ายและไม่ยากเกินไป

ครูกุ้ง : สอนเพื่อนพับนก เพราะครูนิดใจเย็น

 

ครูระดับอนุบาล ๑

 

ครูกบ : ที่บ้านเลี้ยงแมว เห็นครูจอยน่ารักเลยสอนพับแมว

ครูจอย : เห็นครูกบเป็นคนมีสาระเลยอยากให้ครูกบมีอะไรไว้เก็บสาระ

ครูโต๊ด : คิดว่าเพื่อนสามารถนำไปเป็นอาชีพเสริมได้ จึงสอนพับถุง

ครูโอ๋ : สอนพับดอกไม้เพราะเห็นว่าครูโต๊ดชอบต้นไม้หลากหลาย

ครูจุ๋ม : คิดว่าครู ศิเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในเพลินพัฒนาเลยสอนพับดาว

ครูศิ : คิดว่าเพื่อนเป็นคนละเอียดอ่อน เลยอยากให้เพื่อนทำอะไรที่ละเอียดอ่อน

ครุยา : เคยอยู่เตรียมอนุบาล และเคยทำงานชิ้นนี้แต่งห้องเลยนำมาสอนเพื่อน

ครูกิม : คิดว่าเพื่อนชอบท่องเที่ยว เลยสอนพับเรือ

ครูแหม่ม (ปิยธิดา) : เป็นกลุ่ม ๓ คนเลยคิดไม่ออกว่าจะพับอะไร จึงพับกระเป๋า

ครูแอ๊ว : สอนพับดอกบัว เพราะอยากให้เพื่อนใจเย็น

ครูหมู : คิดว่าพับสิ่งที่ตนเองถนัดจะสอนได้ดี

 

 

สามองค์ประกอบของการเลือกว่าครูจะสอนอะไร

 

-         เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

-         เป็นไปความสนใจ และ อุปนิสัยของผู้เรียน

-         เป็นไปตามความสนใจ และ ความถนัดของครู