การมีส่วนร่วม

สวัสดีค่ะ พี่น้องชาว SHA และพี่น้องชาว GOTOKNOW  ทีรักทุกท่าน วันนี้ขอมาถอดบทเรียนการทำงานกับชุมชน จากประสบการณ์อันเล็กน้อยของพอลล่าในการเข้าเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ที่ผสมผสานการสร้างเสริทสุขภาพเข้าในมาตรฐานค่ะ

การทำงานของโรงพยาบาลชุมชน มีภาระกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการทำงานกับชุมชน หรือการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน ที่ดูแลตั้งแต่การรักษา ส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู สำหรับในรพ.ก็จะมีหน่วยงานเวชกรรมสังคม หรือเวชศาตร์ครอบครัว งานส่งเสริม เป็นผู้รับผิดชอบงานนี้ ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละรพ. ว่าเป็นรพ.ขนาดไหนและมีโครงสร้างการทำงานอย่างไร

แต่สำหรับ สรพ. เรานำมาตรฐานของการสร้างเสริมสุขภาพเข้ามาผนวกกับมาตรฐานโรงพยาบาล เพื่อนำภาระกิจของรพ.ที่ได้ทำอยู่มาเชิดชู ส่งเสริมให้เป็นระบบ เกิดคุณค่าในการทำงานเป็นทีมกับการดูแลรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงและเป็นสาเหตุ สำคัญของปัญหาสุขภาพในโรงพยาบาล รวมทั้งพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของชุมชน ก็จะสะท้อนกลับมาเป็นปัญหาสุขภาพในโรงพยาบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการสร้างเสริมสุขภาพ หรือการป้องกันการเจ็บป่วยจึงเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องหนึ่งที่รพ.ควรให้ความสำคัญ

การทำงานกับชุมชนจะเป็นระบบมากขึ้นมากกว่าเดิมที่ทำเฉพาะหน่วยงานหนึ่งของรพ. เริ่มตั้งแต่การกำหนดชุมชนที่รับผิดชอบ คงไม่ใช่ชุมชนเดิมทางภูมิศาสตร์ที่รพ.รับผิดชอบอย่างเดียวแล้วค่ะ  ทีมคงต้องมาร่วมกันคิดว่า เราจะสร้างเสริมสุขภาพ จัดบริการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชนแบบใดบ้าง นอกจากทางด้านภูมิศาสตร์ที่เรารับผิดชอบ เพราะในการทำงานประจำ เราจะมีกลุ่มผู้ป่วยในโรคสำคัญ ที่ทีมน่าจะไปเน้นเรื่องการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพให้มากขึ้น เช่นกลุ่มเบาหวาน เอดส์ ฯลฯ ซึ่งขึ้นอยู่กบรพ.กำหนดเองค่ะ คงต้องนำปัญหาที่พบมาคุยกันและจัดลำดับความสำคัญปัญหาร่วมกันค่ะ

เมื่อได้ชุมชนเป้าหมายแล้ว เราคงต้องมาค้นหาความต้องการของชุมชนที่แท้จริง สิ่งนี้แหละค่ะ ที่เป็นศิลปะขั้นสูง ประมาณขั้นเทพเลยก็ว่าได้ค่ะ บางรพ.ที่ทำได้แล้ว คงคิดว่าไม่เห็นจะยากใช่ไหมคะ แต่สำหรับรพ.ที่เริ่มต้น คงต้องใช้เวลาและใช้ทุนทางสังคมค้นหาทุนทางสังคมของตนเองให้เจอก่อนนะคะ  ตลอดจนต้องอาศัยการเรียนรู้ และการยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ความต้องการที่แท้จริงของเขา มาจัดการเพื่อเชื่อมเข้าหาสุขภาวะภายใต้บริบทของชุมชนเขาเอง

บางโรงพยาบาล มุ่งไปที่ปัญหาสุขภาพโดยตรง เช่นไข้เลือดออก หวัดนก ฉี่หนู ซึ่งชุมชนยังไม่พร้อม ยังไม่เห็นความสำคัญ ก็อาจจะทำให้การมีส่วนร่วมของชุมชนนั้นเป็นไปได้น้อย การสนทนาอย่างเปิดใจกับชุมชนนั้นต้องใช้ทักษะ การเปิดใจขั้นสูง บางรพ.ต้องใช้ dialogue หรือทักษะการให้คำปรึกษา โดยเจ้าหน้าที่ที่มีการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ เพราะหากเราคุยกับชาวบ้านจริงๆ แล้ว สิ่งที่เขาอยากแก้ไข อาจจะไม่ใช่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นปัญหาเรื่องปากท้อง  ข้าว ปลาอาหารที่จะกินไปแต่ละวัน ๆ ยังแสนจะขัดสน จะให้มารณรงค์คว่ำกะโหลกกะลา นั้นคงยาก แต่ก็ต้องมีวิธีและหนทาง ที่จะให้เรื่องการกินอยู่ กับสุขภาพเป็นเรื่องเดียวกันให้ได้ ปัญหาของเรากับปัญหาของเขา เป็นปัญหาเดียวกันต้องใช้เวลา

ซึ่งมีรพ.ที่ทำสำเร็จมาแล้วหลายแห่งด้วยกันค่ะ ซึ่งเท่าที่มีประสบการณ์  มักจะเริ่มจากปัญหาการกินอยู่ การเป็นหนี้ก่อน หากเราช่วยเขาแก้ปัญหาตรงนี้ได้ เรื่องสุขภาวะจะตามมาเองค่ะ ความ สุขใจ ของเขาก็เป็นสุขภาวะในความหมายของเขา

 สถาบันฯ เราได้มองเห็นปัญหานี้ จึงนำเครื่องมือหนึ่งมาใช้ในการทำงานกับชุมชน คือ Outcome mapping มาใช้เพื่อให้รพ.ได้ใช้การมีส่วนร่วมของภาคีให้มากขึ้น เริ่มตั้งแต่การวาดภาพฝันด้วยกัน เป็นการค้นหาสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ ของเขา หากไม่ใช่เรื่องที่ตรงกับความต้องการของเรา เราก็ต้องยอมไปก่อน และหากลยุทธ์ในการเชื่อมเข้าหาเรื่องที่ยังเป็นปัญหาพื้นที่ให้ได้ ซึ่งต้องใช้เวลา และที่สำคัญคงทำคนเดียวไม่ได้ งานชมุชน ไม่ต้องการพระเอก ต้องการคณะทำงาน การทำงานเป็นทีม และแกนนำที่มาช่วยประสานเชื่อมโยงหน้าที่การทำงานของแต่ละคนให้ไปในแนวทางเดียวกันมากขึ้น ทั้งภาคประชาชน มหาดไทย การปกครองท้องถิ่น และสาธารณสุขต้องมาทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง มองว่าเป็นเรื่องของเรา และฝันที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน แล้วตกลงว่าใครจะทำอะไร อย่างไร ดังนั้นการทำงานกับชุมชน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่เป็นศิลปะขั้นสูงเลยทีเดียวค่ะ

เขียนไว้ให้ท่านผู้เฒ่า วอญ่า มาอ่าน มาเม้นค่ะ อิอิ   หรือ ท่าน อาจารย์โกมาตร ชอบมาแอบอ่าน อิอิ ท่านอื่นก็แสดงความเห็นได้นะคะ ขอบคุณค่ะ  ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

ขอบคุณภาพสวยๆ จาก PIXpros ค่ะ