ให้คำปรึกษาเติมกำลังใจเเก่ครอบครัวสูญเสีย

เช้าตรู่วันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะนั่งรอพิธีเปิดการอบรมการนำเสนอผลงานของกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะโรคฉันนั่งนึกถึงการเตรียมตัวเเละเตรียมครอบครัวสูญเสียที่จะมาร่วมกิจกรรมรำลึกถึงน้องผู้จากไปในวันที่ 28 สิงหาคม 2552 ที่จะถึงนี้ ฉันเองได้นัดหมายครอบครัวไว้เเล้ว 4 ครอบครัวซึ่งเเต่ละครอบครัวจะมีระยะเวลาสูญเสีย 5 เดือน 6 เดือนบ้าง 10 เดือนบ้างเเต่ครอบครัวที่สูญเสียใหม่ยังไม่ได้เชิญใครเลยจึงนึกถึงครอบครัวน้องน๊อต เรื่องราวของน้องฉันเองเคยบันทึกไว้ในบันทึกนี้ น้องน๊อตจากไปเมื่อ 10 กรกฎาคม 2552 ขณะเเม่เเละพ่อพาน๊อตกลับบ้านเเละเสียชีวิตระหว่างเดินทาง

             การสนทนาริ่มต้นขึ้น "สวัสดีค่ะเเม่น้องน๊อต ป้ากุ้งเด้อเป็นจั่งได๋ เฮ็ดหยังอยู่ ตอนนี้" ฉันกล่าวทักทายเเม่น๊อต  "โอ๊ยกะอยู่ซือซือ ( เฉย เฉย) นี่หละป้ากุ้งยังทำใจบ่ได้ปานได๋ คึดฮอดเพิ่นทุกมื้อ เเต่ว่ากะยามคึดฮอดมากะไปวัดทำบุญหาทำทุกมื้อ ทำบุญเเล้วกะออกไปทุ่งนา ทำไปพอให้ผ่านไปมื้อๆนี่หละป้ากุ้ง ถ้าบ่ไปวัดกลัวลูกบ่ได้กิน เเต่ว่าครบ 1 เดือนแล้วตอนนี้ ครบรอบ 100 วันจะทำบุญใหญ่" "ดีเเล้วเนาะการทำบุญเฮ็ดให้เฮาสบายใจกะเฮ็ดเด้อ มื้อนี้โทรมาถามข่าวป้ากุ้งเป็นตัวเเทนทีมสิโทรมาให้กำลังใจเรื่อยๆเเหละ ดูแลกันต่อจนพู่นหละ 1 ปีหรือจนกว่าเเม่น๊อตจะดีขึ้นเนาะ" ฉันเเจ้งวัตถุประสงค์ของการพูดคุยให้เเม่น๊อตเข้าใจ "ขอบคุณหลายๆป้ากุ้ง"

            "คึดเห็นผู้เพิ่นบ่ได้เตรียมใจเนาะ ขนาดเฮารักษามา 3 - 4 ปีกะรู้ว่าโรคมันบ่หายเฮากะได้ทำใจไว้เเล้วระดับหนึ่ง  ถึงวันนี้อีหลีกะยังทำใจลำบาก" "เเม่นอยู่เเม่น้องน๊อต ถ้าคิดได้จั่งซั่นเเล้วสบายใจกะดีค่ะเเม่น้องน๊อตเก่งมาก" ฉันเสริมพลังเเม่น๊อตเพื่อช่วยให้เขารู้สึกดีในการหาทางปลอบใจตัวเองโดยคิดถึงคนที่เเย่กว่าตัวเอง

            " ฝันเห็นเพิ่นบ่ เเม่น้องน๊อต" ฉันถาม "บ่ฝันค่ะเเต่ผู้ฝันคืออาสะใภ้ ฝันว่าน๊อตมาหาเเละบอกว่าเห็นภาพน้องนอนรออยู่ที่โซฟา ใส่เสื้อผ้าชุดที่ใส่ให้วันที่กลับบ้าน ต่อมาอาสะใภ้ท้อง จึงคิดว่าน๊อตจะมาเกิดกับอา ทุกวันนี้อธิษฐานทุกมื้อว่าถ้าน๊อตสิไปเกิดหรือไปอยู่ไสให้มาบอกเเม่ ดีใจที่มีคนฝันถึงเเค่นี้เเม่ก็ดีใจเเล้วตอนนี่รอคอยว่าสิได้เห็นหลานเพราะเชื่อว่าน๊อตต้องมาเกิดกับอาเเน่นอน"  "ส่งข่าวเเหน่เด้อเเม่น้องน๊อต" "ได้เฮ็ดเครื่องหมายไว้บ่" เฮ็ดอยู่ค่ะเเต้มสีดำใส่ขาไว้อยู่ค่ะป้ากุ้ง" หลังคุยได้สักพักฉันจึงชวนเเม่น๊อตเข้าร่วมกิจกรรมรำลึกถึงน้องผู้จากไปในวันที่ 28 นี้ คำตอบที่ได้คือ "ขอเอาไว้ซะก่อนเด้อป้ากุ้งตอนนี้ยังบ่อยากไปโรงพยาบาล ให้ทำใจได้ดีกว่านี่ก่อนจั่งสิไป อยากไปอยู่ค่ะคันว่าเฮ็ดบุญหาลูก" ฉันจึงบอกว่า "บ่เป็นหยังค่ะเอาไว้ให้ดีกว่านี้ก่อนเนาะ"

            "ทุกมื้อนี้ใช้ชีวิตอยู่จั่งได๋" ฉันถาม "เช้ากะไปว้ด สายๆ กะไปตกเบ็ดหาปลามากินพอให้ได้มีเเนวเฮ็ดเเต่ว่าจะไปทำงานยังทำบ่ได้เคยเย็บผ้าตอนนี้ยังบ่ อยากเฮ็ดหยัง เข้าใจอยู่เเม่น้องน๊อต  ทำจิตใจให้สบายเด้อ ค่อยเป็นค่อยไป เวลาจะช่วยให้เฮาดีขึ้น  มีหยังกะโทรมาได้เด้อ ก่อนวางสายฉันบอกกับเเม่น๊อตว่า "เป็นกำลังใจให้เด้อ"  "ขอบคุณหลายๆป้ากุ้ง"

จากการพูดคุยกับเเม่น้องน๊อตวันนี้ฉันได้เห็นอะไรบ้าง

1. เห็นความหวังค่ะ หวังที่จะได้เห็นลูกมาเกิดใหม่ ดีใจที่มีคนฝันถึง

2. ขณะพูดคุย เห็น process ของการค่อยๆก้าวผ่านสู่การยอมรับเเต่ค่อยๆก้าวไปช้าๆรู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไร

3. เห็นวิธีการปรับตัว เช่น หาอะไรทำ ทำบุญอุทิศให้ลูก

4. ยังไม่สามารถทำงานได้ซึ่งต้องให้เวลาเพราะพึ่งผ่านไป 1 เดือน

สิ่งที่ฉันได้ทำในวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโปรเเกรมการดูแลเพื่อให้พ้นผ่านระยะเศร้าโศกจากการสูญเสีย ( bereavement care program )ซึ่งฉันเองได้รับมอบหมายจากทีมการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายของทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรมของเราในการทำหน้าที่นี้ ที่สำคัญฉันอาสาที่จะทำงานนี้ด้วยความเต็มใจ เพราะทุกครั้งที่ได้ทำคิดว่าเรารู้สึกดีที่ได้ช่วยคนที่ต้องทุกข์หนักจากการสูญเสีย ความเจ็บปวดของบาดเเผลเเห่งการพลัดพรากมันเจ็บปวดยิ่งกว่าบาดเเผลใดๆ สิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะบอกทุกท่านคือคนที่สูญเสียเปรียบได้ก็คือคนป่วยคนหนึ่ง

         การเดินทางเพื่อก้าวผ่านสู่การยอมรับนั้นยากง่ายขึ้นอยู่กับเเต่ละคนว่าคนนั้นป่วยมากป่วยน้อย เเต่สิ่งหนึ่งที่เขาต้องการก็คือเพื่อนร่วมเดินทาง เพื่อนที่จะคอยจูงมือเขาให้ก้าวผ่านความทุกข์โศกไปได้ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรเพิกเฉยต่อการทำหน้าที่เพื่อนเดินทาง เเละคนที่จะทำได้ดีที่สุดนั่นไม่ใช่ใครที่ไหน ทีมการดูแลนี่เองคือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง