ผมเลยคิดว่า อยากให้ญาติผู้บริจาคเงินได้มาพบกับผู้รับ ซึ่งจะทำให้ทั้งผู้ให้และผู้รับก็มีความสุข...ผู้ให้เกิดปิติ...ผู้รับก็ตื้นตัน ผมเชิญป้าล่า ภรรยาลุงมา ไปเยี่ยมบ้านคนไข้

สวัสดีครับ...เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง

สืบเนื่องจากการที่ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ กับมสส. ดังที่เล่าไว้ในตอน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับมูลนิธิสดศรี ตอนที่ 1 : แนะนำตัวด้วยภาพ ผมได้เรียนรู้จากเรื่องของพี่หมี (รูปภาพรูปหมีกับดอกทานตะวัน...เธอดูคนไข้ในชุมชนที่พบความลำบากและเหมือนไม่สามารถทำอะไรให้เขาได้...แต่สุดท้ายเธอหาทางช่วยเหลือผ่านชุมชนจนแก้ไขปัญหาให้เขาจนมาดำเนินชีวิตปกติ) จนผมได้ความคิดว่า "ไม่มีทางตันถ้าเราพยายามเต็มที่"

ผมนึกถึงคนไข้ครอบครัวหนึ่งที่ผมดูแลอยู่...แม่เป็นมะเร็งมีลูกน้อย 2 คน สามีตกงาน และเธอลำบากมากจนไม่มีเงินกินแต่ละวันต้องไปรับจ้างตามบ้าน แต่ได้รายได้ไม่มาก+อาจไม่ได้ไปตรวจรักษาที่ รพ. มหาราช อีก ผมเคยลงในบันทึก น้องเฟิร์น และ หนึ่งวันของผม (เกี่ยวกับน้องเฟิร์น ที่ต้องอุดหูเพราะไก่ร้องดังมาก)

ผมได้รับเงินบริจาคจากญาติคนไข้มะเร็งที่เสียชีวิตเมื่อปีก่อน ชื่อ "ลุง ม." ผมเลยคิดว่า จะนำเงินจำนวนนี้มาช่วยเหลือเธอ ผมเลยคิดว่า อยากให้ญาติผู้บริจาคเงินได้มาพบกับผู้รับซึ่งจะทำให้ ทั้งผู้ให้และผู้รับมีความสุข...ผู้ให้เกิดปิติ...ผู้รับก็ตื้นตัน ผมเชิญป้า จ. ภรรยาลุงไปเยี่ยมบ้านคนไข้

ตอนแรกเราไปเยี่ยมบ้าน รอหน้าบ้านเกือบ 20 นาที ไม่มีคนอยู่ ปรากฎว่า "เธอไปทำงานรับจ้างทำความสะอาดอยู่บ้านใกล้ ๆ"

 

 

ป้า จ. ถามความทุกข์ของ ว. (คนไข้ของเราที่เพิ่งไปรับเคมีบำบัด) ดูเหมือนว่าจะทำให้ป้าจ. สงสาร ว. มาก และ เล่าเรื่องราวการป่วยของลุง และรำลึกถึงลุงที่ล่วงลับ

คงจะดีนะครับ ถ้าในโลกนี้มีผู้ให้มาก ๆ  ให้กันต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด สังคมคงจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ....ก็หวังว่าถึงแม้เงินนี้จะน้อย แต่ก็จะเกิดประโยชน์กับผู้รับไม่มากก็น้อย

ผมหวังลึกๆ ว่า การขยายวงของความปิติจากการให้ จะกระจายไป ไม่มีวันสิ้นสุด...วันนี้คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี...ไม่มีทางตันสำหรับความเมตตาและปราถนาดีครับ