บทความนี้รวบรวมจาก http://gotoknow.org/blog/otpop ในหัวข้อที่กล่าวถึงบทบาทวิชาชีพกิจกรรมบำบัดสากล ที่มีรูปแบบหรือแนวทางใหม่ในการพัฒนาความสามารถของบุคคลในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชากรโลก

Professor Carolyn Baum เป็นนักวิชาการที่อุทิศตนเพื่อพัฒนางานกิจกรรมบำบัดในอเมริกา และเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในการผลักดัน  “ปรัชญากิจกรรมบำบัดในหน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับชาติและนานาชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ WHO และ UN ได้ประกาศนโยบายชัดเจนว่า  ประชากรโลกต้องการ ปรัชญากิจกรรมบำบัดเพื่อสุขภาพดีทั่วหน้า

หลายวิชาชีพทางการแพทย์ในเมืองไทย ได้มีการปฏิรูประบบสุขภาพ เน้นการให้ความรู้ทางสุขภาพเข้าถึงประชาชน ด้วยวิถีการแพทย์ทางเลือกมากมาย แต่นักกิจกรรมบำบัดแนวใหม่ควรนำเสนอ ปรัชญากิจกรรมบำบัด ซึ่งมีการพัฒนาอย่างหลากหลายรูปแบบในวิชาชีพ แต่รูปแบบพื้นฐานที่ประชากรโลกสนใจและอยากเรียนรู้ คือ PEO (Person-Environment-Occupation) Model [Law, M., et al., The Person-Environment-Occupational Model: a transactive approach to occupational performance. Canadian Journal of Occupational Therapy - Revue Canadienne d Ergotherapie, 1996. 63(1): p. 9-23.] ที่เน้นมิติของ คนหนึ่งคน (Person/client) ที่มีพัฒนาการและการประสมประสาน (Developmental and integrative processes) ของระบบการทำงานและทักษะต่างๆ ได้แก่ร่างกาย (Physical functions and skills) จิตสังคม (Psychosocial functions and skills) ความรู้ความเข้าใจ (Cognitive functions and skills) ปฏิสัมพันธ์ต่อตนเองและผู้อื่น (Intra and inter personal functions and skills) นำไปสู่การพัฒนาความสามารถในการดำเนินชิวิต (Occupational Performance) ผ่านกิจกรรมหลักในแต่ละวัน (Occupations/activities of daily living) ได้แก่ กิจกรรมดูแลตนเอง (Self-care) กิจกรรมการทำงานหรือการเรียน (Work/education) กิจกรรมการเล่นและการใช้เวลาว่าง (Play and leisure) และกิจกรรมการพักผ่อน (Rest/sleep) ซึ่งมีการเข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดี (Activity Participation & Well being)ในรูปแบบที่แตกต่างกันตามบริบทของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมนั้นๆ (Societal and Environmental contexts) 

Professor Carolyn Baum ยังแนะนำว่า “Occupational Therapists are the unique profession in the health system and expertise in Functions and Skills for Activity Participation & Well being” ดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดแนวใหม่ต้องรวมพลังในฐานะสมาคมวิชาชีพหรือองค์กร เพื่อเผยแพร่ความสามารถทางกิจกรรมบำบัดอันมีประโยชน์แก่ประชากรในหลายๆระดับ สมาคมวิชาชีพเองก็ตั้งแผนการและนโยบายเชิงรุก (Action Plan & Mission) ไปจนถึงปี 2015 โดยเน้นการเพิ่มปริมาณ Publication ใน Journal ที่มี Impact Factor or citation ที่สูง ไม่ใช่เฉพาะ Professional Journal เท่านั้นแต่ต้องพยายามไปให้ถึงในระดับ Interdisciplinary Journal or research (การทำงานวิจัยร่วมระหว่างวิชาชีพทางการแพทย์เพื่อเป้าหมายพัฒนาสุขภาวะทางสุขภาพ (Health & Well being)ในกลุ่มคนกลุ่มเดียวกัน จนถึงการทำงานวิจัยในมุมมองที่หลากหลายของวิชาชีพต่างๆ เพื่อเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม (Translation research into an enhancement of Quality of Life) และมีการผลิตบุคลากรเสริม คือ ผู้ช่วยนักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy Assistance) เพื่อช่วยงานกิจกรรมบำบัดขั้นพื้นฐานและให้ความรู้ขั้นพื้นฐานในแต่ละชุมชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้ควรมีการพัฒนาการรักษาด้วยกิจกรรมบำบัดในสภาวะสุขภาพที่ประชากรในประเทศและทั่วโลกกำลังประสบปัญหาในปัจจุบันและเพิ่มขึ้นในอนาคต (Local and Global Health Problems) เช่น กลุ่ม Rehabilitation, Disability, and Participation (e.g. in people with chronic diseases) กลุ่ม Mental Health กลุ่ม Health & Wellness (e.g. in general population) กลุ่ม Work & Industry (including hand rehabilitation in working population) กลุ่ม Children & Youth in School and Community (เน้นพัฒนา Leadership skills และ Global citizenship skills)และกลุ่ม Occupational Justice & Cooperation (จากงานวิจัยของ Trevor Goddard) ที่มุ่งเป็นผู้นำสังคมเพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาทางจิตสังคมในบริษัทหรือองค์กร ที่มีผลกระทบต่อประชาชน ตัวอย่างปัญหาดังกล่าวเป็นมุมมองที่น่าสนใจที่เดียว คือ The Global Compact of UN: Human Rights, Labor, Environment, Anti-corruption

 

Professor Dr Sohail Inayatullah ได้เน้นบทบาทนักกิจกรรมบำบัดในอีกห้าปีข้างหน้าให้มีการพัฒนารูปแบบกิจกรรมการดำรงชีวิตของคนทั้งโลกให้เกิดความสมดุลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆของชีวิตในโลกอนาคต (Occupational Balance in globalization) ได้แก่ City design and health, Sprawl and drought, Clogged roads, Economic health issues, Depression peak, New and old disease, Divided world, High world GDP or Growth Development of Population, Less developed countries และ Unemployment of youth

 

นักกิจกรรมบำบัดต้องพัฒนาบุคลิกภาพให้ฉลาด เยือกเย็น และสร้างสรรค์ “SMART & SAVY!” ในการรู้จักพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทั้งโลกที่ประสบปัญหาทางสุขภาพร่างกายและจิตสังคม อันเนื่องมาจากขาดการประสมประสานกิจกรรมการดำรงชีวิตที่สมดุลระหว่าง เทคโนโลยีอันทันสมัย (New Technology)  สภาพสังคมและวัฒนธรรมที่แปรเปลี่ยนในโลกใบนี้ (Globalization-new form of disabilities) และพัฒนาการทางจิตวิญญาณของแต่ละบุคคล  (Aging and Spiritual growth)

 

นักกิจกรรมบำบัดจะเป็นผู้ผลักดัน (Health Cog) บุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ให้เข้าหาผู้ที่มีความบกพร่องในการทำกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิต (Occupational Deprivation) ในเชิง  Home visiting under marketing area และ Adaptive occupation as a social justice แนะนำให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.metafuture.org/index.html ท่านผู้อ่านลองเยี่ยมชมความสำเร็จในการผลักดันงานกิจกรรมบำบัดในระดับองค์กรของออสเตรเลียที่ www.homemods.info และระดับโลกที่ www.wfot.org/wfot2006 ตลอดจนพัฒนาระบบการศึกษาทางกิจกรรมบำบัดของชาติต่างๆในทวีปยุโรปที่ www.cotec-europe.org

 

Dr Ruth Watson ย้ำว่าผลกระทบของการมีระบบวัฒนธรรมที่หลากหลายทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสุขภาพจิตสังคมตลอดเวลา เมื่อคนทั้งโลกยังคงพึงพอใจต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน นักกิจกรรมบำบัดก็ควรพึงพอใจต่อสภาพการดำรงชีวิตของคนเหล่านั้น จงระลึกเสมอว่าเราไม่ได้กำลังแก้ไขปัญหาสุขภาพอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักโอกาสที่เป็นจริงในการตัดสินใจทำกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิต (Occupational determination as invisible possibilities) ของคนเหล่านั้นด้วย หลักการสำคัญคือการได้หยุดคิดและวางแผนงานทางกิจกรรมบำบัด ได้แก่ Therapy, Community development, Transformation through occupation (basic needs and satisfaction in functional livings) และ Redistribution justice rights of diabled persons

 

Marilyn Pattison ได้ให้ข้อคิดว่า ทำอย่างไรจะพัฒนางานกิจกรรมบำบัดให้เป็นประโยชน์สูงสุดในวงการแพทย์และสาธารณชน เธอได้กล่าวถึงการนำหลักการทางธุรกิจมาประยุกต์กับงานกิจกรรมบำบัด แบบ The Entrepreneurial Approach เป็นการทำโอกาสเล็กๆให้มีรูปธรรมที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่มากที่สุด เช่น การวิเคราะห์การตลาดของการขาดแคลน Home care equipments/services เพื่อพัฒนาทักษะการดำรงชีวิต (living skills) ของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพต่างๆ  จากนั้นสร้างฐานข้อมูลและพัฒนางานในรูปแบบผู้ให้คำปรึกษาประจำร้านขายยาร่วมกับเภสัชกร (Chemist consulation as a partnership) และบริหารงานออกสู่ชุมชนโดยเน้น Assessment of functions developed and authorised by Occupational Therapists

 

งานที่ท้าทายแบบนี้ท่านผู้อ่านคงต้องสร้างความมั่นใจในตนเอง อย่าท้อถอยเมื่อบุคลากรทางการแพทย์ยังไม่ทราบบทบาทของนักกิจกรรมบำบัด เน้นจุดยืนอย่างมีทิศทางของตนเองด้วยสำนึกที่ว่า “We are experts in the science of doing and living, performance improvers, and a selected and highly specialized group in community with a major contribution to make to the health and wellbeing of all people.”  

Dr Rachel Thibeault  กล่าวว่าเมื่อใดก็ตามที่นักกิจกรรมบำบัดท่านหนึ่งรู้จักทุ่มเทแรงกายและแรงใจอย่างมีความหวัง เมื่อนั้นท่านจะเป็นผู้หนึ่งที่สร้างอนาคตให้กับคนหมู่มาก “One body One spirit One hope” เน้นการมีบทบาทใหม่ๆ แบบ Global citizenship ที่ต้องนำไปสอนและทำวิจัยต่อในโรงเรียนกิจกรรมบำบัด โดยมีเนื้อหาสำคัญตาม UNESCO คือ Detecting error and illusion, Principles of pertinent knowledge, Teching the human condition in reality, Earth identiy, Confronting incertainties (e.g. global warning, nuclear barriers), Understanding each other และ Ethics for the human genne