สว้สดีค่ะอาจารย์ป๊อป
ดิฉันเห็นด้วยกับบทความที่กล่าวมาข้างต้น เพราะเป็นการเข้าถึงทุกๆคนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน แต่การที่จะเข้าถึงทุกๆคนนั้น นักกิจกรรมบำบัดจะต้องคอยระวังไม่ให้การเข้าถึงนั้นไปก้าวก่ายหน้าที่การงานของบุคลากรด้านอื่น เนื่องจากงานของกิจกรรมบำบัดนั้นมีขอบข่ายงานที่กว้าง และมีนักกิจกรรมบำบัดอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบขอบข่ายงานของกิจกรรมบำบัดอย่างถูถต้องและชัดเจน มีนักกิจกรรมบำบัดหลายคนที่ทำงานหลากหลายด้านซึ่งสุดท้ายก็ยังไม่สามารถทราบบทบาทที่แท้จริงของตนเองได้ การที่นักกิจกรรมบำบัดจะเข้าใจขอบข่ายงานของตนเองนั้น นักกิจกรรมบำบัดจะต้องเข้าใจตนเองก่อน จึงจะพิจารณาถึงความชอบและความต้องการของตนเองได้ ซึ่งงานวิจัยมีส่วนผลักดันให้นักกิจกรรมบำบัดมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับสหวิชาชีพอื่น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดี มีความน่าสนใจ และการทำวิจัยยังเป็นการพัฒนาความรู้ มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม เป็นการสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้เกิดขึ้นกับสังคม และสามารถใช้ผลของการวิจัยมาเป็นข้อมูลสำหรับการสร้างแนวทางหรือทางเลือก ในการขอรับบริการทางการแพทย์ให้กับประชาชนได้
ขอบคุณค่ะ