
พระสันตเถระ ตั้งสำนักอยู่ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง พระเถระมีลูกศิษย์อยู่ด้วยกัน ๓รูป แต่ละรูปล้วนแต่มีปัญหาทั้งสิ้น
รูปหนึ่งเป็นคนโทสจริตมีนิสัยหนักไปในทางใจร้อนวู่วามพูดผิดหูไม่ได้เป็นต้องมีเรื่องทุกที
รูปที่สอง เป็นพุทธิจริตมีนิสัยหนักไปในทางชอบคิดวิเคราะห์ วิจัยวิจารณ์ เชื่อมั่นในความรู้ของตนเอง ใครเถียงไม่ได้
รูปที่สาม เป็นคนวิตักจริตมีนิสัยหนักไปในทางวิตกกังวลฟุ้งซ่าน
พระเถระพยายามหาทางแก้นิสัยของศิษย์ทั้ง ๓
คนโทสจริตก็พยายามสอนให้เจริญเมตตาสร้างความรักในบุคคลอื่นสัตว์อื่น
คนพุทธิจริตก็พยายามสอนให้ทำตัวเป็นคนโง่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง
คนวิตักจริตก็พยายามสอนให้คิดแต่น้อยมีสติอยู่กับตัวให้มากทุกอิริยาบถที่
เคลื่อนไหวให้มีสติกำหนดรู้แต่แล้วก็ไร้ผล
คนโทสจริตเคยใจร้อนวู่วามอย่างไรก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น
คนพุทธิจริตเคยอวดรู้อย่างไรก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น
คนวิตักจริตเคยฟุ้งซ่านอย่างไรก็คงเป็นอยู่อย่างนั้น
ในที่สุดพระเถระเลยตัดสินใจสอนรวมหมู่ คือพาลูกศิษย์ทั้ง ๓ รูป ไปเดินเล่นขณะที่กำลังเดินเพลิน ๆ อยู่นั้น พระเถระก็ถามขึ้นว่า
"แผ่นดินมีค่าที่ตรงไหน ?"
"ตรงที่ใช้เป็นที่ปลูกสร้างบ้านเรือน"ลูกศิษย์รูปที่หนึ่งตอบก่อน
"แล้วเธอเล่า?" พระเถระหันมาถามลูกศิษย์รูปที่สอง
"ตรงที่ปั้นทำภาชนะของใช้"ลูกศิษย์รูปที่สองตอบ
"แล้วเธอเล่า ?" พระเถระชี้นิ้วถามลูกศิษย์คนที่สาม
"ตรงที่ซื้อขายกันได้"
ลูกศิษย์รูปที่สามตอบหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"เธอทั้งสามตอบไม่ผิดแต่ยังไม่ถูกต้องแท้"
พระเถระยอมรับแบบมีข้อแม้เมื่อเห็นว่าลูกศิษย์สงสัยพระเถระจึงกล่าวว่า
"ค่าของดินที่แท้อยู่ที่อดทน"
พระเถระกล่าวต่อว่า
"เธอเคยเห็นไหมคนพากันทิ้งของสะอาดบ้างไม่สะอาดบ้างลงไปบนแผ่นดินแต่แผ่นดินไม่เคยแสดงอาการอย่างใดเลยยินร้ายก็ไม่มี ยินดีก็ไม่มี นี่แหละนับเป็นความอดทนของแผ่นดินผู้ใดก็ตามที่ไม่สามารถทำใจให้อดทนอย่างแผ่นดินได้ ผู้นั้นก็ยากจะบรรลุธรรมได้"
ศิษย์ทั้งสามได้ฟังพระเถระกล่าวเช่นนั้นต่างพากันนิ่งอึ้งแล้วพระเถระก็พาศิษย์ทั้งสามกลับสำนัก
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ปัญหาต่างๆ ในสำนักเริ่มลดน้อยลง จนในที่สุดไม่มีเลยเพราะต่างรูปต่างบรรลุธรรม เนื่องจากทำใจได้อย่างแผ่นดินตามที่พระเถระสอน
.............................................................................................................................................
ที่มา : หนังสือนิทานปรัชญาพุทธ ชุด ผู้แสวงหาของ บรรจบ บรรณรุจิ หน้า ๗๖ -๗๙
ภาพ จากอินเทอร์เน็ต โพสต์โดย วราภรณ์ ธรรมทิพย์สุกล

ซาบซึ้งคะ เราก็พลอยปรับสภาพ เหมือนโดนสอนไปด้วย เพราะทั้ง 3 คน บางครั้งพี่สุ ก็เป็นหมดคะ
ให้ได้คิดคะ ขอบคุณมากเลย
ถ้ามนุษย์ทำได้อย่างนี้โลกน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย..
ธรรมะยามอัสดงคตขอรับคุณครู..
ดีจังเลยค่ะ...หนักแน่น...อดทนให้ได้อย่างแผ่นดิน
--------------
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดี ค่ะ
ขอบคุณ ที่แวะ ไปอ่านบันทึกนะคะ
เรื่องเล่า ให้ ข้อคิดดีนะคะ
"ค่าของดินที่แท้อยู่ที่อดทน"
ขอบคุณ เรื่องเล่า ดีดี ค่ะ
ยินดีที่คนอ่านชอบค่ะ
แล้วจะเอาชนะทุกสิ่งนะคะ
นะเจ้าค่ะ...
...หนักแน่น...อดทนให้ได้อย่าง
แผ่นดิน
ถ้าทำได้จะประเสริฐอย่างยิ่งทีเดียว
นะคะ
และความคิดเห็นที่มีคุณค่าค่ะ
เสียดายที่ใครบางคนกว่าจะเห็น
คุณค่าก็สายเกินไป
มาเรียนรู้คุณค่าของแผ่นดิน ขอบพระคุณ
เยี่ยมเยียนค่ะ
สวัสดีค่ะ
หน้าเสาธงมาแล้วค่ะ
นะคะ พี่คิม
ยังคิดถึงครูคงทองเสมอจ้า...จะหมั่นรดน้ำค่ะ...
สวัสดีค่ะอ.ธรรมทิพย์
มาอ่านและน้อมรับข้อคิดธรรมะสอนตนค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ
(^___^)
เพาะต้นกล้าแจกเพื่อน ๆ นะคะ
ยังจำเพลงหนักแผ่นดินของ คุณ สัติ ลุนเผ่ ได้แม่น..เพลงนี้ทำครูอ้อยตกรอบการประกวดร้องเพลงปลุกใจที่โรงเรียนวัดไผ่ล้อมมาแล้ว..ด้วยสาเหตุฮาๆร้องสู้เด็กวัดไผ่ล้อมไม่ได้นะซิ..ด้วยบุคลิกก็ไม่ได้..ร้องต้องตาดุดัน นี่ครูอ้อยดันตาเชื่อม เพราะก่อนร้องเพลงนี้ประกวดเพลงไทยเดิมชื่อเพลงเต่ากินผักบุ้งมาไง..เลยตาเชื่อมตกรอบไปอย่างตาเชื่อมๆฮาๆ