บ่มเพาะเด็กรักษ์ภาษาไทย

     

ครู-ครอบครัว-หนังสือบ่มเพาะเด็กรักษ์ภาษาไทย

           

                ปัญหาเด็กไทยอ่อนภาษาไทยมาจากหลายปัจจัยทั้งครูขาดความรู้ในการปูพื้นฐานเด็กให้แน่นหลักสูตรและแบบเรียน โดยแบบเรียนและการสอนของครูในปัจจุบัน จะไม่สอนแบบยึดแนวโบราณแบบแจกลูก ประสมคำ และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑  ก็ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจนให้สอนแบบแจกลูก ทำให้ปัญหานี้เรื้อรังมาจนถึงทุกวันนี้

                ดร.จุไรรัตน์วรรณยิ่ง  ครูเชี่ยวชาญคศ. ๔ (อาจารย์ ๓ ระดับ๙) กลุ่มสาระภาษาไทย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในฐานะครูภาษาไทยดีเด่นของคุรุสภาปี พ.ศ.๒๕๕๑ ครูภาษาไทยประกายเพชร พ.ศ.๒๕๕๑ และนายกสมาคมกวีร่วมสมัยสะท้อนถึงปัญหาเด็กอ่อนภาษาไทย พร้อมกับอธิบายการสอนแบบแจกลูกให้อ่านแบบประสมคำ จะทำให้เด็กมีพื้นฐานภาษาไทยแน่นมาก เด็กจะรู้ว่าคำนี้มาจากพยัญชนะประสมสระและมีเสียงวรรณยุกต์อะไรบ้าง เช่น คำว่า ลูก มาจากพยัญชนะ ล สระอู ประสมพยัญชนะ ก แล้วอ่านว่า ลูก  แต่ทุกวันนี้ครูสอนแบบรวบ คืออ่านว่า ลูก เลย ทำให้เด็กไม่รู้ที่มาที่ไปของคำว่าเป็นอย่างไร  จึงมีความรู้แบบหลวมๆ เมื่อไปพบคำอื่นๆเด็กก็อ่านผิดเพราะไม่สามารถเทียบเคียงได้ว่าจะต้องอ่านออกเสียงแบบไหน อีกทั้งหลักสูตรก็ไม่ได้กำหนดให้สอนแบบแจกลูกประสมคำ และอธิบายถึงองค์ประกอบของคำซึ่งเกิดจากหน่วยเสียง ๓ หน่วยเสียง ทั้งสระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์มารวมเป็นคำที่มีความหมายทั้งโดยนัยและตรงตัว

                หัวใจสำคัญที่จะทำให้เด็กรักและใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องคือ ครูต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่เด็กทั้งการพูด อ่านและเขียนภาษาไทย ใช้ภาษาไทยที่ดีเพื่อให้เด็กซึมซับ  ครูต้องรู้หน้าที่ ช่วยแก้ไขถ้าพบเด็กอ่าน เขียนภาษาไทยผิด  สอนเด็กอ่านให้ถูกต้องและบอกที่มาที่ไปของคำ เช่นคำว่า กรี หากอ่านว่า กะ-รี อ่านแบบเรียงพยางค์ หมายถึง ช้าง  ถ้าอ่านว่า  กรี อ่านแบบควบกล้ำ หมายถึง  กระดูกแหลมบนหัวกุ้ง  เพื่อให้เด็กนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

                ดร.จุไรรัตน์แนะนำครูให้ทำ แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียง  ไว้สอนลูกศิษย์ โดยรวบรวมข้อมูลและความรู้จากแหล่งความรุ้ต่างๆ และดูตัวอย่างแบบเรียนโบราณ  แต่ใส่คำทันสมัยที่เด็กพบเห็นในชีวิตประจำวันลงไปในแบบฝึกทักษะ  จะทำให้เด็กสนใจอ่าน ซึ่งไม่เพียงครูจะได้ประโยชน์ แต่นำมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนครูได้ด้วย  อีกทั้งโรงเรียนควรจัด ประกวดสื่อการสอน  และให้รางวัลครูเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ครู

                นอกจากนี้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานควรกำหนดให้ชัดเจนว่า ครูจะต้องสอนแบบแจกลูกประสมคำในระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๑   เพื่อเป็นกรอบในการสอนของครูและสำนักพิมพ์จะได้จัดทำแบบเรียนเพื่อสนองต่อหลักสูตร  ครูต้องรู้จักเลือกใช้แบบเรียนที่มีคุณภาพมาใช้สอนเด็กเพราะแบบเรียนก็เปรียบได้กับเรือ  หากครูเลือกเรือดีก็ไปถึงจุดหมายได้เร็ว ถ้าเลือกเรือรั่วก็ไปไม่ถึงจุดหมาย

                ภาษาไทยเป็นสิ่งที่มีชีวิตมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด  การที่เด็กใช้ภาษาไทยแบบบิดเบี้ยวไปบ้างก็เหมือนกระแสลดพัดมาแล้วก็ผ่านไปไม่เหมือนแก่นแท้ของภาษาไทยที่ยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน รากฐานของภาษาไทยนั้นงดงามอยู่แล้วเพราะบรรพบุรุษ  ครู อาจารย์ภาษาไทยสมัยโบราณ เช่น พระยาอุปกิตศิลปสารได้วางรากฐานหลักภาษาไทยไว้ดีมาก  ดังนั้น ไม่ว่าเด็กจะไหลไปตามกระแสโลกาภิวัตน์อย่างไร เมื่อถึงช่วงเป็นผู้ใหญ่ ก็จะหันกลับมาและรู้ว่าหลักภาษาไทยเป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรค่าแก่การอนุรักษ์

                ดร.จุไรรัตน์บอกทิ้งท้ายว่า  ครอบครัวมีส่วนสำคัญทำให้เด็กรักการอ่าน รักภาษาไทยและใช้อย่างถูกต้อง  ช่วงเย็นหลังรับประทานอาหาร เมื่อพ่อแม่ลูกใช้เวลาอ่านหนังสือ หนังสือพิมพ์หรือดูโทรทัศน์ด้วยกัน  พ่อแม่ควรอธิบายให้ลูกฟังว่า  คำนี้อ่านและเขียนอย่างไรให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ รวมทั้งหาหนังสือที่เป็นแบบอย่างการใช้ภาษาไทยที่ดีให้ลูกอ่าน  เช่น  สามก๊ก  ราชาธิราช  กามนิต วาสิฏฐี  นิทานเวตาล  ผู้ชนะสิบทิศ  สี่แผ่นดิน  ไผ่แดง  ข้างหลังภาพ ฯลฯ 

 

ข้อคิดเห็น  ปัญหาเด็กไทยอ่อนภาษาไทยเป็นปัญหาระดับชาติ  เกี่ยวข้องไปถึงความล้มเหลวทางการศึกษาของไทย  ในฐานะที่เราเป็นครูไทยคนหนึ่ง เราคงรับไม่ได้กับความล้มเหลวเช่นนี้  จึงต้องขอวิงวอนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน อย่าเพิกเฉยกับปัญหานี้เลย  ทำอย่างไรเด็กไทยจึงจะรักษ์ภาษาไทย  อ่านคล่อง  เขียนคล่อง และใช้ภาษาไทยได้ถูกต้อง

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก วันที่ ๒๗  กรกฎาคม ๒๕๕๒