รักแห่งสยาม
The Love of Siam

“…ให้มันเป็นเพลงบนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน...
....ดั่งในใจความบอกในกวี ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง
คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง...”
ฟังเพลง กันและกันOst. รักแห่งสยาม Ê
ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้ฟังเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ข้าพเจ้าก็เกิดความประทับใจในทันที และเมื่อได้ชมตัวอย่างภาพยนตร์ข้าพเจ้าก็ตั้งใจว่าจะต้องไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ได้ เพราะข้าพเจ้าคิดว่า รักแห่งสยาม คงจะเป็น “หนังรัก”วัยรุ่นสดใสแบบ Feel Good แนวที่ข้าพเจ้าชอบดู แต่หลังจากที่ได้ชม รักแห่งสยาม แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้รู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้พิเศษกว่าหนังรักเรื่องอื่นๆ รักแห่งสยาม นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับความรักในหลากหลายแง่มุม และได้เปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับความรักของข้าพเจ้าโดยทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ความรักนั้นสำคัญต่อชีวิตของเรามากมายเพียงใด
เรื่องย่อ รักแห่งสยาม
ณ ชุมชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ “มิว” เด็กชายวัย 12 ปีอาศัยอยู่กับอาม่า พ่อของมิวทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดและกลับมาบ้านเป็นครั้งคราวเท่านั้น อาม่าจึงเป็นเหมือนครอบครัวเพียงคนเดียวของมิว มิวเป็นเด็กเก็บตัวและไม่ค่อยมีเพื่อน จนกระทั่งมิวได้รู้จักกับ “โต้ง” เด็กชายที่อาศัยอยู่บ้านตรงข้าม และได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด ครอบครัวของโต้งประกอบด้วย พ่อ แม่ และแตงพี่สาวของโต้ง แม่ของโต้งเป็นคนเจ้าระเบียบ คอยจัดการชีวิตของทุกคนในบ้าน ต่อมาพ่อของโต้งต้องไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงถือโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวด้วย แต่แตงขอไปเที่ยวต่อกับเพื่อน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้แตงหลงไปในป่าและหายตัวไป พ่อจึงรู้สึกเสียใจและเริ่มดื่มเหล้าอย่างหนักมาตั้งแต่บัดนั้น ไม่นานต่อมาครอบครัวของโต้งซึ่งเหลือเพียงสามคนได้ย้ายบ้านออกไป และไม่กี่เดือนหลังจากนั้น อาม่าของมิวได้ล้มป่วยลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้มิวต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมเพียงคนเดียว


เวลาผ่านไป โต้งในวัย 18 ปี มีแฟนชื่อโดนัทสาวสวยที่ผู้ชายทุกคนหมายปอง แต่โต้งก็ไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์นี้คือความรักหรือไม่ ในขณะที่ มิว ผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีก็กำลังทุ่มเทความรักให้กับเสียงเพลงและวงดนตรีออกัสของตัวเอง เพลงแรกของวงเป็นที่รู้จัก โปรดิวเซอร์ของวงได้เสนองานให้แต่งเพลงรักซี่งเข้าถึงคนฟังได้มากกว่า จึงเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่มิวต้องแต่งเพลงนี้เพื่อนำไปเสนอกับค่ายเพลงใหญ่ มิวไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานแสนนาน ตั้งแต่อาม่าตายจากไป ในเวลาเดียวกับที่ หญิง เพื่อนบ้านของมิวก็คอยให้กำลังใจและแอบมองมิวอยู่ห่าง ๆ แต่มิวก็ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่หญิงมีต่อตัวเองเลย
วันหนึ่ง ขณะที่โต้งกำลังหาซื้อซีดีวงออกัสที่ร้านแถวสยาม เขาได้พบกับมิวอีกครั้ง หลังจากที่ขาดการติดต่อกันมานาน มิวแนะนำโต้งให้รู้จักกับ จูน ผู้จัดการ วงดนตรีของมิวที่หน้าตาและบุคลิกเหมือนกับแตง พี่สาวของโต้งที่หายตัวไป โต้งจึงคิดแผนให้แม่จ้างจูนปลอมตัวเป็นแตงเพื่อมารักษาอาการติดเหล้าให้กับพ่อการเข้ามาของจูนทำให้ครอบครัวโต้งดีขึ้น ในขณะเดียวกันเพลงรักของมิวก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ความฝันของวงออกัสที่จะได้ออกอัลบั้มเริ่มใกล้เข้ามาทุกที การมาพบกันอีกครั้งทำให้ชีวิตของโต้งและมิวที่กำลังมีปัญหาสมบูรณ์มากขึ้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงเริ่มก่อตัวขึ้น และมีความผูกพันกันเกินกว่าคำว่าเพื่อน เมื่อแม่ของโต้งรู้จึงเข้ามาตักเตือนมิว และห้ามไม่ให้โต้งไปบ้านมิวอีก หญิงซึ่งมาได้ยินโดยบังเอิญก็เสียใจมากที่คนที่ตนแอบรักไม่ได้เป็นอย่างที่คิด


หลังจากวันนั้น โต้งจึงเริ่มหันไปสูบบุหรี่ กินเหล้ากับเพื่อน ในขณะที่มิวหายตัวไปในวันออดิชั่น สร้างความเสียหายให้กับวง จนโปรดิวเซอร์ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนนักร้องนำ เพราะได้จองคิวคอนเสิร์ตในวันคริสต์มาสไว้แล้ว ทางฝั่งครอบครัวโต้ง พ่อของโต้งป่วยหนักจากการที่เขาดื่มเหล้าจัดต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน ในระหว่างที่พ่อรักษาตัวอยู่นี้ จูนได้บอกบางอย่างกับพ่อของโต้ง ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้อยู่ดูแลเขา

ในวันคริสต์มาส มิวตัดสินใจกลับมาร้องเพลงให้วงออกัสอีกครั้งหลังจากที่เพื่อนๆของเขาขอร้อง ขณะเดียวกัน โต้งได้มาที่สยามสแควร์ตามคำชวนของโดนัท และ ณ ที่นั่น โต้งได้บอกเลิกโดนัท และตัดสินใจไปดูคอนเสิร์ตของออกัสพร้อมกับหญิงที่สามารถเข้าใจความรักของโต้งและมิวได้แล้ว หลังคอนเสิร์ตจบ โต้งได้พบกับมิวอีกครั้ง และมอบของขวัญวันคริสต์มาสให้ เมื่อโต้งกลับมาที่บ้าน โต้งพบว่าจูนไม่ได้กลับมาอีกแล้ว เพราะเธอรู้ว่า ถึงครอบครัวของโต้งไม่มีแตงอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องจมปลักอยู่กับความทุกข์ ส่วนมิวเองก็รู้สึกตื้นตันกับของขวัญที่โต้งให้เพราะของขวัญชิ้นนั้นคือ จมูกที่หายไปของตุ๊กตาไม้ที่โต้งเคยให้มิวเมื่อครั้งยังเป็นเด็กนั่นเอง

รักแห่งสยาม เปลี่ยนชีวิตอย่างไร ?
หลังจากที่ข้าพเจ้าดูรักแห่งสยามแล้ว แนวความคิดหลายอย่างของข้าพเจ้าก็ได้เปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่การโฆษณาภาพยนตร์ที่ทำให้คนส่วนมากเข้าใจว่า รักแห่งสยาม เป็นหนังรักวัยรุ่นคล้ายกับSeason change หรือ เพื่อนสนิทแต่เมื่อมีโอกาสได้ดูรักแห่งสยาม จึงได้รู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังชีวิตที่นำเสนอเรื่องราวความรักที่ลึกซึ้งกินใจยิ่งกว่าหนังชีวิตที่ข้าพเจ้าได้สัมผัสในรอบหลายปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าจึงได้คิดว่าการมองสิ่งต่างๆเพียงผิวเผินจากรูปลักษณ์ภายนอก และใช้ความรู้สึกของเราเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินก็อาจจะไม่ถูกเสมอไปถ้าหากไม่มองให้ลึกถึงภายในแล้วใช้วิจารณญาณในการไตร่ตรองอย่างเป็นรอบคอบ นอกจากนี้รักแห่งสยามยังเปลี่ยนมุมมองของข้าพเจ้าต่อคนที่รักเพศเดียวกัน ข้าพเจ้าเคยคิดว่าความรักของพวกเขาเป็นความรักที่ไม่มีจริงเป็นเพียงความรักแบบผิวเผินแต่ในความเป็นจริงไม่ว่าเราจะมีรสนิยมทางเพศแบบใด เราก็สามารถมีความรักที่บริสุทธิ์ได้ขอเพียงรู้จักการแสดงออกอย่างเหมาะสม
รักแห่งสยาม นำเสนอเรื่องราวความรักหลากหลายแง่มุม เริ่มตั้งแต่การรู้จักความรัก การมีความรัก การแสดงความรัก ความผิดหวังในรักและการรับมือกับความผิดหวังนั้นซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญในชีวิตเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังจะเห็นได้จากตัวละครทุกตัวที่ล้วนมีความรักเป็นปัจจัยในการดำเนินชีวิต ยกตัวอย่างเช่น ตัวละครที่ข้าพเจ้าประทับใจที่สุด คือ มิว ผู้มีชีวิตโดดเดี่ยวอ้างว้างและขาดความรักเมื่ออาม่าตายจากไป ทำให้เขาไม่สามารถที่จะแต่งเพลงรักได้ เพราะเขากลัวที่จะรักใครมากๆแล้วต้องสูญเสียคนๆนั้นไป เมื่อได้รับความรักจากโต้ง มิวจึงกลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้งและแต่งเพลงรักที่ไพเราะได้มากมาย จนวันหนึ่งเมื่อโต้งต้องเดินจากไปมิวก็ต้องพบกับความผิดหวัง แต่ในท้ายที่สุดด้วยความรักจากเพื่อนๆมิวจึงกลับมายืนได้อีกครั้งและมิวก็เข้าใจว่าโต้งจากไปด้วยความจำเป็นทางสังคมอย่างที่โต้งบอกว่า "เราคงเป็นแฟนกับมิวไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราไม่รักมิวนะ" ส่วนครอบครัวของโต้งซึ่งจมปลักอยู่กับความทุกข์มาตลอดหลายปีก็ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งเพราะทุกคนยอมรับได้แล้วว่าถึงไม่มีแตงอยู่ พวกเขาก็สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างที่แม่บอกโต้งว่า “ต่อไปนี้จะมีแต่เรา 3 คน นะลูก” ซึ่ง2 เหตุการณ์นี้ถือเป็นแง่คิดสำคัญที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อถึงผู้ชมว่า ถึงแม้ความรักจะสำคัญเพียงใดเราก็ต้องยอมรับว่าคนที่เรารักอาจจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปเพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ทำให้ข้าพเจ้าได้แง่คิดว่า ขอเพียงมีความรักและทำใจยอมรับกับความผิดหวังที่จะเกิดขึ้น ชีวิตของเราก็มีความหวังที่จะก้าวเดินต่อไปได้ดังท่อนหนึ่งของเพลง กันและกัน
“...ดั่งในใจความบอกในกวี ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง...”
...ความรักอาจจะเป็นเพียงความโก้หรู ที่ต้องมีไว้อวด สำหรับบางคน
ความรักคือการเข้าใจ และยอมรับในตัวของเขา สำหรับบางคน
ความรักคือการให้ การดูแล และการคาดหวัง สำหรับบางคน
ความรักคือการได้เพียงมอง แค่เห็นเธอมีความสุขก็ดีใจ สำหรับบางคน..
ภาคผนวก
ชมตัวอย่างภาพยนตร์
สื่ออ้างอิง
หนังรักที่ทำให่เราได้รู้ว่า คราบใดที่มีรักเราก็ยังมีความหวัง...
เค้าชอบตรงมันเป็นหนังที่มีปิดกั้นอ่ะ น่าจะพอเค้าใจที่เค้าหมายถึงเนอะ
ดีใจที่มีคนทำเรื่องนี้น๊า
ชอบคุณใจแก้วที่นำเสนอมุมมองต่อหนังเรื่องนี้
สู้ๆจ่ะ
เอาใจช่วยเสมอ ทุกเรื่องงง
^^
ขอบคุณมากๆเลยจ้า เมย์
--
ไม่คิดว่าจะทำเรื่องนี้ 555
แต่ก็ดี เค้าว่ามันน่าสนใจดีในเรื่องของมุมมองของหลายๆเรื่อง
โดยเฉพาะเรื่องความรัก
ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องสมหวังตลอดไป ^^
แล้วก็สอนให้เราเข้าใจว่าคนทุกคนย่อมมีความทุกข์เสมอ
มันอยู่ที่ว่าเราจะจัดการกับความทุกข์นั้นยังไงมากกว่า
ถ้าเราเอาแต่จมปลักอยู่กับมัน ชีวิตก็ไม่ดีขึ้นมา
เราต้องมองไปข้างหน้า แล้วใช้มันเป็นแรงผลักดันตัวเราเอง...
เค้าก็ชอบเรื่องนี้มากกกกกเลย ^^
ดูเรื่องนี้แล้วมีมุมมองเกี่ยวกับความรักกว้างขึ้นจริงๆ
เป็นหนังรักเรื่องหนึ่งที่เค้าชอบมาเลย
จำได้ว่าตอนดูตอนแรก น้ำตาไหลมากมาย
ชอบที่เนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบทั้งความรักแบบคนรัก แบบเพื่อน แบบพ่อแม่ แบบพี่น้อง
ให้ข้อคิดในหลายด้านมากเลย ทำให้เค้ารู้จักคำว่ารักมากขึ้นด้วย
และได้เรียนรู้ประสบการณืชีวิตว่าความรักนั้น เพียงแค่รัก ใจก็ส่งถึงกันได้ ไม่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่ต้องเรียกกันว่า แฟน หรือคนรัก แต่เราก็รู้ใจกัน
สรุปคือ หนังเรื่องนี้ให้อะไรกับเรามากมายจริงๆ
อยากให้คนที่ไม่เคยดูไปดูหนังเรื่องนี้ด้วย แล้วจะซึ้งกินใจและได้รับข้อคิดมากมายจริงๆ
โห สุดยอด อ่านแล้วยังอินในบทเลย
แต่ถ้ามาเจอกับตัวเองคงไม่ไหว
ขอไม่เจอดีกว่า 555+
ตอนแรกเค้าก็คิดว่ามันเป็นแนวseason change
แต่เพื่อนบอกว่าเป็นอีกแนว อึ้งเลย
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดู
ว่างๆ เด๋วจาหาดูนะ
ปล.(เค้าแมน100เปอร์เซนนะ) ^^
อ่านแล้วซึ้ง
บรรยายได้ยอดเยี่ยมมาก
หลายคนเมื่อพูดถึงหนังเรื่องนี้แล้วก็อาจนึกถึงอย่างเดียว
จนมองข้ามความรักแบบอื่นที่เขานำเสนอ
ใจแก้วเป็นคนที่จุดประกายให้คนอื่นๆ ได้วิเคราะห์หนังเรื่องนี้ในแง่บวกมากขึ้น
ยอดเยี่ยม
แหมๆๆ อินเลิฟ อยู่หรือเปล่าเนี่ย?
เป็นหนังที่ดูแล้วต้องร้องไห้จริง ๆ นะ
เป็นหนังที่ไม่ไม่เพียงแต่จะแสดงถึงความรักวัยหนุ่มสาว แต่มีเรื่องของครอบครัวด้วย
เลยชอบมากมาย ^ ^
ใจแก้วนำเสนอภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ดีนะ
ยอดเยี่ยม!!!
ดีจังเลยครับ ดูหนังแล้วได้ข้อคิด
เป็นหนังอีกเรื่องนึงที่หักมุมจากการโฆษณา ซึ่งคนที่ไปดูก็เกิดอารมณ์หลายแบบ
บางคนก็ชอบ แต่บางคนก็เหมือนโดนหลอกให้ไปดู แต่หนังเรื่องนี้ก็นำเสนอในหลายๆแง่มุมดี
เขียนได้ดีครับ
สวัสดีครับ
เป็นหนังที่ให้ข้อคิดที่ดีนะครับ
เรียรู้จักรัก ก็ต้องมีอิสระด้วยนะครับ อย่ายึดติดเกินไป
เรื่องนี้สนุกดีอ่ะ
มุมมองความรักกว้างไกล ^^"
สนุกดี นำเสนอความรักในหลายๆรูปแบบ
ชอบครอบครัวของมาริโอ้ในเรื่องมากๆ *-*
ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน
ดูแล้ว ซึ้ง สนุก
สินใจ แสดงดีมาก ๆ ๆ ๆ
얀녕하세요!!
เห็นด้วยมากมาย..
ภาพยนตร์แต่ละเรื่องให้ข้อคิดมากมาย
แล้วยิ่งถ้าเป็นความรักแล้ว...ยิ่มมีหลายรูปแบบ
ไงก็ลองดูเรื่อง Beethoven virus บ้างนะ
(สนุกมากมาย)
อ่านเเล้วอยากดูเรย
ซึ้งดีอ่ะ
เรายังมะได้ดูเลย
อิอิ
ต้องหามาดูซะเเละ
^^
ใจแก้วเขียนได้ดีมากๆ
อ่านแล้วประทับใจพอๆกับดูหนังทั้งเรื่องเลยอะ
เค้าก็ชอบเรื่องนี้มากๆ ตอนดูจำได้ว่าขนลุกเลย เพลงก็เข้ากับเรื่องมากๆ
ทุกอย่างมีข้อคิดจริงๆเลยเนอะ ขอบคุณนะจ๊ะที่ใจแก้วมาช่วยแนะนำข้อคิดเพิ่มเติมที่เค้ามองข้ามไป
เค้าก็ชอบมิวเหมือนกัน เป็นตัวละครที่น่ารักมากๆเลย
อ่านแล้วก็อยากดูอีกกก ต้องดูซ้ำซะแล้ว!!
^^
โอ้ยยย (จะโอ้ยทำไม)
เรื่องนี้เค้าก็ชอบ ชอบๆ
ตอนมอหก เคยเอามาทำละครห้องด้วย
สงสัยเราชอบดูหนังแนวเดียวกัน เอิ๊กๆๆ
อื้มมมมมม เอาไว้ไปดูหนังด้วยกันเนาะเพื่อน ๕๕
ปล จะสอบไฟนอลแล้ว สู้ๆเด้อะ
เค้าก็ชอบหนังเรื่องนี้มากๆที่สุดเลย
เป็นเรื่องที่สะท้อนความจริงในสังคมได้ดีมาก
บอกถึงเรื่องต่างๆ ที่เกืดขึ้นในความรักที่ไม่ควรจะเกิด
เป็นหนังที่ทำให้สะเทือนใจได้มากเลยล่ะ
"บางครั้ง สิ่งแวดล้อมรอบข้าง ก็บังคับให้เราทำอะไรที่ไม่อยากทำนะ"
อิจฉาคนกะลังมีรัก
เฮ้อออ ดีเรอะ ถ้ามีความรักคงจะดูแล้วมีความสุข
ฮ่าๆๆ แต่อย่างไรเราถึงไม่มีก็ดูมีความุขเหมือนกัน
ปล. หนุกดี เป็นอะไรที่หยิบเอาเรื่องที่แบบง่ายๆๆ แล้วน่าสนใจดีอะ
คือ เป็นเรื่องชีวิตที่เกิดได้จริง
น่าสนใจ อินน