โครงการ อีสานอนามัย สร้างภูมิคุ้มภัย ใส่ใจเยาวชน

... ข้าวเอ่ยข้าวสุก มีให้กินทุกบ้านทุกฐานถิ่น

กว่าจะมาเป็นข้าวให้เรากิน ชาวนาสิ้นกำลังเกือบทั้งปี

ต้องทนแดด ทนฝน ทนลมหนาว

กว่าจะได้ข้าวจากนามาถึงนี่

คนกินข้าวควรคิดดูให้ดี ชาวนามีคุณต่อเราไม่เบาเลย

ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า

ผู้คนอดอยาก มีมากหนักหนา สงสารบรรดา เด็กตาดำๆ...ขอบคุณแม่ครัวครับ/คะ

 

วันที่ ๑๕ – ๑๖ สิงหาคม ๕๒ น้องๆ ชมรมชมรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดโครงการอีสานอนามัย สร้างภูมิคุ้มภัย ใส่ใจเยาวชน ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี โดยมีสมาชิกชมรมเข้าร่วมประมาณ ๗๐ คน เพื่อวางแผนการทำกิจกรรมของชมรมอีสานในรอบปี แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของชาวอีสาน รวมถึงการสร้างความเข้าใจในเรื่องโรคเอดส์ให้กับน้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม

 

ช่วงเช้าหลังเดินทางมาถึงที่หมายปลายทาง น้องๆ ได้มีการแบ่งกลุ่ม ทำกิจกรรมละลายพฤติกรรม และเข้ากิจกรรมเรื่องโรคเอดส์ ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาสุขภาพหนึ่งของประชากรไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ที่มีอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น เพราะพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย

 

หลังจากพักรับประทานอาหารกลางวัน น้องๆ ก็เริ่มกิจกรรมสันทนาการเพื่อย่อยอาหาร ก่อนจะแบ่งกลุ่มระดมสมองและแลกเปลี่ยนกันในเรื่องศิลปวัฒนธรรมอีสานในด้านต่างๆ เช่น ภาษา ประเพณี วิถีชีวิต ซึ่งน้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพราะน้องๆ ที่มาไม่เพียงแต่เป็นชาวอีสานเท่านั้น แต่ยังมีน้องๆ จากภาคอื่นๆ เข้าร่วมจนครบทุกภาคของประเทศ และถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและยุคสมัย แต่โจทย์ที่ให้ไว้สำหรับน้องๆ คือ จะรับสิ่งดีดีเหล่านั้นจากคนรุ่นก่อนมาปรับใช้อย่างสมภาคภูมิได้อย่างไร

 

ต่อด้วยกิจกรรมสืบสาวราวเรื่อง กิจกรรมที่ชมรมได้ทำมาตลอดระยะเวลาประมาณ ๑๓ ปี เท่าที่พี่ๆ รุ่นเก่าแก่ที่สุดได้เข้ามาร่วมกิจกรรมนี้ แต่จริงๆ การทำกิจกรรมของชมรมได้มีมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้วก็ตาม

 

กิจกรรมต่อมาในวันแรกของค่าย คือ การเข้าซุ้มภาษา และทำความรู้จักกับจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสาน ต่อด้วยการเตรียมการแสดงเพื่อกิจกรรมรอบกองไฟ ในค่ำคืนนี้ ครับ

นับเป็นกิจกรรมดีดี ที่นักศึกษาคนรุ่นใหม่ ได้จัดทำขึ้น จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ด้วยความเคารพรัก