กระทรวงการคลังเร่งแก้ระเบียบงานประมูลใหม่
หลังรัฐวิสาหกิจระบุการกำหนดวงเงินประมูลงาน 2 ล้านบาท
ต้องใช้ระบบ อี-ออคชั่น
และราคากลางของการประมูลต่ำไม่สอดคล้องต้นทุนแพง
ส่งผลให้ไม่มีผู้สนใจประมูล เบิกจ่ายงบฯ ลงทุนรัฐวิสาหกิจปี 49
จึงล่าช้า ล่าสุดเบิกจ่ายได้เพียงร้อยละ 28.07 ของวงเงิน 281,000
ล้านบาท
นายไชยยศ สะสมทรัพย์
รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า
ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)
เร่งหารือกับกรมบัญชีกลาง
เพื่อขอขยายวงเงินขั้นต่ำในการประมูล
การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-ออคชั่น
หลังจากที่หารือกับรัฐวิสาหกิจทั้ง 17
แห่งแล้วพบว่าการกำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีวงเงินตั้งแต่ 2
ล้านบาทขึ้นไป ต้องใช้ระบบอีออคชั่น
ทำให้ผู้รับเหมาหรือผู้ประมูลงานไม่ให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูล
จนส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ในปี 2549
เป็นไปด้วยความล่าช้า โดยสามารถเบิกจ่ายได้เพียงร้อยละ 28.07
ของวงเงินงบลงทุนกว่า 281,000 ล้านบาท
“การประมูลงานที่มีมูลค่าต่ำหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต้องเพิ่มระยะเวลาที่คาดว่าจะได้ผลสรุปผู้ที่ชนะการประมูลอีก
30 วัน เพราะคนเข้าร่วมประมูลน้อย
ประกอบกับกระบวนการหรือขั้นตอนการประมูลแบบอี-ออคชั่น มีขั้นตอนมาก
ทั้งการกำหนดราคากลาง การหาคณะกรรมการ
รวมไปถึงคนกลางหรือตลาดกลางในการทำหน้าที่ประมูล
ไม่เพียงพอกับจำนวนงานที่มีมาก จึงทำให้เกิดความไม่คล่องตัว” นายไชยยศ
กล่าว
นายไชยยศ กล่าวว่า
ในการหารือร่วมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 17 แห่ง
เพื่อขอความร่วมมือให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้ได้ตามเป้าหมายให้ได้มากที่สุด
ซึ่งทุกหน่วยงานได้ยืนยันตรงกันว่าปัญหาหนึ่งที่สำคัญคือ
เรื่องระบบอี-ออคชั่น
ซึ่งตนเองเห็นว่าหากขยายวงเงินเพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและสร้างแรงดึงดูดให้มีผู้เข้าร่วมประมูลงานมากขึ้น
นอกจากนี้
ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ทำให้มีคนเข้ามาประมูลงานภาครัฐน้อยกว่าที่ควรคือ
เรื่องการกำหนดราคากลางที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น
กรณีราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
แต่ราคากลางของงานประมูลภาครัฐยังไม่ปรับตาม หรือปรับตามไม่ทัน
รวมถึงกระบวนการทำบาร์เตอร์เทรด
ได้ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้าไป เช่น
การซื้อหัวรถจักรของการรถไฟ
แห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ
และยังมีปัญหาว่ารัฐวิสาหกิจที่ลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล
เช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม.
ยังไม่สามารถลงทุนได้ เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ
จำเป็นต้องชะลอการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ไปก่อน
จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่
นายอารีพงษ์ ภู่ชะอุ่ม รองผู้อำนวยการ
สคร. กล่าวว่า การประมูลงานในวงเงินต่ำ
หลายครั้งต้องล้มเพื่อประมูลใหม่
ซึ่งรัฐวิสาหกิจบางแห่งที่มีงานประมูลเป็นจำนวนมากในแต่ละปี
และมีสำนักงานกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประมูลงานด้วยระบบอี-ออคชั่น
ทำให้กลายเป็นปัญหา
ทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของหน่วยงานเหล่านี้ล่าช้า
ทั้งนี้ งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้ง 17 แห่ง ในปี 2549 มีกว่า
281,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 49 เบิกจ่ายได้เพียง
ร้อยละ 28.07 ขณะที่กำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายไว้ที่ร้อยละ 90
ซึ่งตัวเลขการเบิกจ่ายนี้
ได้รวมการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจที่ใช้ปีงบประมาณ และ
ปีปฏิทินโดยที่รัฐวิสาหกิจที่ใช้ปีงบประมาณที่เริ่มต้นตั้งแต่เดือน
ต.ค. 48 สามารถเบิกจ่ายได้ ร้อยละ 46
ส่วนที่ใช้ปีปฏิทินที่เริ่มต้นบัญชีเมื่อเดือน ม.ค.49
สามารถเบิกจ่ายได้ ร้อยละ 10.6
ผู้จัดการออนไลน์ เดลินิวส์ 12 พ.ค. 49
สยามรัฐ 13 พ.ค. 49
รัฐวิสาหกิจโทษประมูลอี-ออคชั่นส่งผลให้เบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้า
รัฐวิสาหกิจโทษประมูลอี-ออคชั่นส่งผลให้เบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้า
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น