แหม เบื้องหลังจริงๆด้วยสิ!!


พี่หมออนามัยแห่งกิ่ง อ.สามชัยที่นายบอนบันทึกถึงพี่ท่านมาหลายตอนแล้ว ท่านได้ทุ่มเททำวิทยานิพนธ์เรื่องไข้เลือดออกของท่านอย่างเต็มที่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาดูเหมือนว่า จะทิ้งเรื่องการเรียนไปแล้ว เพราะภาระงานที่มากมาย ยุ่งอยู่ตลอด ถอดใจวันละหลายครั้ง แต่ก็ยังคงมีมานะ มุ่งมั่นที่จะทำวิทยานิพนธ์ให้เสร็จให้ได้

ถึงวันนี้ เป็นเวลาเกือบ 4 ปีแล้วครับ เพื่อนร่วมรุ่นจบกันไปแล้ว ครึ่งค่อนรุ่น เหลือที่ยังไม่จบเพียงไม่กี่คน

เพื่อนหมออนามัยหลายคนที่ไม่มีเวลาที่จะทำวิจัยได้เลย ตัดสินใจทิ้งเรื่องเรียนไปตั้งนานแล้ว แต่พี่หมออนามัยคนนี้ ยังคงมุ่งมั่นคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ในเทอม Summer นี้ ค่าเทอมจ่ายครึ่งราคา คือ 6000 บาท ถ้าจะสอบในเทอมนี้ ก็จะต้องลงทะเบียนหน่วยกิตที่เหลือให้หมด รวมเงินค่าหน่วยกิตทั้งหมดอีก 7500 บาท และจะต้องจ่ายค่าสอบปากเปล่า อีก 2500 บาท ดังนั้น ในเดือนนี้ พี่หมออนามัย จะต้องจ่ายทันที 16000 บาท

ถ้าเป็นเทอมปกติ ค่าเทอมเป็น 12000 บาท จะต้องจ่ายทั้งหมดเป็น 22000 บาท

จึงต้องเร่งให้จบใน summer นี้ให้ได้ครับ จะได้ประหยัดถึง 6000 บาท

พฤษภาคม 2549 ช่วงเวลาแห่งการเปิดเทอม ไหนจะต้องควักค่าเทอม ค่าหนังสือ เสื้อผ้าของลูกๆทั้ง 3 คนที่อยู่ในวัยเรียนกันทั้งนั้น รวมกับค่าใช้จ่ายของพี่หมออนามัยแล้วก็ต้องควักเงินเรื่องเรียนในเดือนนี้ ร่วม 5000 บาททีเดียว

ถึงจะหนักก็ต้องจบใน summer นี้ให้ได้

ในช่วงเวลานี้ หมดเขตลงทะเบียน summer ไปนานแล้ว แต่ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ในคณะ ติดต่อให้ขอลงทะเบียนใน summer นี้จนได้ เมื่อ 14 พ.ค.2549 ที่ผ่านมา ... ได้ลงทะเบียนสมใจอยาก

การที่เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ดูจะเป็นเรื่องที่หนักมากทีเดียว สำหรับพี่หมออนามัยวัย 40 เวลาที่ทีน้อย เดินทางก็ไกล ค่าน้ำมันก็แพงขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา 4 ปี พี่เขาฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมามากมาย มีความรับผิดชอบมากกว่านิสิที่เรียนในภาคปกติมากมายหลายเท่า ลงทุนเรื่องเรียนตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงตอนนี้ ก็ปาเข้าไปกว่า 2 แสนบาทแล้ว ไม่อยากให้การลงทุนครั้งนี้ สูญเปล่าา พี่เขาเลยไม่ยอมที่จะถอดใจเรื่องเรียนสักที

ทางคณะ ก็พยายามติดต่อ ช่วยเหลือ เพราะอยากให้พี่เขาจบเช่นกัน อย่างน้อยฝ่าฟันอุปสรรคมาจนถึงวันนี้ได้ คุณค่าทางจิตใจย่อมยิ่งใหญ่กว่านิสิตที่เรียนจบตามระยะเวลาของหลักสูตรทั่วๆ ไป

ถึงแม้จะเป็นเพียงพี่หมออนามัย อยู่สถานีอนามัยไกลปืนเที่ยง นอกจากปริญญาบัตรที่จะได้รับแล้ว สิ่งที่เพื่อนร่วมรุ่นที่จบไปแล้ว ไม่มีโอกาสได้สัมผัสเช่นเดียวกับพี่เขา คือ การช่วยเหลือเกื้อกูลของกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกั กัน ที่ไม่ทอดทิ้งกัน ความเห็นอกเห็นใจ น้ำใจไมตรี และมิตรภาพที่มั่นยืน

แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะสั้นๆ ในการพบปะกันแต่ละครั้ง ในช่วงเวลาที่ปลีกตัวจากงาน แต่ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ทอดยาวมาถึง 4 ปีนี้แหละ กลับมีคุณค่ามากมายมหาศาลจริงๆ....