บทบาทร่วมของผู้ป่วยในการดูแลรักษาหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า มี 7 ระยะด้วยกัน แต่ละระยะจะมีเป้าหมายของการดูแลที่แตกต่างกันแต่มีจุดมุ่งหมายร่วมกัน เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการผ่าตัดและสามารถกลับใช้ชีวิตกับข้อเข่าใหม่ได้อย่างมีความสุข

บทบาทร่วมของผู้ป่วยในการดูแลรักษาหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

            การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมเป็นวิธีการรักษาที่ยากและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมากนอกจากนี้ยังมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ เช่น การติดเชื้อ ภาวะข้อเข่าติดหลังการผ่าตัด เป็นต้น ซึ่งการมีส่วนร่วมในการรักษาของผู้ป่วยจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และยังเป็นวิธีการที่ผู้ป่วยจะมีโอกาสได้รับการดูแลรักษาครบทุกด้านแบบองค์รวม คือ ทั้งด้านมาตรฐานวิชาชีพ มีการเตรียมตัวด้านจิตใจ อารมณ์และสังคม เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติรับทราบว่ามีแผนการดูแลรักษาอย่างไรตั้งแต่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในวันผ่าตัด ในวันหลังผ่าตัดและการเตรียมตัวก่อนกลับบ้านรวมถึงการปฏิบัติตัวที่บ้าน ซึ่งการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย จะแบ่งเป็น 7 ช่วง ซึ่งในแต่ละช่วงจะมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนี้

         ช่วงที่ 1  ตั้งแต่ผู้ป่วยมาติดต่อแพทย์ที่แผนกผู้ป่วยนอกจนถึงวันรับเข้านอนและวันเตรียมตัวก่อนผ่าตัดในหอผู้ป่วย

            เป้าหมายการดูแลในช่วงนี้คือ ผู้ป่วยได้รับการเตรียมความพร้อมทั้ง ร่างกายและจิตใจ สภาพทางสังคมเศรษฐกิจ พร้อมที่จะรับการผ่าตัดในวันรุ่งขึ้นหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

            ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า จะได้รับการประเมินความพร้อมทั้งร่างกายด้วยการตรวจทั่วไป และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการล่วงหน้า ในกรณีที่มีโรคทางด้านอื่นๆ เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง  จะได้รับการส่งปรึกษาอายุรแพทย์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้โดยไม่มีผลแทรกซ้อน ในด้านจิตใจจะมีการประเมินความพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมมักจะเป็นผู้ป่วยสูงอายุ จึงควรเชิญญาติใกล้ชิดมาร่วมรับฟังและร่วมในการประเมินด้วย ในด้านเศรษฐกิจสังคม เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจะมีค่าใช้จ่ายสูง  และจะต้องมีการจ่ายส่วนเกินสิทธิที่เบิกได้   ดังนั้นจึงมีการจัดทำรายการอุปกรณ์ข้อเข่าเทียมเพื่อให้ผู้ป่วยและญาติได้เตรียมความพร้อมในส่วนนี้ ในวันนี้ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำในการผ่าตัด การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมล่วงหน้าสำหรับค่าข้อเข่าเทียม

ช่วงที่ 2  ตั้งแต่เช้าวันผ่าตัดไปจนถึงผู้ป่วยกลับจากห้องพักฟื้นและกลับไปที่หอผู้ป่วย

เป้าหมายการดูแลในช่วงนี้คือ ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดตามแผนและได้มีการประเมินหลังผ่าตัดว่าต้องการดูแลใกล้ชิดหรือไม่รวมทั้งได้ให้การป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดดำที่ขาเพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยหลังการผ่าตัด

ผู้ป่วยจะได้รับการเคลื่อนย้ายไปยังห้องผ่าตัดก่อนการผ่าตัดประมาณครึ่งชั่วโมงจะมีพยาบาลประจำห้องผ่าตัดและวิสัญญีพยาบาลมาดูแลอาการทั่วไปและให้คำแนะนำเพื่อลดความวิตกกังวลหลังจากนั้นจะเป็นการให้ยาระงับความรู้สึกซึ่งอาจเป็นการดมยาสลบหรือฉีดยาเข้าไขสันหลังตามแผนที่ทีมวิสัญญีได้เตรียมไว้ แพทย์จะเริ่มทำการผ่าตัดซึ่งใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง ในรายที่ไม่ซับซ้อน หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะถูกนำมาดูแลที่ห้องพักฟื้นเพื่อให้อาการคงที่และกลับส่งหอผู้ป่วย

ที่หอผู้ป่วยพยาบาลจะประเมินอาการและสัญญานชีพและติดตามอย่างใกล้ชิดตามมาตรฐาน และดูแลให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวให้ถูกต้องในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ในการดูแลจะพบว่าผู้ป่วยกลัวว่าข้อเข่าเทียมที่ใส่จะหลุดทำให้ไม่กล้าขยับตัวซึ่งแท้จริงแล้วการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะเป็นการผ่าตัดที่อุปกรณ์ได้รับการใส่อย่างแน่นหนาแข็งแรง และได้รับการทดสอบในระหว่างการผ่าตัดแล้วด้วย ดังนั้นผู้ป่วยจึงสามารถขยับข้อเท้าขึ้นลงได้ 6 ครั้งต่อชั่วโมง เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียน และสามารถขยับตะแคงตัวเบาๆ ได้เพื่อลดความปวดเมื่อยและเพื่อไม่ให้เกิดแผลกดทับ

ช่วงที่ 3  วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันหลังผ่าตัดวันแรก

เป้าหมายการดูแลในช่วงนี้คือ ผู้ป่วยได้รับยาแก้ปวดและเริ่มบริหารเข่า แบบ isometric

 ในช่วงนี้ผู้ป่วยควรบริหารให้มากขึ้นโดยมีการบริหาร 4 อย่างคือ ลุกนั่ง หายใจลึกๆ ขยับข้อเข้า และเริ่มบริหารเกร็งกำลังข้อเข่า ซึ่งจะเป็นการเกร็งเหยียด โดยยังไม่งอเข่าเนื่องจากยังมีสายระบายเลือดติดอยู่ที่แผล

ช่วงที่ 4  วันที่ 2 หลังการผ่าตัด

เป้าหมายการดูแลในช่วงนี้คือ ผู้ป่วยได้รับการถอดสายระบายเลือดและเปิดทำแผล รวมทั้งเริ่มบริหารงอเข่า

ในวันนี้ทีมแพทย์จะถอดสำลีที่พันรัดข้อเข่าออก ถอดท่อระบายเลือด และเปิดทำแผล หลังจากนั้นจะพันผ้ารัดแบบยืด ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยโล่ง สบายหัวเข่า ผู้ป่วยควรจะมีการออกกำลังตามแบบที่แนะนำมากขึ้น เน้นการออกกำลังกล้ามเนื้อต้นขา โดยเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นข้างละ 20 ครั้ง ทำวันละ 3 รอบ เช้า กลางวัน เย็น และให้เพิ่มการบริหารงอเข่าได้ ซึ่งจะค่อยๆ เริ่มทำบนเตียงก่อน เมื่อทำได้ดีให้นั่งงอเข่าข้างเตียงโดยมีเก้าอี้รองปลายเท้า

ช่วงที่ 5  วันที่ 3 หลังการผ่าตัด

เป้าหมายการดูแลในช่วงนี้คือ งดการให้ยาปฏิชีวนะที่ฉีดเข้าทางเส้นเลือด ผู้ป่วยเริ่มยืน และเดินด้วยเครื่องช่วยพยุง (walker frame)

ไม่มีความจำเป็นในการให้ยาปฏิชีวนะมากเกินไป ศัลยแพทย์บางท่านจะให้เพียง 24 ชั่วโมง บางท่านให้ 48 ชั่วโมง ซึ่งในวันนี้จะเป็นการงดให้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยทุกราย ซึ่งจะช่วยให้ฝึกเดินได้สะดวกมากขึ้น

ช่วงที่ 6  ตั้งแต่วันที่ 4 หลังการผ่าตัดเป็นต้นไป

เป้าหมายการดูแลในช่วงนี้คือ ผู้ป่วยเดินได้เองด้วยเครื่องช่วยพยุง สามารถขยับงอเข่าได้มากขึ้น โดยไม่ปวด

เมื่อมาถึงวันนี้แสดงว่าผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าได้รับผลดีและไม่มีปัญหาแทรกซ้อน ผู้ป่วยได้รับการเตรียมตัวกลับบ้าน ซึ่งสิ่งสำคัญคือ การสามารถขยับเหยียดงอเข่าได้ โดยไม่ปวด และสามารถใช้เครื่องพยุงในการยืนและเดิน

ช่วงที่ 7  ช่วงการประเมินเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านจนถึงกลับบ้าน

เป้าหมายการดูแลในช่วงนี้คือ การประเมินว่าผู้ป่วยพร้อมที่จะกลับบ้าน

ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินว่า ไม่มีการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด ไม่มีไข้ มีการเตรียมตัวของผู้ป่วยและญาติเพื่อนำผู้ป่วยกลับบ้าน พยาบาลจะประสานงานกับแพทย์ทุกสาขาว่ามียากินในการรักษาตัวที่บ้านและมีแผนการติดตามการักษาอย่างต่อเนื่องอย่างไร ก่อนวันกลับบ้านจะมีการทำความสะอาดแผลผ่าตัด และเปลี่ยนอุปกรณ์ปิดแผลให้ใหม่ ผู้ป่วยจะได้รับการนัดให้มาตัดไหมที่แผนกผู้ป่วยนอกใน 14 วันหลังการผ่าตัดและเพื่อติดตามการรักษาด้วย กรณีมีโรคประจำตัวอื่นจะได้รับนัดที่แผนกที่เกี่ยวข้อง

แต่ละช่วงจะมีเป้าหมายในการดูแลที่แตกต่างกันแต่มีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการผ่าตัดและสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับข้อเข่าใหม่ได้อย่างมีความสุข