การเล่าปัญหาที่พบในโรงเรียน  และผ่านมาไม่กี่วันถือว่าเป็นเรื่องปัจจุบัน  จากบันทึกที่   ๓๔๖. ได้รับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมากมาย เหมือนเป็นแรงบันดาลใจและจุดประกายให้มาคิดเป็นการบ้านต่อ  โดยนำประสบการณ์จริงที่เกี่ยวข้องมาแลกเปลี่ยน  ตามประเด็นของ :-

P  สุ-มหาวิทยาลัยชีวิต ที่ไม่มีวันปิดทำการ  ที่ทิ้งโจยท์ไว้ดังนี้

เด็กมีปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวเป็นเด็กที่น่าสงสารจริง ควรได้รับการช่วยเหลือ

แต่การสูบบุหรี่ของเด็กรุ่นนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งอยากลองของ  ให้รู้สึกว่าตนเองก็เป็นผู้ชายแล้ว มีสิทธ์สูบได้  และมีเพื่อนที่ชักชวนทำตามกัน เป็นกลุ่มกัน รู้สึกเท่เก๋  จะมาบอกว่ามีปัญหาครอบครัว บางครั้งเชื่อไม่ได้  การสูบบุหรี่ ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา

อยากจะทำโทษเสียให้เข็ด ก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจเด็ก ให้โอกาสเด็กได้คิดเองซักครั้ง  ว่าตนเองเป็นนักเรียน สมควรแล้วหรือยัง  ที่จะมาสูบในวัยเรียน  เงินจะซื้อข้าวไม่มีจะกินข้าวเที่ยง แล้วมาเอาไปซื้อบุหรี่สูบแทน  

คุณครูคงต้องให้นักเรียนไปค้นหาเรื่องการสูบบุหรี่ให้โทษอย่างไร ทำรายงานเพื่อสร้างความตระหนักถึงโทษของมัน  เป็นการทำโทษ

วิธีการทำโทษอีกรูปแบบหนึ่ง  ครั้งแรกให้โอกาส ให้ตั้งต้นใหม่  ถ้าเห็นและสูบถึง 3 ครั้ง   คงต้องเชิญผู้ปกครองมาพบ และทำสัญญากัน ถ้าไม่หยุด ให้ลาออก(ขู่)เฉยๆ

และอย่าลืมว่า  ทุกอย่างเราทำด้วยความรักและกรุณา  ทำอย่างไรเขาถึงจะรู้ว่าเรากรุณา

             สภาพบริบทของนักเรียน  ที่โรงเรียนของฉัน  นักเรียนทุกคนน่าสงสาร  มีปัญหาที่ต้องต่อสู้  มีน้อยรายที่มีพ่อแม่และครอบครัวไม่แตกแยก  ความยากจน  ขาดความรัก ความอบอุ่นและการอบรมเลี้ยงดูที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย 

       การที่บอกว่าเด็กวัยรุ่นมีพฤติกรรมแบบนั้นแบบนี้  ผู้ใหญ่เอาประสบการณ์มาสรุป  เอาความรู้สึกนึกคิดและเปรียบเทียบกับสมัยตนเองเป็นวัยรุ่นของผู้ใหญ่มาเปรียบเทียบ  และตัดสินว่าเด็กวัยรุ่นจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ 

       การที่เด็กมีพฤติกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่  เพราะเขาขาดความยั้งคิด  ที่ผู้ใหญ่ไม่อบรมสั่งสอนเขามาแต่แรกเริ่ม  เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่กระทำลงไปนั้นดีหรือไม่ดี  เพราะเขาคือเด็ก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีต่างกับผู้ใหญ่  และเขามีปัญหาขึ้นมารอบตัวเขาโดยเขาไม่รู้ตัว  

       การที่เด็กพูด หรือบอกเหตุผลแล้วผู้ใหญ่ไม่เชื่อ  นับว่าเป็นการทำร้ายเด็กจะทำให้เขาไม่ไว้วางใจ  ขาดความมั่นใจในการแสดงออก  หวาดกลัวสังคม และขาดความสุข  ถือเป็นการจำกัดเชาวน์ปัญญาที่ทุกคนมีอยู่ตั้งแต่เกิด  เพราะเชาวน์ปัญญามีความสำคัญต่อการตัดสินใจ  เด็กมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์เท่าและทัดเทียมกัน  จึงควรให้เกียรติโดยการเชื่อในเรื่องที่เด็กบอก 

       ทำไมเด็กบางคนจึงโกหก  มาจากพื้นฐานการเลี้ยงดูจากครอบครัว  ถูกผู้ใหญ่ลงโทษและไม่ให้โอกาสเด็ก  ถือว่าเด็กโง่ไม่รู้อะไร ไม่ยอมรับฟัง และไร้เหตุผล  เด็กจึงหาทางออกโดยการโกหกเพื่อเอาตัวรอด  ถ้าผู้ใหญ่มีความยุติธรรมมีความรักและเมตตาอย่างจริงใจ  เด็กไม่มีวันโกหก  เพราะเด็กต้องการความรักมากกว่าความต้องการอย่างอื่น 

      เด็กวัยรุ่นจะไม่ชอบการตอกย้ำด้วยถ้อยคำรุนแรง  หรือคำเปรียบเทียบเปรียบเปรย  เขาชอบคำพูดที่ตรงไปตรงมาและตรงใจเขาด้วย  ก่อนที่จะคุยกันผู้ใหญ่ต้องจัดบรรยากาศก่อน  กำจัดอารมณ์ออกไปให้หมดให้เหลือแต่หัวใจเท่านั้น  พูดคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  โดยที่เด็กก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีความผิด  และเด็กจะภูมิใจที่เขาไม่โดนอะไรเลย 

      การลงโทษไม่ว่ากรณีใด ๆ  ไม่มีความหมายสำหรับคนบางคนหรือบางกลุ่ม  การให้ไปค้นคว้าทำรายงาน  อาจจะได้แต่กระดาษกลับมาแต่ขาดสำนึก  ถือว่าพ้นหน้าที่  และเป็นโทษหนักยิ่งกว่าการเฆี่ยนตี  เพราะเด็กขาดสมาธิในการเรียนรู้เนื่องจากถูกบังคับให้ไปทำรายงาน

       การตัดสินใจที่ครูเป็นผู้กำหนดว่าจะต้องเรียกผู้ปกครองมาพบ ต้องทำภาคทัณฑ์การทำความผิดทางพฤติกรรม  ไม่ใช่ความต้องการของเด็ก  เด็กจะถือว่าเขาไม่มีทางเลือก  แบบนี้ไม่ได้สร้างจิตสำนึกให้เด็ก จนแล้วจนรอดก็อาจกลับมาทำผิดอีก  แล้วผู้ปกครองก็ชอบมากที่ให้ลูกออกจากโรงเรียนจะได้ไปช่วยทำงาน  เด็กเสียโอกาส ๑ คนอนาคตของชาติวุ่นวายมหาศาล

       คำขู่เพื่อให้เด็กกลัว  เป็นผลกระทบในทางอ้อม  เมื่อเขาโตขึ้นเขาจะไปทำร้ายสังคมอาจจะรู้ตัวและไม่รู้ตัว  ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนแปลคำขู่จะไม่มีผลต่อการให้เด็กกลับตัว  สมัยก่อนไล่ออกจากบ้านหรือไล่ออกจากโรงเรียนเด็กจะกลัว  สมัยนี้ไล่เลยเด็กจะไปทันที 

       ทำอย่างไร...เด็กจึงจะรู้ว่าเรากรุณา  เด็กได้รับการอบรม สั่งสอน การเรียนรู้และมีจิตสำนึกว่า "ผู้ใหญ่มีจิตวิญญาณ" ซึ่งเป็นการสื่อสารมาจากภายใน  ตามธรรมชาติเด็กทุกคนมีความน่ารักอยู่ในตัวเอง  แต่ผู้ใหญ่หมดวัยของความน่ารัก ผู้ใหญ่ควรต้องทำตัวให้เด็กรัก

       การที่จะแก้ปัญหาของเด็กแต่ละคน  ใช้เวลานานมาก  ต้องเรียนรู้และศึกษาพื้นฐานจิตใจ สภาพครอบครัวและการเลี้ยงดู  ครูต้องลงทุนสร้างศรัทธาให้เกิดกับเด็ก และรู้จักเด็กคนนั้นดีพอสมควร  และอย่าท้อถอยกลางคัน 

     ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่เข้ามาอ่านและแลกเปลี่ยน...เพื่อเด็กค่ะ  และขอขอบพระคุณ    พี่สุ-มหาวิทยาลัยชีวิต ที่ไม่มีวันปิดทำการ   เป็นอย่างสูง