ยิ่งมืดดำยิ่งน่าค้นหา....เดินดิ่งหลุมพราง

       

       เป็นเรื่องที่ใช้เวลาคิดอยู่นาน  ก่อนที่จะลงมือเขียนบันทึกโลกใบนี้ลงในบล็อก  ตัดสินใจยากมาก ด้วยความกังวลใจในผลที่จะเกิดตามมา จากข้อความทั้งหมดที่ได้เล่าในมุมมืด

       ความทรงจำที่ฝังอยู่ในหัวสมองอันหนา ๆ ก็พอจะแกะออกมาเล่าได้อยู่บ้าง  การใช้ชีวิตเยี่ยงอย่างปุถุชน ซึ่งก็ทำให้ผมได้เห็นความไร้สมดุลทางโอกาสของผู้คน   โอกาสชีวิตที่อยู่กันคนละฟากกับความสดใสงดงาม  “ หมายถึงชีวิตที่ล้มเหลว...รึเปล่า???   ก็ไม่อาจทราบได้ ”

       ที่จริงแล้วในชีวิตนี้ผมอยากเห็นแต่สิ่งดี ๆ ที่มันเกิดขึ้นในบ้านเมือง  เพราะมันเป็นบ้านเมืองที่ผมได้เกิด และก็ได้แฝงตัวอยู่ในซอกซอยที่มีแต่พลเมืองชั้นล่างที่ที่เต็มไปด้วยนิยายน้ำเน่าเหม็นบูด...แต่ทุก ๆ คนก็หวังที่จะได้เห็นสังคมแห่งอุดมคติ  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงความหวังในความฝันที่ยังไม่ได้หลับของพวกเราก็ตาม  

         ความจริงกับความฝันนั้นมันแตกต่างกันอย่างเหนือคณานับ” ลองหลับตาึกดูว่าในทะเลสังคมที่กว้างใหญ่บนโลกมหึมาใบนี้นั้น ล้วนมีหลากหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวิถีของมวลหมู่มนุษย์ สัตว์สังคมที่มีทั้งวิถีมืดเฉาและกำลังส่องแสงสว่างใสสดยืนหยัดต่างมุมต่างจุดยืน ความแตกต่างที่แล้วแต่ใครจะตกเป็นเบี้ยเป็นขุน ถูกจับวางให้อยู่ในกระดานไม้  ไม่ต่างอะไรกับเส้นทางชีวิตของคนในยุคทุนเสรี หรือไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหน ๆ ก็ตามทุก ๆ คนจะหนีไม่พ้นจากคำว่า "อำนาจและผลประโยชน์"  

        เช่นกันกับวีถีที่ซ่อนเร้นอยู่ในสังคมบริโภคสุขในปัจจุบันล้วนมีวีถีที่ตั้งอยู่บนกระดานหมาก ขึ้นอยู่ที่ใครจะถูกบังคับโดยเงื่อนไขของชีวิตจะบังคับให้ต้องเล่นเป็นตัวอะไร  แต่ทุกเส้นทางก็ไม่วายที่จะทิ้งซากเน่าเหม็นของความเจ็บปวดทางใจไว้บนรอยทาง  ทิ้งความเลว ความชั่ว ความเห็นแก่ตัว ฯลฯ    ทิ้งไว้เกลื่อนกาจไปทั่วทั้งกระดาน  มันคงไม่ต่างอะไรไปจากสังคมแห่งการบริโภค"ซากกรรม"     

        บนถนนของการใช้ชีวิตในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าพระองค์ได้ให้ความหมายสถานที่แห่งโลกียะ อันเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุ มึนเมา ปลุกกิเลส ตัณหา จนเ่ป็นต้นเหตุให้คนต้องเดินหลงทางออกจากความงดงามอาจนำพาไปสู่ความวิบัติได้ในที่สุด มันคือ“สถานที่อโคจร” เป็นสถานที่ไม่ควรจะก้าวย่างเข้าไปเป็นอันขาด 

เมื่อประมาณ 10 ปีให้หลัง  

        ภายในดวงใจที่มันรุมเร้าด้วยปัญหาทุกข์ใจยิ่งนัก  ที่มันเก็บกดและอัดแน่นอยู่ภายในใจดวงเหี่ยว ๆ ดวงนั้นเต็มล้น  เหมือนคนตายแล้วทั้งเป็น  คิดหาทางออกด้วยการกระทำอันโง่เขลาไร้สติ เป็นทางออกของปัญหาที่คนเราใช้แตกต่างกันไป  ตัวคนเดียวอยู่ในท่ามกลางคลื่นลมพายุชัดกระหน่ำในสภาวะชีวิตหักเหเช่นนี้ มันเหมือนไร้ตัวตน เหมือนไร้ความรู้สึกกับทุกสิ่งรอบกาย มันเลือนลางมืดมน จึงได้ทำอะไรลงไปอย่างที่คนอื่นมองแล้วว่าโง่เขลา แต่มันก็เป็นการประชดตัวเองเท่านั้นแต่หาใช้บังอาจไปประชดสังคมที่คอยจับจ้องดูเรา "ก็ชีวิตมันกำลังแย่"

        จุดเปลี่ยนที่ทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้ในอีกมุมของชีวิตที่มันเลวร้ายยิ่งกว่าตัวเราตั้งหลายเท่า  เรื่องราวที่ถูกเก็บซ่อนอยู่ในสถานที่แห่งนี้  มีเรื่องราวบางอย่างที่ใครบางคนอาจจะยังไม่เคยรู้  วีถีผู้คนกับหลุมดำที่ได้ดูดดึงจิตใจหลายดวงให้เจ็บป่วยไข้  มีหลาย ๆ วีถีคนที่แทรกตัวในสังคมแสงสียามราตรีกาล เป็นชีวิตที่สุ่มเสี่ยงหรืออาจจะแหล่งหล่อหลอมบางชีวิตให้แข็งแกร่งขึ้นมาก็เป็นได้แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าใครจะเรียนรู้

        ประสบการณ์ความเป็นจริงที่ผมได้เรียนรู้ได้เข้าใจในชีวิตของผู้คนในมุมหนึ่งที่สังคมต่างตราหน้าว่า"เป็นสังคมโสมม" และก็มีเรื่องราวทำให้ผมเข้าใจในคำกล่าวที่ว่า "ผู้คนในแต่ละสังคมนั้นดูจะไม่แตกต่างกันเลย เพราะในสังคมและอาชีพต่าง ๆ นั้นมันมีทั้งคนดีและไม่ดีแฝงตังอยู่ภายในเสมอ ๆ"

        ท่ามกลางสถาวะอารมณ์ไร้สติจากน้ำเมาบวกกับการเป็นมนุษย์ผู้ชายที่มีอยู่เต็ม 100 เพศหญิงหน้าตาสะสวยเป็นตัวลวงพร่างให้มึนเมาหลุ่มหลงอย่างตาบอด  มันเป็นหลักสามัญธรรมชาติของมนุษย์  จึงเป็นจุดได้เปรียบในชีวิตสาวงามบนถนนสายนี้ ทำให้เธอดูดเงินจากกระเป๋านักเที่ยวได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะมีหลากหลายสถานะภาพของคนที่เข้าไปใช้บริการ มีทั้งหนุ่มเมียเผลอ หนุ่มขี่เหงา หนุ่มเจ้าสำราญ แขกขาประจำ และ กลุ่มแขกขาจร เชื่อหรือไม่ครับว่าในแต่ละกลุ่มนักเที่ยวที่ได้กล่าวมาทั้งหมดพวกเธอสามารถรับมือได้ทุกประเภท ชนิดแบบมืออาชีพในสายงาน PR ก็ว่าได้ กลุ่มคนที่จะไปเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ได้ ล้วนแล้วแต่มีเงินที่พร้อมจะจ่ายซื้อความสุขจากสวนดอกไม้ยามราตรีเช่นนี้ จึงมีสถานบริการหรู ๆ หลายแห่งเปิดขึ้นมาเพื่อสนองตอบความฟุ่มเฟือยของผู้คนในยุคสมัยบริโภคสุข หรือ "สังคมแบบสุขนิยม"

       สิ่งที่สำคัญสุดในอาชีพก็คือการรู้จักกอบโกยและการเก็บออม  ในวินาทีที่เป็นดาวเด่น  เพราะความเป็นดาวอาจโรยล่วงหดหายลงไปได้สักวัน  ในหุบเหวแห่งพิษร้ายเช่นนี้ต่างต้องพบกับควันบุหรี่ และดื่มเหล้า  ทั้งการนอนพักผ่อนผิดกับมนุษย์ปกติ "นอนกลางวันทำงานกลางคืน" ยิ่งจะส่งผลให้ความสวยงามลดหายไปได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติ  ดังนั้นต้องรีบกอบโกยเงินทองเข้าไว้เพราะเวลาหาเงินของเธอนั้นมันสั้นมาก  และมันก็ไม่มีอะไรแน่นอนในถนนสายนี้นัก...    

       “ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกกระทำได้” มันเป็นประโยชน์ให้กำลังได้ดีมาก แต่สำหรับพวกเธอแล้วมันใช้กับชีวิตเธอไม่ได้เลย เพราะบนถนมสายนี้บางคนอาจถล่ำลึกจนตกลงหุบเหว จนต้องกลายเป็นคนขายบริการหรือติดสุรายาเสพ  บางหลายอาจจะคิดได้และถอนตัวไปตั้งหลักในอาชีพใหม่ก็ดีไป   บางหลายเข้ามาทำอาชีพนี้เพราะไม่มีงานอื่นทำ  ก็เลยลองมาทำดูเล่น ๆ แต่ก็เกิดติดใจ และ หลงเพลิดเพลินกับงานจนหมดความสวยเลยก็มี  

        ในกระแสธารของสังคมสมัยนี้ไม่มีเส้นทางที่สวยงามให้กับทุกชีวิตต้องเลือกเดินได้ดังใจ และไม่มีใครมีความสุขในการทนทำงานในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบแต่จำเป็นต้องทำ

        เพราะเมื่อมีชีวิตอยู่ทุกชีวิตก็ต้องดิ้นร้นเพื่อความอยู่รอด และเพื่อสิ่งที่ผู้คนหลงไปคิดว่าวัตถุนิยมนั้นมันมีสำคัญต่อชีวิตในสังคมสมัยใหม่ จนขนาดต้องเล่นเดิมพันด้วยชีวิตและจิตใจ บางคนยังมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ  และ ต่างก็มีความหวังกับอนาคตดี ๆ ของตัวเองและคนในครอบครัวในวันข้างหน้าเสมอ  ถึงแม้บางครั้ง...ท้ายที่สุดแล้วความหวังในชีวิตของพวกเธอจะลงเอยด้วยความเจ็บปวด และ ปิดฉากชีวิตลงอย่างน่าเศร้า แต่สังคมเราจะไม่มีทางเข้าใจและเห็นใจผู้คนที่เลือกเดินบนถนนสายนี้อย่างแน่นอน  อาจจะด่วนสรุปไปว่า "มันสมควรแล้วสำหรับคนเหล่านั้น"เลยก็ได้  หรือเพียงแค่เธอไม่มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนเพื่อจบออกมาทำงานรับจ้างรายเดือนหรือว่าไปหาเงินตามโรงงาน ที่เขาจ้างงานด้วยค่าแรงราคาถูกแต่ก็ต้องแลกด้วยการทำงานอย่างหนัก"ชนิดหามรุ่งหามค่ำ" แล้วได้รับการยอยกว่าคุณ"มีเกียรติมีศักดิ์ศรี"  เป็นการตั้งค่าของคนกับงานที่ไร้ความเป็นธรรม จะด้วยเหตุผลกลใดก็ช่าง สุดแท้แต่คุณหรือใคร ๆ จะตัดสินกันเอาเอง ว่านั้นมันคืออาชีพของ "คนมีบาปกรรมหรือคนดี" เหตุผลทั้งหมดสำหรับผู้คนที่อยู่อีกคนละฟากฝั่งอาจจะฟังไม่ขึ้น เพราะในโลกใบนี้คำว่าโอกาสความสำเร็จของชีวิตนั้นแตกต่างกันมากมาย    การมีชีวิตบนโลกนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายหรือยาก  ความสวยงามของชีวิตบางคนอาจเลือกกระทำได้ แต่ก็มีหลายคนที่ทนเจ็บปวดกับการมีชีวิตอยู่บนความผิดพลาดหม่นหมองของชะตากรรม         

"ไม่ได้มาบอกเล่าเพื่อจะสนับสนุนว่าอาชีพที่เล่าไปเป็นสิ่งดีและน่ายกย่อง"  เพียงแต่จะเขียนขอบคุณพระเจ้าที่ได้สร้างโลกนี้ขึ้นมาและไม่ลืมสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตบนโลกใบนี้  ถึงแม้ว่าบางสิ่งนั้นมันจะโหดร้ายเกินไปสำหรับใครหลาย ๆ คนก็ตาม  แต่มันก็เป็นความละมุนอีกด้านของชีวิตที่ดำรงอยู่ในโลกของความเป็นจริงที่ต้องเรียนรู้ให้เข้าใจก็เพื่อให้ทุกชีวิต"เห็นใจกันและกัน" 

ดีหรือเลวสังคมซับซ้อนแตกต่างหนักหนา...

ู้ต่อไปครับ...