ดิฉันมีโอกาสได้อ่านหนังสือที่มีชื่อว่า "ลิ้นชักแห่งความทรงจำ" หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่มีการเล่าเรื่องประกอบภาพการ์ตูน กล่าวถึงตัวละครเอกตัวหนึ่งที่มีอาชีพรับทำพวงกุญแจแต่ละวันมีลูกค้ามากมาย มาใช้บริการ ซึ่งลูกค้าแต่ละรายจะนำความทรงจำที่เต็มไปด้วยความทุกข์มาให้เขาช่วยไขมัน ออก บางความทรงจำโหดร้าย และน่าเศร้า บางความทรงจำเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แต่ทำให้ทุกข์ แต่บางความทรงจำก็เป็นความประทับใจ เขาได้เปิดเผยความทรงจำของผู้คนเหล่านั้นเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น และเขาเองได้พบเจอความทรงจำของผู้คนมากมาย ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆจากการจัดการความทุกข์ที่เกิดจากความทรงจำเหล่า นั้น ทำให้เขาเองมีความสุขและภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนเหล่านั้นให้พ้นจากความ ทุกข์ ผู้เขียนได้สอดแทรกแง่คิดในการใช้ชีวิตรูปแบบต่างๆที่ก่อให้เกิดทั้งความสุข ความทุกขใส่ไว้ในความทรงจำของผู้คน ให้ผู้อ่านได้คิดตาม ได้ลุ้นถึงวิธีที่ตัวละครเอกจะจัดการกับปัญหาต่างๆและเห็นถึงมุมมองของเขา ต่อหนทางารแก้ไขปัญหาหนักๆ ด้วยวิธีการง่ายๆ

     หลังจากอ่านหนังสือจบดิฉันรู้สึกสนุกและเหมือนได้คลายเครียด รู้สึกอยากย้อนกลับไปค้นดูความทรงจำเก่าๆของตัวเองบ้าง มีเรื่องราวที่น่าประทับใจหลายเรื่องดิฉันที่ยังคงนึกถึงและอยากจดจำ แต่ก็มีบางเรื่องที่นึกถึงแล้วก็รู็สึกว่าเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก  อ่านหนังสือแล้วได้เปลี่ยนความคิดที่มีต่อความทุกข์ว่าเป็นเรื่องธรรมชาติการจัดการกับความทุกข์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยาก หากแต่เรามีจิตใจที่เข้มแข็งและพร้อมที่จะเผชิญเพื่อหาทางจัดการกับมัน ก็จะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันกับปัญหาอื่นๆที่จะเกิดขึ้นต่อไป

     ดิฉันได้เรียนรู้ข้อคิดที่ว่า "ความทรงจำของทุกคนนั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อยากจดจำ หรืออยากลืม แต่ถ้าเราเก็บความทรงจำที่ดีไว้เป็นกำลังใจ และเก็บความทรงจำที่ไม่ดีไว้เป็นบทเรียน ประสบการณ์และเป็นแรงผลักดัน ก็จะทำให้เราก้าวเดินไปในเส้นทางชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขและปราศจากปม ทุกข์ในใจ" และถึงแม้ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้จะเรียนปริญญาตรีไม่จบ แต่ก็มีความสามารถในการเขียนหนังสือและวาดการ์ตูนจนทำให้หนังสือประสบความ สำเร็จ เป็นการตอกย้ำอีกว่าระดับการศึกษาหรือสถาบันการศึกษาไม่ใช่สิ่งกีดขวางทางความสามารถ หากแต่เรามีความตั้งใจแล้ว ทุกสิ่งก็เป็นไปได้


อ้างอิง 1.อิทธิวัฏก์ สุริยมาตย์.ลิ้นชักแห่งความทรงจำ กรุงเทพ:สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก.2552