ฝิ่นก็ปลูก ยาบ้าก็เต็มเมือง แต่ไม่มีมอร์ฟีนให้คนไข้กิน

ผมเคยบ่นดังๆ เมื่อหลายปีก่อน ตอนโรงพยาบาลที่ผมทำงาน..โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ไม่มีมอร์ฟีนให้คนไข้ใช้ตอนช่วงปลายปี เพราะระบบโควต้ายาที่ต้องควบคุมนี้มีจำกัด

ผ่านมาหลายปี ด้วยความสามารถของฝ่ายเภสัชกรรมโรงพยาบาลที่พี่อ้อย..เนาวนิตย์ ทฤษฎิคุณ เป็นผู้นำ โรงพยาบาลไม่เคยมีปัญหาเรื่อง ไม่มียาใช้ อีกเลย เราทำทุกวิถีทางที่จะให้มียาระงับปวดทุกชนิดให้เพียงพอกับคนไข้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด..แสนสาหัส นั่นคือความพยายามอย่างสุดความสามารถของหน่วยงานเล็กๆในระดับปฏิบัติงานที่ควรชื่นชม

แล้วภาพรวมในระดับชาติเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างไร ในปัจจุบัน

ขณะนี้เริ่มมีข่าวมาเข้าหูว่า รากำลังจะขาดยาระงับปวดที่จ่ายให้กับคนไข้ของเราในโรงพยาบาลหลายๆแห่ง

ผมรีบโทรศัพท์ไปตรวจสอบกับฝ่ายเภสัชกรรมของโรงพยาบาลทันที ได้รับแจ้งว่า ยามอร์ฟีนชนิดเม็ดบางขนาดกำลังขาดแคลน ยาระงับปวดชนิดแปะเฟนตานิลที่ถูกล้างสต็อคไปก็ยังขาดบางขนาด แต่มอร์ฟีนชนิดน้ำที่โรงพยาบาลผลิตเองยังมีให้ใช้อย่างไม่มีปัญหา

ใจชื้นขึ้นมาหน่อย

ผมไม่ทราบว่าสถานการณ์ของโรงพยาบาลอื่นเป็นอย่างไรกันบ้าง รบกวนท่านผู้อ่านที่ทำงานในโรงพยาบาลต่างๆช่วยบ่นดังๆด้วยนะครับ

 


 

average defined daily dose consumption for statistical purposes (S-DDD)* หรือเรียกสั้นๆว่า ปริมาณการใช้ต่อวันในประชากร ๑ ล้านคนของยามอร์ฟีน ของแต่ละประเทศ ถือเป็น ดัชนีชี้วัดคร่าวๆ หรือ proxy indicator ถึง ระดับการให้บริการด้าน palliative care ของประเทศนั้นๆ เนื่องจากผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ต้องได้รับการดูแลแบบบรรเทาอาการมักจะมีความปวด องค์การอนามัยโลกเองก็เคยรายงานว่า ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมากกว่า ๒ ใน ๓ มีความปวด

ในปี ๒๕๕๐ International Narcotics Control Board ได้รายงานตัวเลขนี้ในช่วงปี ๒๕๔๖-๒๕๔๘ ของแต่ละประเทศ โดยประเทศไทยมีค่าอยู่ที่ ๑๕ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็ห่างไกลกันลิบลับกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีค่าสูงสุดในเอเชีย คือ ๑๓๑ ส่วนของเกาหลี ๔๙ สิงคโปร์ ๒๘ มาเลเซีย ๒๑  และของเรายังดีกว่า ฟิลิปปินส์ ๖ เวียตนาม ๓ พม่า ๑ และอินเดีย อินโดนีเซียที่เกือบเป็น ๐

*S-DDD = annual consumption in kilograms/365 days/estimated daily dose/population

ที่มา: www.incb.org

สำหรับในระดับหน่วยงานหรือศูนย์ให้บริการต่างๆ จะใช้ค่า S-DDD ต่อ ๑๐๐๐ hospital-stay หรือจำนวนวันที่อยู่โรงพยาบาล เป็นดัชนีชี้วัด ซึ่งเพิ่งมีรายงานจากประเทศสเปนในปีนี้ว่า การมีระบบให้คำปรึกษาด้าน palliative care ทำให้ค่านี้ของยาระงับปวดต่างๆในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสูงขึ้นและเหมาะสมขึ้นอย่างชัดเจน

ที่มา: C. Centeno, M. A. Portela, A. Noguera, A. Idoate and A. S. Rubiales. Impact of a new palliative care consultation team on opioid prescription in a University Hospital. BMC Palliat Care. 2009;8:2.

 


 

เห็นตัวเลขของประเทศไทย แล้วยังค่อนข้างใจชื้นขึ้นมาหน่อยว่าไม่ดูขี้เหร่จนเกินไป อย่างน้อยเราก็อยู่ตรงกลาง

แต่คนที่ทำงานด้านนี้ เราก็ยังมองเห็นปัญหานี้กันอยู่ทุกวี่ทุกวัน โดยเฉพาะ โรงพยาบาลทั่วไปของเรายังไม่มียามอร์ฟีนชนิดน้ำใช้ ยามอร์ฟีนชนิดน้ำซึ่งออกฤทธิ์สั้นจำเป็นต้องใช้ในขณะปรับปริมาณยาในคนไข้แต่ละราย และใช้ในกรณีมีความปวดเฉียบพลัน ที่ยาชนิดเม็ดออกฤทธิ์ช้า ยังออกฤทธิืไม่ทัน

อยากจะแถมรายงานอีกฉบับหนึ่งเกี่ยวกับประเทศยูกานดา ซึ่ง ศาสตราจารย์ Ian Maddocks ปรมาจารย์ด้าน palliative care เคยหยิบมาฝากยัดใส่มือผมเมื่ิอหลายปีก่อน รายงานฉบับนี้กล่าวถึง ประเทศจนๆในอาฟริกา ที่เวลาพูดถึง เรามักจะวาดภาพคนวิ่งแก้ผ้าโทงๆอยู่ในป่า ซึ่งเขาสามารถจัดหามอร์ฟีนชนิดน้ำฟรีให้ประชาชนของเขาได้

ที่มา: S. Ramsay. Leading the way in African home-based palliative care. Free oral morphine has allowed expansion of model home-based palliative care in Uganda. Lancet. 2003 Nov 29;362(9398):1812-3.

 


 

วกกลับมาถึงบ้านเรา ผมได้ยินแว่วๆ ว่าอดีตประธานาธิบดีโก๊ะของสิงคโปร์ ท่านเอ่ยถึงประเทศเพื่อนบ้านของเรา..พม่า เมื่อวานนี้ว่า ถ้าผู้นำพม่าหันหน้าเข้าหากันวันนี้ พม่าจะเจริญรุดหน้าเท่าทันประเทศไทยในอีก ๒๐ ​ปีข้างหน้า

ท่านเตือนคนพม่าหรือแว้งกัดคนไทย.มหามิตร ก็ไม่รู้นะครับ

 


ไม่อยากให้มีเสียงบ่น ..ฝิ่นก็ปลูก ยาบ้าก็เต็มเมือง แต่ไม่มีมอร์ฟีนให้คนไข้กิน.. อีกครับ