อย่าหวาดไหวในความเปลี่ยนแปลง
อย่าติดยึดตำแหน่งในทุกแห่งหน
แต่จงรักในความเป็นคน
และมีตัวตนอย่างที่ควรจะเป็น

 

ให้การงานเป็นกำแพงแสดงคุณค่า
ให้วันเวลาปรับแต่งความแสนเข็ญ
ให้ความกล้าฝ่าข้ามความลำเค็ญ
ให้ความดีเป็นดาวดวงเด่นส่องนำทาง

 

ผมนั่งเขียนกลอนบทนี้อย่างรวดเร็วในช่วงไม่ถึงสองนาทีของเมื่อวาน  อันเป็นห้วงขณะที่ใครต่อใครสนทนาพาทีถึงเรื่องราวของผู้บริหารท่านใหม่ที่กำลังจะมาดูแลองค์กรของเรา

 

ผมน่าจะเป็นคนกลุ่มแรกๆ ของหน่วยงานกระมังที่รับรู้ว่าอาจารย์ท่านใดจะมาเป็น “รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต”  ซึ่งนั่นเป็นผลพวงของเครือข่ายอันหลากหลายที่รักและปรารถนาดีช่วยกรองข่าวสารมาให้เป็นระยะๆ  ทั้งที่บางครั้ง เราก็รู้สึกว่า  มันไม่จำเป็นอะไรเลย...

 

ผมเคยเกริ่นบอกกับทีมงานมาแล้วเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วว่า  ในอนาคตอันใกล้นี้  ในระบบการบริหารอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง  โดยเฉพาะในตำแหน่งของผู้บริหารสูงสุดขององค์กร  ซึ่งหมายถึงรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต นั่นเอง

 

รวมถึงการเกริ่นกล่าวในทำนองเดียวกันว่า  บางที, ผมอาจจะได้รับผลกระทบนั้นด้วย  เช่น การปรับเปลี่ยนตำแหน่งใหม่  ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งการโยกย้ายไปสู่ตำแหน่งอื่นในองค์กรใหม่  หรือแม้แต่ตำแหน่งใหม่ในองค์กรเก่านี่แหละ  ดังนั้น  เรา ซึ่งหมายถึง “ทีม”  ต้อง “พร้อม” เสมอสำหรับการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างนั้นๆ

 

และนั่นแหละ  ผมถึงย้ำนักย้ำหนาถึงวาทกรรมที่กำลังทำเป็นโมเดลว่า “สอนงาน-สร้างทีม”  เพราะถ้าขับเคลื่อนกันได้จริง  ไม่ว่าระบบการเมืองจะผลิกผัน หรือเปลี่ยนถ่ายโครงสร้างอย่างไรบ้าง  งานทุกอย่างก็จะยังสามารถเคลื่อนขยับไปได้  โดยอาศัยทุนเดิมอันเป็นพลังของเรานั่นแหละ ...

 

สำคัญ, วันนั้น  ผมแลกเปลี่ยนกับทีมงานว่า  หากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่ผมกำลังกำกับอยู่นั้น  ภารกิจและพันธกิจต่างๆ ของเราจะยังขับเคลื่อนต่อไปหรือไม่  อันได้แก่

 

·         พฤหัสสกัดความรู้ สู่การสร้างโมเดล “สอนงาน-สร้างทีม”

·         โมเดล “ฮีตสิบสองคองกิจกรรม”

·         โมเดล “หนึ่งคณะ ..หนึ่งหมู่บ้าน”  (ลูกในบ้าน...ว่านในสวน)

·         โมเดล “นวัตกรรมความคิด..นิสิต มมส”

·         โมเดล “รู้จักฉันรู้จักเธอ...ปฐมบทของการสร้างวัฒนธรรมองค์กร”

·         โมเดล “อัตลักษณ์ผู้นำนิสิต มมส”

·         โมเดล “โรงเรียนผู้นำ”

·         ฯลฯ

 

แน่นอนครับ  ทุกคนยังยืนยันเช่นนั้น  เพราะนั่นคือเป้าหมายที่เราสังเคราะห์ร่วมแล้วว่าจะมุ่งไปอย่างไม่ย่อท้อ  หลังจากที่ผ่านมาอย่างเนิ่นนาน  เราไม่เคยได้หลอมรวมแนวคิดจนเกิดเป็นภาพที่ชัดเจนเฉกเช่นครั้งนี้เลยก็ว่าได้

 

สำหรับวันนี้  เป็นวันแรกที่ผู้บริหารท่านใหม่ได้เดินทางมายังองค์กร
ผมรับรู้ได้กับวิถีต่างๆ ที่เป็นอยู่ และที่กำลังเป็นไปอย่างไม่วิตกจริต
และยังนึกย้อนไปถึงถ้อยคำที่เคยเกริ่นกล่าวฝากไว้กับลูกทีมว่า ....


“เราต้องเชื่อว่าผลงานที่เราได้ลงแรงไปอย่างเต็มที่และมีคุณภาพนั้น  จะเป็นกำแพงต้านสิ่งร้ายๆ ให้กับเราได้ 

รวมถึงการเชื่อมั่นต่อความดีและความสามารถของผู้บริหารว่ามีอยู่จริง เฉกเช่นกับการที่เราเชื่อว่าตัวเองก็มีความดี...และมีความสามารถด้วยนั่นแหละ 

และสำคัญ งานของเรา จะทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ แทนเราเอง” 

 

สำหรับผมนั้น  ผมเข้าใจในวิถีเช่นนี้มาอย่างยาวนานแล้ว

พร้อมๆ กับเชื่อและศรัทธา  เช่นนั้นมาอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

โชคดีกันทุกคน
(ผมอวยพรให้ตัวเองและคนรอบข้างอย่างเงียบๆ)