ปัญญาทางธรรมจะต้องเกิดจาก ปริยัติ ปฏิบัติ จึงจะถึง ปฏิเวธ ได้

กราบเท้า   คุณลุงคุณป้าด้วยความเคารพรัก

 

                     วันนี้มีกิจกรรมมากมายตั้งแต่เช้ายันค่ำ    มีเรื่องเล่าให้คุณลุงคุณป้าฟังอีกแล้ว            ตอนเช้าหนูหน่อยไปอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคมค่ะ

                        ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้   เรื่องราวการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นของแต่ละโรงเรียน   ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ของตัวเองด้วยค่ะ

                        เรื่องที่น่าสนใจเรื่องแรกก็คือ    ลาน    คุณลุงคงสงสัยแล้วใช่ไหมคะ ?
ว่ามันคืออะไร     ลานเป็นไม้ยืนต้นตระกูลเดียวกับพวกต้นตาลค่ะ (เดาเอานะคะ  ยังไม่เคยเห็นต้นเหมือนกันค่ะ )  ครูที่อยู่โรงเรียนแถวดอนรวก   เล่าให้ฟังว่า   บริเวณชุมชนดังกล่าวมีต้นลานมาก     ใบของมันเขาใช้เขียนหนังสือ 
ใบลาน  นั่นแหละค่ะ   มีประโยชน์มากมาย    ทำเชือกก็ได้    ลูกของมันก็นำมาเชื่อมทำขนมได้อีกค่ะ    กลายเป็นทรัพย์ในดินของชุมชน      ว่าง ๆ  หนูหน่อยคงต้องชวนเด็ก ๆ  ไปเที่ยวบ้างนะคะ

                        เรื่องต่อไปก็คือ  ข้าวจี่   ครูที่เล่าให้ฟัง  เล่าว่า  ข้าวจี่  เป็นอาหารของภาคอีสาน   โดยการนำข้าวเหนียวมานึ่ง  มาปั้นเป็นก้อน ๆ  แล้วก็นำมาย่าง   ปรุงรสด้วยการชุบน้ำผึ้งก็ได้   แล้วก็มีพิธีทำบุญข้าวจี่    น่าสนใจดีนะคะ               แต่ในภาคกลางมีการประยุกต์เป็นข้าวหลาม  นั่นเองค่ะ        ว่าง ๆ  คงต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมมาเล่าให้คุณลุงคุณป้าฟังต่อนะคะ

                        ต่อมาได้มีโอกาสคุยกับ  อ.นิตยา  ซึ่งสอนพระพุทธศาสนาอยู่ที่โรงเรียน
วัดห้วยจรเข้วิทยาคม   (ชื่อโรงเรียนเขียนอย่างนี้จริง ๆ ค่ะ  ไม่ได้สะกดคำผิดนะคะ) ท่านให้คำแนะนำที่น่าสนใจมากมาย   เกี่ยวกับการสอนแบบ 
KM   คือกระบวนการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบโดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมและเกิดองค์ความรู้ด้วยตัวเอง  (อธิบายตามความเข้าใจค่ะ)

                        ท่านให้ดูตัวอย่างกิจกรรมการสอนให้นักเรียน  ฝึกสมาธิ  สอนเรื่องของสติปัฏฐานสี่   โดยผ่านเกมและกิจกรรม   น่าสนใจมากค่ะ    เราได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องของหลักธรรมต่าง     ความรู้ทางธรรม               ดูเหมือนท่านถ่ายทอดได้ดีเพราะเป็นนักปฏิบัติธรรม      ความรู้ที่ได้เป็นญาณหยั่งรู้   มิใช่รู้แบบงู ๆ ปลา ๆ ทางทฤษฎีแบบหนูหน่อย  

          แปลกนะคะคุณลุง  หนูหน่อยก็มีความรู้ทางธรรมไม่น้อยเรียนจบถึงธรรมศึกษาชั้นเอก  (นักธรรมเอก)   ความรู้ทางพระอภิธรรมก็กำลังศึกษาอยู่  แต่ดูเหมือนยังรู้ไม่จริง   เพียงผิวเผินเท่านั้นเอง     คงจริงนะคะคุณลุงที่ว่า  ปัญญาทางธรรมจะต้องเกิดจาก  ปริยัติ   ปฏิบัติ   จึงจะถึง  ปฏิเวธ  ได้

                       จำได้ว่า   สมัยปฏิบัติธรรมใหม่ ๆ  จะมีสติและตามพิจารณาตลอดคอยตามจิต  และอารมณ์ของตนเองว่าเป็นอย่างไรเวลากระทบสัมผัสสิ่งต่าง     ตอนที่เหนื่อยและต่อสู้กับจิตมากที่สุดก็คงเป็นตอนเลิกกินเนื้อสัตว์ใหม่ ๆ นั่นแหละค่ะ   ที่ต่อสู้กับอำนาจความอยากในรสชาติอาหารอย่างจับจิต     แต่ตอนนี้... เมื่อเห็นอาหารที่เคยชอบก็ไม่รู้สึกอยากกินแม้แต่น้อย    นี่กระมังคะ ? ภาวะนิพพานจากเนื้อสัตว์ที่สัมผัสได้

                        ช่วงหลังเวลาเดินเข้าตลาดสดที่ต้องผ่านเขียงเนื้อสัตว์ชำแหละ    รู้สึกเหม็นคาว   พะอืดพะอมไม่น้อย     จิตหนึ่งก็รู้สึกสลดสังเวช    ได้แต่แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย     และภาวนาให้มนุษย์หยุดเบียดเบียนทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่าเสียที...

                         เลิกอบรมตอนเย็นก็ไปเที่ยวตลาดนัดกับพี่สาวค่ะ      ตลาดแห่งนี้อยู่ชานเมืองค่ะ      ใกล้คลองชลประทาน   ซื้อผลไม้แล้วก็ปูเสื่อนั่งเล่นรับลมเย็นพักใหญ่ค่ะ        ได้นอนมองฟากฟ้ายามเย็น   มองเห็นพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว   เห็นฟ้ากว้างกว่ากว้าง   มีก้อนเมฆสีเทาจับบนขอบฟ้า   ถึงแม้จะไม่สดใสก็งดงามไม่น้อยค่ะ     อากาศสดชื่นดีจังค่ะ   มองไปที่ก้อนเมฆ   อยากรู้จังคุณลุงคุณป้าอยู่ที่ไหนในเวลานี้  ?   คงจะอยู่บนสรวงสรรค์ที่เขาว่ามี    ชั้น   ( เอ...แล้ว อยู่ชั้นเดียวกันหรือเปล่าคะ? )   

                   ยังมีเรื่องเล่าอีกหลายเรื่อง    แต่คงดึกเกินไปที่จะเล่า    วันนี้ได้ผ่อนพักปล่อยวาง   อะไรบางอย่าง    วันพรุ่งนี้คงต้องรีบตรวจงานนักเรียนที่คั่งค้าง   ตรวจข้อสอบ  และเตรียมอะไรอีกหลายอย่าง      ชีวิตมนุษย์ต่างก็วุ่นวายไม่รู้จบนะคะคุณลุง      วันนี้มีลมหายใจอยู่ก็ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด       เมื่อถึงวัยและวันอันควรก็ควรจะพัฒนาจิตวิญญาณให้สูงขึ้น     เพื่อก้าวข้ามกับดักที่กักขังดวงวิญญาณของสัตว์โลกให้ล่วงพ้น

 

                                                                                               ด้วยความเคารพรัก
                                                                                                      หนูหน่อย

พัฒนาอะไรก็ติด  ถ้าจิตไม่พัฒนา