ผักกาดจีนสีเขียวเข้ม อวบอ้วน ผักชีต้นงามเบียดแทรกกลางดงถั่วลันเตาที่ผลิใบอ่อนเขียวใสละลานตา สวนเกษตรหลังบ้าน ที่เราสามารถเห็นได้เมื่อเข้าไปเที่ยวชุมชน “จีนยูนนาน” บ้านรุ่งอรุณ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

               สุเมธ หนุ่มใหญ่นักวิจัยชาวบ้าน เล่าให้ผมฟังว่า  คนจีนยูนนานนิยมปลูกผักสวนครัวไว้กินภายในครอบครัวหากเหลือกินก็จะนำไปขายให้กับเพื่อนบ้าน หรือไม่ก็นำไปขายที่ตลาด (...เศรษฐกิจพอเพียงเลยนะนี่!...ผมคิดในใจ)

              “เราเลี้ยงหมูหนึ่งตัว ไม่เท่ากับมีสวนหลังบ้านที่อุดมสมบูรณ์” สุเมธ บอกว่า เป็นคำเปรียบเปรยของผู้อาวุโสจีน เราจึงไม่แปลกใจที่เราได้เห็นสวนครัวหลังบ้านที่มีกันทั่วถ้วนทุกบ้าน        

              สิ่งสำคัญประการหนึ่งก็คือ “เกษตรหลังบ้าน” จีนยูนนานเป็น “เกษตรอินทรีย์” ปราศจากสารพิษใดๆ

           สุเมธเล่าให้ผมฟังถึงกระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ภูมิปัญญาจีนยูนนานไว้อย่างน่าสนใจ เขาเล่าว่าทุกหลังคาเรือนที่นี่จะมีที่ดินขนาดเพียงพอกับสมาชิกและเพียงพอที่จะใช้ปลูกผักไว้บริโภคในครัวเรือน

            การบำรุงดินเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของกระบวนการทั้งหมด ชาวจีนจะขึ้นแปลงและใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์อื่นๆคลุกเคล้าดินให้ทั่วก่อนที่จะปลูกกล้าผัก หรือหว่านเมล็ดพันธุ์ ในสวนครัวจะมีพื้นที่เล็กๆมีไว้กองปุ๋ยหมัก และขุดหลุมเล็กๆเพื่อหมักปุ๋ยพืชสด สุเมธ ยังเล่าต่ออีกว่า แม้แต่ “ปัสสาวะ” ของหมูที่เลี้ยงไว้ ชาวบ้านก็ไม่ทิ้ง เขาจะเก็บไว้ผสมกับน้ำให้เจือจางใช้รดผักในแปลง ทำให้ผักใบสวย ยอดผักจะอ่อนนุ่มอวบอิ่ม จะรดเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอกับช่วงอายุของผัก 

               ผักที่ปลูกส่วนใหญ่ก็จะเป็น “ผักเชื้อสายจีน” เช่น ออสุ๊ (ผักกาดจีน) หุยซาง(ผักชีจีน) และจู่ไช่ (ผักกุ๊ยช่าย) ผสมผสานไปกับพืชท้องถิ่น ยอดฟักแม้ว(ซาโยเต้) ยอดถั่วลันเตา ผักขี้วัว (ผักชนิดหนึ่ง คนไทใหญ่ชอบปลูกไว้เพื่อเป็นผักกินกับน้ำพริก รสชาติหวานๆ) นอกนั้นก็จะมี ฟักทอง พริก มะเขือ ฯลฯ

             เพราะมี “ซุปเปอร์มาเก็ต” ย่อมๆหลังบ้านนี่เอง ทำให้ชุมชนจีนยูนนานที่นี่ไม่ต้องออกไปซื้อผักนอกชุมชน แถมยังสุขภาพดีเพราะได้บริโภคผักที่ตนเองปลูก ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ

               “การทำเกษตรอินทรีย์แบบจีนยูนนาน สิ่งสำคัญที่สุดคือการ บำรุง ดูแลดิน” เขากล่าวก่อนที่บทสนทนาของเราจะสิ้นสุดลง

               วิถียูนนาน ยังมี “ภูมิปัญญา” เป็น “องค์ความรู้” ที่มีคุณค่าซ่อนอยู่อย่างมากมาย ปัจจุบันบ้านรุ่งอรุณได้เปิดหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านที่จัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน นักท่องเที่ยวที่นิยมเที่ยวเชิงนิเวศ และวัฒนธรรมสามารถเดินทางมาเที่ยวที่ชุมชนได้ นอกจากจะได้สัมผัสวิถีชีวิต “จีนยูนนาน” แล้ว รอบๆชุมชนยังมีหมู่บ้าน “ไทยใหญ่” และหมู่บ้านชาว “ลาหู่” (มูเซอ) ว่ากันว่า มาที่นี่ที่เดียวสัมผัสได้ถึงสามวัฒนธรรมกันเลยทีเดียว


พูดคุยกับ “อาเหลียง” สุเมธ แซ่หย่าง ช่วงบ่ายวันที่ ๑๑ พ.ค.๔๙

โครงการวิจัย รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรมชุมชน โดยชุมชนบ้านรุ่งอรุณ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ชุดโครงการวิจัย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานภาค