สวัสดี ลูกศิษย์ และชาว Blog ทุกท่าน วันที่ 27 กรกฎาคม 2552 ผมได้รับเกียรติไปร่วมงานพิธีปิดและเสนอรายงานการฝึกอบรมโครงการฯ หลังจากที่ได้มีการฝึกอบรมโครงการพัฒนาภาวะผู้นำการบริหารจัดการนักบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รุ่นที่ 3 ผ่านไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาของ กรมวิทยาศาสตร์บริการ นำโดย นายปฐม แหยมเกตุ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ซึ่งได้จัดให้มีการจัดประชุมเสนอรายงานการฝึกอบรมโครงการฯดังกล่าว ในการประชุมนั้นผู้เข้าอบรมได้มีการเสนอข้อมูลหลังจากการฝึกอบรมทั้งในประเทศ (กรุงเทพฯ) และต่างประเทศ (ทัศนศึกษาดูงาน ณ ประเทศเกาหลี) ผมในนามประธานโครงการฯได้รับเกียรติและเป็นตัวแทนร่วมในการมอบประกาศนียบัตรครั้งนี้ และนำบรรยากาศและผลสรุปโครงการฯดังกล่าวมาฝากครับ จีระ หงส์ลดารมภ์ บรรยากาศโครงการฯ











สรุปการรายงานผล โครงการพัฒนาภาวะผู้นำการบริหารจัดการนักบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์บริการ รุ่นที่ 3
หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ในครั้งนี้
ÿ สิ่งแรกที่เราจะต้องมีคือ Science Networking
ÿ การเรียนรู้ในห้องเรียนไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเรียนรู้ด้วยตัวเอง Self Study เพิ่ม Habit ในการ Interact กันสู่ Tacit Interaction ถ้าคุณใฝ่รู้ มันก็คือ คุณมีเบ็ดตกปลาอยู่ในมือ
ÿ การเรียนครั้งนี้เป็นการเรียนเพื่อที่จะสร้าง Value Added
ÿ การมีความรู้แบบ “T” คือทั้งกว้างและลึก
ความมุ่งหวังของผู้เข้ารับการอบรม
O เพื่อพัฒนาตนเอง และเติมเต็มส่วนที่ขาด
O ได้ประสบการณ์และนำความรู้กลับไปใช้
O ได้รู้จักเพื่อนนอกหน่วยงานเพื่อประสานงานร่วมกัน
O ดีใจที่ได้เรียนรู้กับ Hero ของ Leadership Model
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
O จะนำความรู้มาพัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้า และเป็นที่รู้จัก
มากขึ้น
O ได้เรียนรู้แนวคิดของผู้นำยุคใหม่เพื่อนำมาวิเคราะห์ใช้
กับแนวทางของตนเองเพื่อการเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต
O สามารถพัฒนาตนเอง และนำไปถ่ายทอดได้
O ได้ความรู้ เพื่อพัฒนาความคิดและมีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น
O ได้รู้ว่าการเป็นผู้นำมืออาชีพนั้นเป็นอย่างไร ในมุมมองฐานะ
ที่เป็นลูกน้อง
O อยากเห็นกรมวิทย์ฯ ทำงานเป็นทีม อยากเห็นคนเก่งทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพและทำงานร่วมกัน
O หวังที่จะเรียนรู้และสร้างเครือข่ายในการทำงานร่วมกัน
นำความรู้ไปพัฒนาและปรับปรุงในฐานะผู้บังคับบัญชา
ดูแลและถ่ายทอดความรู้ให้ลูกน้อง
O มีเครือข่ายในการทำงาน ลดปัญหากฎระเบียบต่างๆที่เป็นข้อจำกัดของราชการ
O เปิดโลกทัศน์และสร้าง Network & Friendship
O เรียนรู้แนวคิด แนวปฏิบัติในการบริหาร
O พัฒนาภาวะความเป็นผู้นำของตนเอง และพัฒนางาน
O นำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้แก่เพื่อนร่วมงาน
เพื่อดึงเอาความสามารถออกมาใช้ให้มากที่สุด
O เรียนรู้การบริหารความหลากหลายของคน
O อยากนำการเรียนรู้ในครั้งนี้นอกจากพัฒนาตนเองแล้ว
สามารถพัฒนาท้องถิ่นด้วย
ทฤษฎีแห่งการเรียนรู้
ë หลักคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เศรษฐกิจพอเพียง
ë ทฤษฎี 4 L’s
ë ทฤษฎี 2 R’s ทำอย่างไรถึงต่อยอดสู่ความเป็นเลิศ
ë ทฤษฎีการสร้างมูลค่าเพิ่ม
ë ทฤษฎี ASV
ë ทฤษฎีของ Peter Senge
ทฤษฎีสำคัญด้านทุนมนุษย์ HR Architecture
* การศึกษาจะเป็นตัวสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่แรงงานของเรา
ถึงเวลาแล้วที่ต้องใส่ Science & Technology ในทุกที่
* ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคผู้ประกอบการไม่มี Science & Technology จะอยู่ไม่ได้
* ถ้าชุมชนไม่มี Science & Technology ก็ไม่สามารถไปรอดได้
* ทุนมนุษย์ถ้าไม่มี Science & Technology ก็อยู่ได้ยาก
ทฤษฎี 8 K’s
Human Capital ทุนมนุษย์ มาจากคนเรียนหนังสือมาก
ทุนมนุษย์ของคนก็จะมากขึ้น
2. Intellectual Capital คนที่เรียนมาเหมือนกันคุณภาพของ
ทุนมนุษย์อาจไม่เท่ากันก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัญญาที่จะนำ
ไปใช้ได้มากน้อยแค่ไหน
3. Ethical Capital คนเรียนเก่ง แต่ขาดคุณธรรม จริยธรรม
ก็ไม่สามารถอยู่ได้
4. Happiness Capital ทุนแห่งความสุขซึ่งจะมาแรงที่สุดในอนาคตข้างหน้า
Social Capital สำคัญมาก รู้จักใครบ้าง Networking
6. Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน ต้องมองทั้งระยะสั้นและระยะยาว เรื่อง Health กับ การใฝ่รู้ให้ไปด้วยกัน
การมีชีวิตยั่งยืนอยู่ได้เนื่องจาก ความรู้ทันสมัย สุขภาพดี
7. Digital Capital ยุคโลกปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญที่ควรให้ความ
สนใจ
Talented Capital คนในอนาคต ต้องมี 3 อย่าง
1.) ทักษะ Skill
2.) ความรู้ knowledge
3.) ทัศนคติที่เหมาะสม The right mindset
ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของทุนมนุษย์ คำถามคือมีหรือเปล่า ถ้ามี มีได้อย่างไร ถ้าไม่มี จะหามาได้อย่างไร สิ่งที่ต้องปลูกฝังคือ Capability ศักยภาพ และการทำงานอย่างมีความสุข
ทฤษฎี 5 K’s
Creativity Capital
• ใครมี Creativity มากกว่าก็จะประสพผลสำเร็จมากกว่า
• อยากให้เป็นเรื่องหนึ่งที่ขอเสนอในกรมวิทยาศาสตร์
2. Knowledge Capital
3. Emotional Capital ต้องมีอารมณ์พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป
4. Innovation Capital
5. Cultural Capital
การทำงานที่ประสบผลสำเร็จ
การคัดเลือกที่มีคุณธรรม ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุด
ë การทำงานเป็นทีม เป็นสัญชาตญาณของสัตว์สังคมทุกชนิด
ë การทำงานอย่างเป็นระบบ ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น
ë ยุค Knowledge มีความรู้เยอะ แล้วต้องถ่ายทอดเป็น
แล้วทำประโยชน์ให้คนอื่นได้ถึงเรียกว่าเพชร
คนเป็นจุดศูนย์กลางของอารมณ์ที่กระทบคนอื่น ถ้าอารมณ์ดี หรือไม่ดีจะมีอิทธิพลต่อกลุ่มมาก โดยเฉพาะคนที่เป็นจุดสนใจของกลุ่ม
ë ธรรมชาติของอารมณ์เวลาสะท้อนไปที่คนอื่นเมื่อไปกระทบ
คนอื่นก็จะกระทบมาสู่ตัวเอง ดังนั้นต้องรู้จักควบคุม
การบริหารอารมณ์ มี 3 วิธี
S = Stop หยุดคิดสิ่งที่ไม่ดีก่อนเวลาเกิดอารมณ์โกรธ
หรือหงุดหงิด หยุดคิดก่อน
2. C = Challenge ถ้าสิ่งที่บ่นและคิดที่ไม่มีประโยชน์
ก็อย่าทำต่อ ไปทำสิ่งที่มีค่ามากกว่า
3. F = Focus out เราทำงานเพื่ออะไรก่อน ดูเป้าหมายสุดท้าย เพื่อให้มีความสุขในชีวิต เงินเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ทำให้เกิดความสุขเท่านั้น
ความแตกต่างระหว่างหัวหน้า ผู้นำ และภาวะผู้นำ
หัวหน้า
{ มีไว้เพื่อให้คำปรึกษาและประสานงานส่วนใหญ่ และสอนงาน ไม่ใช่ทำงานแทนลูกน้อง
{ คนเป็นหัวหน้าอยู่ที่องค์กรแต่งตั้ง
{ คนที่เป็นหัวหน้าไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำ ผู้นำสามารถโน้มน้าวให้ผู้อื่นยอมรับด้วยความเต็มใจได้ เช่น มหาตมะคานธีร์
{ ความเป็นผู้นำ ต้องรู้จักกระจายอำนาจและทำงานเป็นทีม
{ ถ้าเป็นหัวหน้าด้วยและมีภาวะผู้นำด้วยยิ่งดีมาก
บทบาทของผู้นำที่ดี
ผู้นำที่ดีมี 4 บทบาทที่สำคัญ
1. Path Finder ชี้ทาง นำทางให้คนอื่นเดิน หรือการทำ Vision, Mission, Strategy ให้เขา
2. Alignment ทำให้คนคิดไปในทางเดียวกัน
3. Empowerment มอบอำนาจให้ลูกน้อง
4. Role Model เป็นตัวแบบต้นแบบที่ดี
การเตรียมตัวสู่การเป็นหัวหน้า/ผู้นำ
ร่างกาย
สติปัญญา
อารมณ์
อุปนิสัย
การสร้างทีมในการทำงาน
1. มีการรวมตัวกัน จะก่อให้เกิดพลัง
2. มีการสื่อสาร ทั้งฟังและพูด องค์ประกอบมี 4 อย่าง
สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการสื่อสารมากที่สุด คือ Channel เป็น
วิธีหนึ่งในการสื่อสาร Sender Information Channel Receiver
การให้ความสำคัญ คำพูด 8% น้ำเสียง 22% ภาษา
ท่าทาง 70%
ต้องการให้คนตอบรับหรือ ดีใจ ยินดีด้วย ต้องเป็นเสียงโทนสูง
การแสดงความเห็นอกเห็นใจต้องเป็นเสียงโทนต่ำ
ภาษาท่าทาง Action ให้สอดคล้องกับน้ำเสียง
กลยุทธ์ในการสื่อสาร
Accuracy
Brief
Clear
Done
Easy
Follow up
3.สร้างความไว้วางใจ
¿ พฤติกรรมเหมาะสม เป็นแบบอย่างที่ดี
¿ บุคลิกภาพเปิดเผย
¿ เข้าหาง่าย/เป็นกันเอง
¿ โปร่งใสยุติธรรม
4. การตัดสินใจ ต้องยอมรับและรับผิดชอบร่วมกันหมด
5. การประสานงาน
Assertive Behavior การแสดงออกอย่างเหมาะสม
¿
สรุปการรายงานผล โครงการพัฒนาภาวะผู้นำการบริหารจัดการนักบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์บริการ รุ่นที่ 3
การสร้างคนให้อยู่รอดในสังคม
ใช้ 4 Q’s
- IQ ความฉลาด
- EQ อารมณ์
- MQ จริยธรรม, ศีลธรรม
- SQ ความอยู่รอด
MQ เป็นตัวที่ขาดไม่ได้ 100 % ในสังคม
องค์กรที่มี MQ สูงจะใช้ Trust ความเชื่อ, ความไว้วางใจ และความคุ้มทุน ไม่ต้องใช้กฎ ระเบียบมาก ยิ่งใช้กฎ ระเบียบมากแสดงว่าองค์กรนั้น MQ ต่ำ
วิธีการพัฒนาลูกน้อง
1. ต้องให้รู้ว่าขับเคลื่อนอะไร ให้เข้าใจเป้าหมายร่วมกัน
2. สร้างแรงจูงใจในการทำงานตรงกับความต้องการของเขา
3. เคลียร์ให้ชัดเจนว่าผลที่ได้ออกมาคืออะไร
การทำงานให้เป็นกลยุทธ์
1. เป้าหมายต้องชัดเจน
2. คิดเชิงบวก
3. เลือกคนให้เหมาะสมกับงานและความสามารถ
4. พลิกแพลงตัวเนื้องานให้เหมาะสม
5. ทุกคนมีใจหาเป้า win-win
6. มีการประเมินอย่างต่อเนื่อง
7. ไม่มีอะไรดีที่สุดในโลก ต้องมีตัวชี้วัด และตัวพัฒนาการ
Creative + Position = Cresitive
- เวลาไหนสำคัญที่สุด (This Moment)
- คนที่สำคัญที่สุด (คนที่อยู่รอบตัวท่านขณะนี้)
- สิ่งสำคัญที่ควรทำให้มากที่สุด (การ Care กัน)
- ถึงเวลาควรทำอะไรต้องทำสิ่งนั้น ไม่ควรรออารมณ์
- Thinking เป็นตัวเรา
- เราต้องเรียนรู้เรื่อง Focus ให้ได้ จะทำให้ชีวิตดีขึ้น
นิวรณ์ 5
นิวรณ์ 5 คือ เครื่องกั้นความดีงาม มีหน้าที่ทำให้เสื่อม
1. อารมณ์เป็นใหญ่ เช่น รู้อยู่ว่าไม่ควรทำ แต่จะทำ - รักเกิน
2. ไม่พอใจ โมโห หงุดหงิด โกรธ - ชังเกิน
3. ขี้เกียจ ง่วงเหงา หาวนอน ซึม หดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง - อ่อนแอเกิน
4. คิดมาก วิตกกังวลทุกเรื่อง - โง่เกิน
5. สงสัยไปทั้งหมดทุกอย่าง ลังเล ไม่เชื่อไม่ศรัทธาใครทั้งสิ้น
- ฉลาดเกิน (พวกตกหลุมพรางความฉลาดทำให้เปิดกล่องใหม่ๆ
ได้น้อยมาก)
การครองตนให้มีความสุข
Ù เวลามีความสำเร็จ ต้องรู้จักถ่อมตัว ไม่ให้เก่งแบบ
น่าหมั่นไส้ ต้องรู้สึกว่าปิดจุดอ่อนตลอดเวลา
Ù ความไม่ประมาท ไม่โอหัง ไม่เหลิง
Ù ใช้วิทยาศาสตร์ กับ สื่อให้เป็น area หนึ่งเดียวเพื่อช่วยกัน
Ù มีการวางแผนระยะยาว 5-10 ปี
การเรียนรู้จาก Nelson Mandela
v แนวทางการเป็นผู้นำ ทุกคนมีส่วนเด่นในตัวอยู่แล้ว
v ตัวบุคคลที่จะเป็นผู้นำ กล้า มีวิสัยทัศน์ กล้าเผชิญสิ่งใหม่
v กล้าเป็นแนวหน้า แล้วพร้อมที่จะเป็นแนวหลังให้เพื่อนร่วมทีมทำงานได้
v อย่ามองลูกน้องว่าด้อย ทำให้ลูกน้องรักเราด้วยใจ
อย่ารักด้วยเกียรติยศ
v บริหารศัตรูอย่างไรให้เป็นพันธมิตร
v ผู้บริหารต้องอย่าโลภ ซื่อสัตย์ และมีจริยธรรม
คุณสมบัติของผู้บริหารชั้นสูง
มีความสามารถในการวิเคราะห์
• Vision วิสัยทัศน์ เหมือนหางเสือ เหมือนเข็มทิศผู้บริหาร
คนที่มีลักษณะที่มี Vision ที่ดี
• ก่อน
- เห็นปัญหาก่อน เห็นโอกาสก่อน เก็บเกี่ยวได้ก่อน
- มีประสิทธิภาพในการบริหารเวลา เวลาเป็นสิ่งมีค่า เรียกกลับมาไม่ได้
- ก่อนเวลาผ่านไปทำเวลาให้เป็น Productive time อย่าให้เป็น Unproductive time
ไกล
- เห็นถึงความเป็นมาของปัญหาและโอกาส
- นำบทเรียนในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อปัจจุบันและ อนาคต
• ลึก
- เห็นก่อน เห็นกว้าง เห็นไกลเพื่อเอาไปใช้ในเชิงลึก
• กว้าง
- Cross Section เห็นภาพรวมของปัญหา
สรุปการรายงานผล โครงการพัฒนาภาวะผู้นำการบริหารจัดการนักบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์บริการ รุ่นที่ 3
แนวทางการสร้าง Culture ทาง Science
* เป็น Productive Import คือ Import ที่ก่อผลงอกเงย
* ดูขีดความสามารถระยะยาวของประเทศ (อยู่ที่ภาคบริการ)
* ความหลากหลายธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ต่อการเติบโตurbanization การขยายตัวสู่ชุมชน การพัฒนา rural and urban area และเน้นการสร้าง Infrastructure เพื่อสร้างการพัฒนาให้เกิด
* Return มากกว่า Cost จึงจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
* จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไร
* (เป็นเรื่องของ Management)
* ถ้าต้องสร้างขีดความสามารถการแข่งขันระยะยาว
* ต้องสร้าง Infrastructure รองรับให้ดี
IT กับการทำงานยุคใหม่ และการสร้างมูลค่าเพิ่ม
O Differentiation ให้เกิดขึ้นให้ได้อย่างไร
O ถ้าประยุกต์ได้จะทำให้เรานำองค์กรสู่องค์กรยุคใหม่
ในฐานะวิทยาศาสตร์เชิงบริการ
O เราใช้โทรศัพท์ในการสื่อสาร ปัจจุบันมี Skype ในการ
สื่อสารผ่าน Internet ซึ่งไม่ต้องเสียเงิน
O ต้องทำให้เกิดความแตกต่างจากคู่แข่ง แต่ก่อนใช้ Digital Camera ให้คู่แข่งดู แต่เนื่องจากไม่สามารถทำปฏิสัมพันธ์โดยตรงในขณะนั้น ทำให้เวลาทิ้งช่วง
O ปัจจุบันสามารถทำได้ดีขึ้นโดยระบบ Skype ก่อให้เกิด Interactive มากขึ้น สามารถแก้ภาพที่ Design โดยมอง
ผ่านกล้องได้ ไม่ต้องเสียเงิน ฟรี
O คอมพิวเตอร์สามารถคำนวณราคาได้โดยทันที Interactive ทั้งหมดต้องปฏิสัมพันธ์อย่างเดียวกัน
การใช้ IT ช่วยในการทำงาน
1.พัฒนาคุณภาพการบริการ
2. สามารถพัฒนาระบบภาพเชิง Conference
3. คำนวณราคา ต้นทุนต่ำ
4. สามารถติดต่อภายนอกในลักษณะเป็นเครื่องมือ
5. ทั้งหมดสื่อสารด้วยระบบโทรคมนาคม
6. การ Connectivity สะดวกรวดเร็ว
7. ทำให้เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ
7 อุปนิสัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ
1.Be Proactive เลือกที่จะเป็น เลือกที่จะทำ มีความริเริ่มที่
จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น
2.Begin with the end in Mind เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ
3.Put First Things First ทำสิ่งทีสำคัญก่อ
4.Think Win-Win คิดแบบ ชนะ-ชนะ ให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์
5.Seek First to Understand Then to Be Understood
เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้ผู้อื่นเข้าใจเรา
6.Synergie ประสานความต่าง
7.Sharpen the Saw ลับเลื่อยให้คม อย่างสม่ำเสมอ ความรู้ต้องต่อยอด
สวัสดีครับลูกศิษย์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ รุ่นที่ 3
ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เชิญไปร่วมงานพิธีปิดและมอบวุฒิบัตรฯ โดยเฉพาะท่านอธิบดีฯ ปฐม แหยมเกตุซึ่งท่านให้เกียรติและให้กำลังใจแก่พวกเราอย่างดียิ่งเสมอมา
ผมประทับใจและภูมิใจมากที่ลูกศิษย์สรุปผลของการเรียนรู้ในครั้งนี้ได้ดี ทั้งการที่จะนำแนวคิดต่าง ๆ ของผมมาปรับใช้กับการทำงานของกรมฯ ไม่ว่าจะเป็น 4L’s 8K’s 5K’s 2R’s และอีกมากมาย ซึ่งขณะนี้มีแนวทางที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว
ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์