ตั้งใจมาเข้าร่วมวงสนทนา World Café  ในระบบออนไลน์ค่ะ

          จากที่ได้ฟังจากที่ได้อ่านความคิดของสมาชิกในวงไปหลายๆ ท่านแล้ว ก็พยายามมองย้อนกลับไปในตัวเองว่าเรามีอะไรบ้าง ก่อนหน้าการก้าวเข้าสู้รั้วงาน เราเข้าไปแบบมือเปล่าหรือมีอะไรติดมือไปด้วย สารภาพนะคะว่าเดิมๆ ก็เป็นคนรุ่นเก่าที่ไม่รู้จักเครื่องมือไอที/ไอซีทีใดๆ เลย นอกจากเครื่องพิมพ์ดีดแบบเคาะๆๆ แก๊กๆๆ ปัดแคร่ วิชาคอมพิวเตอร์สมัยเรียนเป็นแค่วิชาเลือกจะลงก็ได้ไม่ลงก็ได้ แต่พอเข้าไปทำงานได้สักระยะหนึ่ง คอมพิวเตอร์ โปรแกรมต่างๆก็ไล่ล่าตามหลังมาติดๆ ค่ะ ของพวกนี้ไม่มีในตำราให้เรียนเอาเกรด ตายแล้วตายแน่ๆ ถ้าขืนยังอยู่นิ่งๆ เฉยๆ โดยเฉพาะงานที่ฉันทำเป็นงานด้านการติดต่อสื่อสารประเภท Two Way Communication ใครๆ ก็พูดเรื่องอินเทอร์เน็ต เครือข่ายใยแมงมุม ทุกคนยุคนั้นมองว่ามันคือสื่อใหม่ในวงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และการติดต่อสื่อสารทั้งหลาย มาค่ะคราวนี้ขอให้ฉันได้เล่าเรื่องตัวของฉันผ่านคำถามสามข้อบ้างนะคะ

1. จากประสบการณ์ตรงของแต่ละคน มีความรู้อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ท่านได้ทุ่มเท กำลังกาย กำลังใจ อย่างเต็มที่ที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้นั้นๆ เพราะอะไร มีความหมายอย่างไร และลงท้ายได้ทำอะไรไปบ้างในการที่จะได้ความรู้มา

          ปี 2527 พอเรียนจบ ฉันก็กลายสภาพเป็นมนุษย์เงินเดือนทันทีค่ะ เข้าทำงานราชการในตำแหน่งหน้าที่นักประชาสัมพันธ์ ถูกส่งตัวไปพัฒนาตนเองในกิจกรรมสัมมนาด้านการสื่อสารในโลกยุคใหม่ก็หลายหลักสูตร ในช่วงนั้นสื่อใหม่ๆ เริ่มเข้ามามีบทบาท มันเท่ากับว่าคนยุคฉันต้องเริ่มต้นการเรียนรู้ใหม่เริ่มนับศูนย์กันใหม่ค่ะ เมื่อคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตงานแล้ว แรงบันดาลใจของฉันก็คือความอยากรู้อยากเล่นอยากทำเป็นค่ะ  ฉันเขียนเล่าเรื่องตัวเองไว้เยอะในเรื่องเป็ด เป็ด ค่ะ

          เรื่องของเรื่องก็คือความรู้เกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆ คือแรงบันดาลใจที่อยากจะทำได้ทำเป็น มันเหมือนกับจะมาช่วยทดแทนจุดอ่อนที่เราทำไม่ได้ คือเรื่องการเขียนตัวหนังสือสวยๆ การวาดรูปเป็น การวาดจินตนาการต่างๆ ลงในเอกสารสิ่งพิมพ์ที่เป็นงานประจำของฉันไงคะ ฉันมีความรู้สึกว่าตอนเข้าทำงานใหม่ๆ ตัวเองมีแค่หนึ่งสมองกับสองมือเปล่าๆ ได้รับการปลูกฝังวิธีเรียนหนังสือแบบให้รู้กว้างๆแล้วค่อยลงลึกในเรื่องที่เข้าไปข้องเกี่ยวผ่านประสบการณ์การทำงาน คล้ายๆ กับว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยให้ลูกศิษย์ไปต่อยอดกันเองจากความรู้พื้นฐานที่ให้ตลอดสี่ปี ก็ ตามประสาเป็ดค่ะ แต่เอาตัวรอดได้ โดยการเรียนรู้ฝึกฝน จนชำนาญ มีประสบการณ์กับเครื่องมือใหม่ๆ โอกาสดีเป็นของฉันค่ะ เพราะว่าทำงานในห้องสมุด จึงมีคอมพิวเตอร์ใช้งานส่วนบุคคล มีหนังสือความรู้ ซีดีรอมสอนการใช้ ติดตามอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ๆ ได้แบบสุดๆ ขึ้นอยู่กับว่าตัวเองอยากจะหยุดเมื่อไร เป็นอุปกรณ์การเรียนของฉันค่ะ และงานที่ทำโดยอิสระ ดูแลจัดระบบการทำงานของตัวเองได้เต็มที่

          ในที่สุดฉันก็ทำอะไรๆ เป็นที่พอจะนำมาประยุกต์ใช้ในงานประจำของฉัน งานที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน ครีเอทีฟความคิดสร้างสรรค์ลงในงานผลิตสื่อเผยแพร่แล้วแต่จะเลือกทำ ไม่เก่งมากแต่ทำได้ให้งานออกมาดูดี เผยแพร่รวดเร็วทันเวลา และมีความสุขที่ได้ทำ ชื่นใจเสมอเมื่อทำเล่นกับแผ่นกระดาษ แปลงให้เป็นโปสเตอร์ ใบปลิว แผ่นพับ ป้ายโฆษณา ฯล ออกมาเป็นชิ้นงานค่ะ

2. จากประสบการณ์ตรงของแต่ละคน คิดว่าในองค์กรของตนเองเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจ ควรจะมีจะมีเครื่องมือ หรือวิธีแสวงหา รวบรวมองค์ความรู้ การบริหารจัดการความรู้ ให้พรรณาทั้งที่ควรจะมี(ถ้ายังไม่มี) อยากจะมี ใฝ่ฝันว่าถ้ามีแล้วจะสุดยอด หรือที่มีแล้วจะให้มีการใช้อย่างไร

          จริงๆ แล้วในแต่ละหน่วยงานก็มีธงเรือที่ปักรอให้เดินทางไปให้ถึง มีวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานเป็นกรอบให้เดินไป และแต่ละหน่วยงานก็มีคนทำงานตามหน้าที่ของใครของคนนั้น  สนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน แต่ละคนแต่ละงานจะส่งต่องานกันไปเป็นทอดๆ โดยมีความสามัคคีทำงานเป็นทีมร่วมกัน ถ้าจะมีใครสักคน เหมือน...น็อตหลวม เครื่องจักรจะทำงานไม่เต็มที่แต่....บ่อยๆ ไปฉันก็รู้สึกว่าพวกเราทำงานเหมือนเป็นหุ่นยนต์เข้าไปทุกทีๆ แล้วค่ะ เราเหมือนจะรอรับคำสั่งให้ทำกัน รอให้โดนบังคับว่าต้องส่งงานต้องให้มีปริมาณงาน ต้องกำหนดตัวชี้วัดผลงานของตัวเองแล้วทำให้ได้ตามที่ให้สัญญาไว้ จนเราลืมความรู้สึกต่างๆไปค่ะ เครื่องมือที่เป็นรูปธรรมมีหมด สมบูรณ์มาก แต่ขาดการหันหน้าปรึกษาหารือและฟังกันค่ะ ขาดความคิดว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงาน

          ฉันว่าในหน่วยงานของฉันอาจจะมีอยู่แล้ว แต่มันแอบซ่อนอยู่ตรงไหนสักแห่ง เรื่องของจิตใจ การทำงานโดยใช้หัวใจร่วมด้วย การมีจิตบริการในงานที่ได้รับมอบหมาย เหมือนมันจะหลบลี้หนีหน้าไปค่ะ ฉันเพียงแค่มองในมุมเล็กๆ มุมหนึ่งของที่ทำงาน ในฐานะที่ฉันทำหน้าที่ผู้ประสานงานการผลักดันงานตามโยบายจัดการความรู้เข้าไปสู่งานในฝ่ายที่ฉันสังกัดอยู่  และแค่มองในฐานะที่ฉันสามารถไปยืนในทุกๆจุดของหน่วยงานเพื่อพูดคุย รับรู้ ฟังปัญหา ฟังความรู้สึกของคนทำงาน นั่งเพราะงานของฉันมันเกี่ยวข้องกับทุกคนในหน่วยงานไงคะ

          ฉันว่ามันต้องมีการเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติบางอย่างที่ทำด้วยใจค่ะ ถ้าเริ่มจากจุดเล็กๆ จุดของการเปิดใจ ฟังกันมากขึ้น คิดตามเรื่องที่มีผู้อื่นพูด แสดงอาการให้เพื่อนร่วมวงสนทนา หรือวงการประชุม รู้ว่ามีเพื่อนร่วมงานพร้อมจะช่วยเหลือเสนอแนะแก้ปัญหาหากมีการร้องขอ อะไรทำนองนี้ค่ะ

Confusedbirdie 

3. จากที่ได้สนทนามาทั้งหมด คิดว่าถ้ากลับไปบ้าน ไปทำงาน จะทำอะไรเป็นสิ่งแรก ในอาทิตย์นี้หรือสองอาทิตย์นี้ เพื่อให้องค์กร หน่วยงานของตน เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ หรือการใช้เครื่องมือ หรือมีการบริหารความรู้ที่ดี อย่างที่เราฝันไว้ในรอบสอง

          ออกจากวงสนทนา World Café นี้ไปแล้ว ฉันจะทำอะไรได้บ้างในสัปดาห์นี้หรือสองสัปดาห์นี้หรือคะ ฉันพยายามมาโดยตลอดเลยค่ะ แต่มันไม่สำเร็จเลย

          ที่ทำงานฉันเองก็เคยเสียเงินเสียทองไปมากในการติดต่อเชิญ(จ้าง)บริษัทเอกชนมาจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคลากร แต่มันไม่ได้ผล เพราะเมื่อทุกคนกลับเข้าทำงานประจำ ก็ทำงานตามที่เคยทำเป็นประจำๆ ชีวิตงานก็กลับเข้าที่เดิม

         แต่ฉันก็ยังมีความฝันอยู่นะคะ ฉันวาดฝันไว้ว่าถ้าเราสามารถรวมตัวกันทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่กระชับแน่นแฟ้นระหว่างคนทำงานได้ เริ่มจากกลุ่มเล็กๆ แม้จะต้องใช้เวลานาน และถ้าคนที่เสียสละมารวมตัวทำงานนี้เพื่อสังคมของหน่วยงานจะไม่ถอดใจไปเสียก่อน ก็คงจะดีมากๆเลยค่ะ  และตอนนี้ที่ฉันกำลังทำอยู่ก็คือ การสร้างกระบวนการกลุ่มคนที่ทำงานและรู้ว่ามีปัญหาในงาน แต่ใครก็แก้ไขปัญหาให้ไม่ได้นอกจากพวกเขาเองที่รู้ปัญหาและรู้จักงานของตัวเองดีที่สุด ฉันทำกิจกรรม หน้าบ้านน่ามองค่ะ โดยนำเทคนิคการพูดคุยร่วมกัน เปิดโอกาสให้มีการพูด ตอนแรกก็เป็นเรื่องระบายๆ (ความในใจ) บ้าง แต่ถ้าเรารอเวลาอย่างอดทนและใจเย็น ก็เชื่อว่าเวลาที่ใช้ไป มันก็คุ้มค่ะถ้ามันได้ผลดี ฉันอาจจะเขยิบไปเล่นกับเพื่อนที่อยู่หลังบ้านด้วยก็เป็นได้นะคะ มันคงพอจะเป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งที่ช่วยลดเรื่องความรู้สึกเหลื่อมล้ำในการเสนอแนะแก้ปัญหาเพื่อพัฒนางานของหน่วยงานได้ค่ะ

          คำถามข้อสามฉันยังไม่ได้คำตอบที่ตัวเองถูกใจ ยังรู้สึกอยู่ว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เอาแบบนี้ดีไหมคะ เรามาเริ่มต้นการสนทนารอบสองข้อสามกันค่ะ ฉัน...รอฟังความคิดเห็นเพื่อนร่วมวงน้ำชานี้อยู่นะคะ.