ท่านผู้รู้นักปราชญ์ชื่นชมหรือตำหนิ

ช่วงวันเวลาที่ผ่านมานี้งานเข้าติดพันกันต่อเนื่องประกอบกับการมีสอบกลางภาคต้องจัดทำข้อสอบและเมื่อวันวานเข้าวัดถวายความรู้ให้แด่พระคุณเจ้า

มีเรื่องเล่าเยอะที่ต้องแยกแยะว่าอันไหนควรเชื่ออย่างไรในสังคมไทยประเภทมือสองของเราที่ยังทำอะไรแบบลัทธิเอาอย่างเลียนแบบกันอยู่อย่างนั้นเองละ 

ช่วงพักผ่อนเป็นตัวตนเองเลยหันมามองหลักความเชื่อตามแนวทางของพุทธธรรมที่มาในเกสะปุตตะนิคม  พระไตรปิฎก เล่มที่ 11 ข้อที่ 72 นั้นคือเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จผ่านไปยังชุมชนที่เป็นลูกหลานเครือญาติของนายเกสะปุตตะ ...

ผมอาจจะคิดผิดก็ได้นะว่า...พวกเขาถามพระพุทธเจ้าและได้รับการเปิดเผยแนวทางไม่ควรเชื่ออย่างไรและอย่างไรควรเชื่อดังนี้  ชาวโลกทั้งหลายเอ๋ย  การจะเชื่อสิ่งหนึ่งใดนั้น  อย่าพึงเชื่อเพราะ

1 . ฟังตามกันต่อ ๆ มา

2 . นำสืบทอดกันต่อ ๆ มา

3 . มีข่าวเล่าลือ

4 . มีการอ้างอิงตำรา

5 . การนึกเดาเอาเองว่าเป็นอย่างนั้น

6 . การคาดการณ์น่าจะเป็นอย่างนั้น

7 . การคิดนึกตามอาการ

8 . ชอบใจว่าตรงเผงกับแนวคิดตนเอง

9 . เห็นว่าแนวทางนี้น่าเชื่อถือได้

10 . เห็นว่าคนนี้เป็นครูของเราเองละ

แต่ชาวโลกทั้งหลายเอ๋ย...ควรพิจารณาว่า...

1 . สิ่งเหล่านี้เป็นความไม่ดีหรือความดี

2 . มีโทษหรือไม่มีโทษ

3 . ท่านผู้รู้นักปราชญ์ชื่นชมหรือตำหนิ

4 . เมื่อทำตามแล้วก่อให้เกิดทุกข์หรือสุข

เมื่อดูด้วยดวงตาแห่งปัญญาแล้วเห็นว่าไม่ดีควรละเสีย แต่ถ้าเห็นว่าดีและเกิดประโยชน์ควรเชื่อและทำตามนั้นแล.