
ปัจจุบันมีปัญหาในเรื่องวินัย และคุณธรรมของคนในชาติค่อนข้างมาก ทั้งในระดับเยาวชน คนหนุ่มสาว และประชาชนโดยทั่วไป รวทั้งปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักศึกษาอาชีวะ ซึ่งมีเรื่องรุนแรงค่อนข้างบ่อย
รัฐบาลชุดที่แล้วมีแนวความคิด ส่งเด็กบัญชีดำไปรับการอบรมจากทางกองทัพ ในรูปของโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองเพื่อที่จะแก้ไขและบรรเทาปัญหาเรื่องวินัย, ความประพฤติ, ความรุนแรง และการทะเลาะวิทวาทซึ่งไม่ได้ผลมากนัก
รัฐบาลปัจจุบันได้เน้นนโยบายด้านคุณธรรมเป็นอย่างมาก ดังนั้นในโอกาสนี้ ขอเสนอแนวความคิดที่จะแก้ไขเรื่องวินัยและคุณธรรมของคนในชาติ โดยใช้กิจกรรมลูกเสือ, รักษาดินแดน, การศึกษาพื้นฐาน, พุทธศาสนา และลูกเสือชาวบ้านเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ดังต่อไปนี้
1. ใช้กิจกรรมลูกเสือเป็นเครื่องมือในการอบรมบ่มนิสัยของนักเรียนในระดับประถมปีที่ 1 ถึงมัธยมปีที่ 3 เพราะนักเรียนทุกคนทั้งชายและหญิงถูกบังคับให้เรียนวิชาลูกเสืออยู่แล้วตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.3 แต่เป็นการเรียนที่ไม่ได้เอาจริงเป็นส่วนใหญ่ ทั้ง ผู้เรียน ผู้สอนและผู้บริหาร ถ้าหาทางปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนทุกคนเป็นลูกเสือทั้งกายและใจ โดยมีศีลของลูกเสือ (คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ) เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ถ้าทำได้จะเป็นการสร้างคุณธรรม ระเบียบวินัยให้กับนักเรียนเป็นอย่างมาก
2.ในระดับมัธยมปลาย อาชีวศึกษา (ปวช. และ ปวส.) ตอลดจนถึงระดับอุดมศึกษา ให้นักเรียนและนักศึกษาทุกคน (ทั้งชายและหญิง) ต้องเรียนวิชารักษาดินแดน โดยเปลี่ยนหลักการจากเรียนรักษาดินแดนเพื่อหนีทหาร เป็นเรียนรักษาดินแดนเพื่อเตรียมเป็นกำลังสำรองที่มีคุณภาพของชาติ
สำหรับนักศึกษาหญิงอาจปรับหลักสูตรให้ต่างจากเพศชายบ้าง ซึ่งถ้าคุณภาพถึงระดับที่ต้องการ ทางทหารควรลดกำลังทหารประจำการลงได้ส่วนหนึ่ง วินัยเหล็กของรักษาดินแดนจะช่วยสร้างวินัยให้กับหนุ่มสาว ส่วนปัญหาครูฝึกที่ไม่เพียงพอของกรมการรักษาดินแดนนั้นอาจเสริมกำลังฝึกโดยกองทัพภาคทั่วประเทศก็น่าจะทำได้
3. ในด้านคุณธรรมของเยาวชน และบุคคลทั่วไป ขอฝากข้อคิดไว้ 2 ประการ คือ
3.1 ใช้การศึกษาพื้นฐานในระดับการศึกษาภาคบังคับ (ป.1 – ม.3) เป็นเบ้าหล่อหลอมคุณธรรมและวัฒธรรมที่ต้องการให้เยาวชนในชาติ เพราะเด็กไทยทุกคนจะต้องเข้าสู่เบ้าหลอมนี้ ในฐานะที่เบ้าหลอมนี้เป็นการศึกษาภาคบังคับของเด็กไทยทุกคน ถ้าประเทศต้องการพลเมืองไทยในอนาคตให้มีคุณภาพ คุณธรรม วัฒนธรรมอย่างไร ก็จะต้องทำให้สำเร็จระหว่างที่เด็กไทยเหล่านี้อยู่ในเบ้าหล่อมของชาติ
3.2 สำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่เป็นพุทธศาสนิกชน ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 95% จะต้องหาวิธีการให้พุทธศาสนิกชนเหล่านี้เป็นพุทธในทางปฏิบัติมากกว่าเป็นพุทธตามสำมะโนครัว ภารกิจนี้ถ้าได้ปรึกษากับมหาเถรสมาคมเพื่อให้มีการกำหนดนโยบายเรื่องนี้ให้เป็นภารกิจหลักของวัดทุกวัดทั้งประเทศ โดยแต่ละวัดจะต้องจัดทำพื้นที่ที่วัดต้องรับผิดชอบ (Arec coverage) ภายในพื้นที่จะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับคุณธรรมของคนแต่ละกลุ่มอายุ (วัยเด็ก, วัยรุ่น, วันสูงอายุ) แต่ละพื้นที่จะต้องกำหนดเกณฑ์การประเมินความสำเร็จในการยกคุณธรรมของประชาชนในพื้นที่เป็นเกณฑ์สำคัญสูงสุด โดยกำหนดแนวทางดำเนินการให้วัดทุดวัดเข้าไปทำและดำเนินกิจกรรมกับประชาชนในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมในเชิงรุกมากกว่าการตั้งรับที่วัดความสำเร็จในด้านอื่นควรเน้นให้ความสำคัญรองลงไปกว่าความสำเร็จในการยกระดับคุณธรรมของประชาชนในพื้นที่ที่วัดรับผิดชอบ
ของดีอีกอย่างหนึ่งที่ควรจะฟื้นฟูเอาจริงเอาจัง และนำมาเสริมกิจกรรมของวัดและสถาบันศาสนา คือ กิจกรรมลูกเสือชาวบ้านซึ่งมีจำนวนรวม 5 ล้านคนในปัจจุบัน ถ้าหาทางใช้การฝึกลูกเสือชาวบ้านเป็นการสร้างวินัยและคุณธรรมของคนในชาติ ก็น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง
ความคิดเห็นที่เสนอมานี้ก็โดยยึดหลักว่าทั้งกิจกรรมลูกเสือ, วิชารักษาดินแดน, การจัดการศึกษาพื้นฐาน, พุทธศาสนา และลูกเสือชาวบ้านเป็นของดีที่เรามีอยู่แล้วในชาติ ถ้ากำหนดให้นำสิ่งเหล่านี้มาเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ และหาวิธีการที่จะนำยุทธศาสตร์นี้ไปสู่ความสำเร็จก็น่าจะแก้ไขปัญหาและเป็นประโยชน์ต่อชาติ
//จาก http://cms.srivikorn.ac.th/svk_forum/index.php?topic=1443.0