GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ศึกษาดูงาน "กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเกาะจาก" (ตอนจบ)

ด้านการจัดสวัสดิการเอาเงินมาจากไหน ก็นำเงินที่เก็บได้จากสมาชิก จำนวน 1,000,000 บาท นำมาปล่อยให้สมาชิกกู้แล้วคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1.50 บาท ทำให้แต่ละเดือนเก็บดอกเบี้ยได้ 15,000 บาท ก็นำเงิน 15,000 บาทนี้มาจัดสวัสดิการในจุดนี้ ซึ่งดอกเบี้ยตรงนี้ก็นำมาจัดแบ่งออกเป็น 5 กองทุน คือ 1) กองทุนสวัสดิการ 2) กองทุนวิสาหกิจชุมชน 3) กองทุนสาธารณะ 4) กองทุนศึกษาดูงาน และ 5) กองทุนธุรกิจชุมชน ซึ่งทุก ๆ กองทุนก็จะมีประธาน 1 คน การที่สมาชิกจะใช้สวัสดิการได้ต้องเป็นสมาชิกอย่างน้อย 9 เดือน

เพื่อเป็นการพัฒนากลุ่มให้เข้มแข็งขึ้น ก็ได้มีการพาคณะกรรมการไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ เช่น จ.สระบุรี จ.สงขลา จ.ภูเก็ต เป็นต้น ส่วนตัวคณะกรรมการที่ทำงานจะให้ค่าตอบแทน200 บาท/วัน

ส่วนร้านค้าชุมชนเริ่มก่อตั้งขึ้นมาด้วยสมาชิกรวมหุ้นกันตั้งเป็นร้านค้าขึ้น แต่พอมาในช่วงหลังนี้ไม่มีกำไร (ขาดทุน) ก็เลยยกเลิกกิจการ คืนหุ้นให้แก่สมาชิก กลุ่มแม่บ้านที่ผลิตดอกไม้จากใยบัวก็ทำการขยายตลาดโดยการนำดอกไม้ไปฝากไว้ในห้างโรบินสันโอเชียน (น่าเสียดายชาวบ้านมีภูมิปัญญาในการที่จะผลิตสิ่งของต่าง ๆ มากมาย แต่น่าเสียดายว่าสินค้าที่ผลิตออกมาไม่มีตลอดรองรับ ทำให้สินค้าล้นตลาด และกลุ่มแม่บ้านบางกลุ่มก็ต้องเลิกการผลิตไป)

คณะกรรมการของกลุ่มจะทำงาน 1 วัน/เดือน แต่คณะกรรมการเงินกู้ทำงาน 3 วัน/เดือน เพราะวันที่ 1 ให้สมาชิกยื่นขอกู้เงิน ส่วนวันที่ 2 กรรมการลงไปตรวจที่ดิน (กรณีที่เอาที่มาค้ำประกัน) และวันที่ 3 ก็ให้กู้เงิน ข้อน่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือสมาชิกที่ขอกู้เงินจากกลุ่มไปจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการลงไปตรวจที่ดิน คิดเป็นกู้เงิน 100 บาท ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 1 บาท (ร้อยละ 1บาท) เพราะเงินที่เก็บตรงนี้จะให้คณะกรรมการที่ลงไปตรวจเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าพาหนะเดินทาง จำนวน 500 บาท /คน/วัน ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงต่างหาก ที่คิดค่าธรรมเนียมท่านประธานให้เหตุผลว่าถ้าเราไปกู้จากธนาคารเราจะต้องเสียมากกว่านี้ และก็ยุ่งยากกว่า และข้อตกลงนี้สมาชิกก็ยอมรับ

การคิดค่าตอบแทนให้คณะกรรมการ ก็เอาดอกเบี้ยมาจ่ายให้คณะกรรมการ คณะกรรมการคนใดทำงานครบ 1 ปี ก็จะขึ้นเงินเดือนให้ 50 บาท/ปี สิ้นปีก็มีโบนัสให้คณะกรรมการทุกคน (คนละ 1,500 – 2,000 บาท)

และท่านประธานก็ให้ข้อคิดที่ว่าการที่การที่เราจะทำงานอะไรก็ตาม ถ้าเราทำตามเพื่อนทุกอย่างเราก็จะอยู่ไม่ได้ (บางเรื่องถ้ากลุ่มทำตามความต้องการของสมาชิกกลุ่มก็จะอยู่ไม่ได้)

จากนั้นท่านประธานก็ได้เล่านิทานให้ฟัง เรื่องมีอยู่ว่า

มีหมู่บ้านอยู่หมู่บ้านหนึ่ง หมู่บ้านนั้นเป็นโจรทั้งหมู่บ้าน และก็ได้มีข้อตกลงกันว่าถ้าเกิดว่าโจรไปปล้นแล้วไปเจอใครระหว่างทางก็ให้จับคนนั้นให้ทำการปล้นด้วย อยู่มาวันหนึ่งกลุ่มโจร 5 คน ก็ออกเดินทางเพื่อที่จะไปปล้น ระหว่างทางได้เจอพระ 1 รูป ก็บังคับให้พระปล้นด้วย แต่พระก็พูดออกมาว่าอาตมาปล้นไม่ได้อาตมาเป็นพระถือศีล ดังนั้นโจรก็บอกว่าให้ทำตามกฎก็คือถือเสียงข้างมาก โดยการให้ยกมือ เมื่อผลปรากฏออกมา พระก็แพ้เพราะมี 1 รูป ส่วนโจรมี 5 คน ในที่สุดพระก็ต้องกลายเป็นโจร ออกปล้น (นี่ก็เป็นตัวอย่างที่ไม่ถูกต้องยกให้เห็นว่าบางครั้งเราก็ทำตามกฎไม่ได้เหมือนกัน)

บ้านเกาะจาก จะมีการประชุมจะมีการประชุมสมาชิก 1 ปี/ครั้ง ส่วนตัวคณะกรรมการจะประชุม 3 เดือน/ครั้ง ถ้าหากถามว่าตอนนี้บ้านเกาะจากมีหนี้สูญหรือเปล่าขอตอบตามตรงก็แล้วกันว่ามี ก็มีหนี้อยู่ 59 ราย อยู่ระหว่างการดำเนินคดี และตอนนี้ก็มีสมาชิกมาติดต่ออยู่บ้างแล้ว ส่วนอีก 7-8 รายยังเงียบอยู่ก็คงจะต้องดำเนินคดีต่อไป

การปล่อยกู้ของบ้านเกาะจากจะปล่อยกู้ในวงเงินสูงสุด 50,000 บาท แต่ถ้าเดือนใดกลุ่มมีเงินเหลือมากหลักทรัพย์ของผู้กู้มีพอก็จะปล่อยกู้ให้หมดตามที่สมาชิกร้องขอ เช่น 100,000 บาท – 500,000 บาท

จากนั้นทางกลุ่มกะหรอก็ได้ซักถามปัญหาต่าง ๆที่คาใจ เช่น การที่เอาโฉนดที่ดินไปเป็นหลักค้ำประกันเอาไว้ แล้วไม่กลัวว่าเขาจะไปแจ้งกับอำเภอหรือว่าโฉนดที่ดินสูญ แต่ก็รับคำตอบว่า ตอนนี้ทางกลุ่มไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้ แต่ที่ทางกลุ่มทำอยู่ตอนนี้ก็คือจะตรวจเช็คตัวสมาชิกกับธนาคาร ทุก ๆ 6 เดือน สังเกตุดูว่าสมาชิกคนนี้มาส่งดอกเบี้ยครบทุกเดือนหรือเปล่าถ้าครบทุกเดือนก็คงไม่น่าจะมีปัญหา เท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่เจอปัญหานี้

กะหรอก็ถามว่า มีหน่วยงานมาสนับสนุนบ้างหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่ามีหน่วยงานของพัฒนาชุมชนที่เข้ามาให้ความรู้ แต่ไม่ได้นำงบประมาณมาให้

กะหรอก็ถามว่าทางกลุ่มเอาเงินมาจากไหนมาสร้างที่ทำการ ก็ได้รับคำตอบว่า ยืมธนาคารมา 1 ล้านบาท เบ็ดเสร็จแล้วอาคารหลังนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3 ล้านบาท (พร้อมเฟอร์นิเจอร์ข้างในเรียบร้อย) ตอนนี้ทางกลุ่มการการถมที่ดินด้านหน้าที่ทำการกลุ่ม เพื่อที่จะทำเป็นตลาดกลาง ในการรับซื้อผักจากสมาชิก

เมื่อแลกเปลี่ยนซักถามกันจุใจแล้ว ก็ได้ขึ้นไปเยี่ยมชมที่ทำการด้านบนของอาคาร โดยทำการแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มเลขา 2)กลุ่มประธาน และ 3) กลุ่มเหรัญญิก เพื่อซักถามระหว่างการทำงานของ ต.กะหรอ และ บ้านเกาะจาก จากนั้นทุกคนก็ทำการแยกย้ายเดินขึ้นไปข้างบนอาคาร แต่พอก้าวขาขึ้นบันไดไปข้างบน ก็ได้กลิ่นของสเปรย์ในห้องปรับอากาศหอมชื่นใจ เมื่อเปิดพระปูเข้าไปข้างในก็ต้องตกตลึงกับการจัดรูปแบบในห้อง เพราะว่ารูปแบบการจัดโต๊ะเหมือนกับธนาคารมาก ข้างประตูที่มีโต๊ะหมู่บูชา ก็ทำการสักการะเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปข้างใน ก็จะแบ่งย่อยเป็น 3 ห้องด้วยกัน 1 ห้องใหญ่ กับอีก 2 ห้องเล็ก ก็จะจัดเป็นห้องประชุม และห้องสำหรับเฉพาะเจ้าที่ที่จะเข้าไปได้ มุมด้านหน้าก็จะเป็นฝ่ายสินเชื่อ-เร่งรัดหนี้สิน ส่วนด้านขวามือก็จะเป็นเค้าเตอร์มีทั้งหมด 10 ช่องด้วยกัน โดยแต่ละช่องก็จะทำหน้าที่รับฝากเงินของแต่ละสาย หลังเค้าเตอร์ก็จะเป็นโต๊ะของเหรัญญิก และโต๊ะของฝ่ายตรวจสอบ ฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายส่งเสริม ซึ่งในห้องทำการจะติดแอร์ทุกห้อง เมื่อได้ชื่นชมบรรยากาศในห้องกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้แบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

กลุ่มประธาน มีคนเข้าห้องนี้ประมาณ 8 คน ก็ได้สอบถามว่าการจะเป็นประธานที่ดีจะต้องทำตัวอย่างไร ก็ได้รับคำตอบดังนี้

  1. 1.ท่านประธานจะต้องมีเทคนิคเฉพาะตัว ยกตัวอย่างเช่น นักมวยแชมป์จะต่อยไม่เหมือนกัน แต่แนวการต่อยของแต่ละคนก็คือเทคนิคของตัวบุคคลไม่ต้องไปศึกษาไม่ต้องดูเพื่อน

  2. 2. ผู้นำที่ดีจะต้องมีความอดทดสูง อย่าใจร้อน

  3. 3. ต้องมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน

  4. 4. ปฏิบัติตามกฎระเบียบ (ถ้าท่านประธานทำผิดกฎก็ได้รับการลงโทษเหมือนคณะกรรมการคนอื่น ที่สำคัญจะต้องลงโทษให้หนักว่า เช่น เหมือนกันนัดใส่เสื้อทีมว่าวันนี้นัดใส่เสื้อสีเขียว แต่ผมมาจากงานแต่ก็เลยใส่สีเสื้อเข้ามา กฎของเราก็คือถ้าคนใดใส่เสื้อผิดมาก็จะถูกปรับ 100 บาท ในฐานะที่ผมเป็นประธานก็ต้องถูกปรับเหมือนกันแต่ผมจ่ายให้ 200 บาท เพราะผมคิดว่าถ้าประธานผิดก็คงจะทำโทษให้หนักกว่าสมาชิก)

  5. 5. ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี

  6. 6. สร้างความเสมอภาค (มีสิทธิเท่าเทียมกับคนอื่น ๆ ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่น ๆ )

  7. 7. ไม่ใช้อำนาจในการปกครอง ใช้หลักจิตวิทยา

  8. 8. ต้องมีการใฝ่รู้อยู่เนืองนิจ

  9. 9. มีความคิดเป็นของตนเอง

  10. 10. มีความเสียสละ

  11. 11. พูดให้น้อย ฟังให้มาก

  12. 12. มีการศึกษาดูงานนอกสถานที่

  13. หลักการขอกู้เงิน

  1. 1.ยึดหลักทรัพย์ของผู้กู้เป็นหลัก

  2. 2.ทำสัญญากู้เงิน 5 ปี/ครั้ง

  3. 3. สามี-ภรรยามีสิทธิ์กู้เท่าเทียมกัน

  4. 4. คนที่กู้เงินกลุ่มห้ามถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝาก

  5.  

ระบบการปันผลให้สมาชิก คือ หักค่าใช้จ่าย และหักทุนสำรองไว้ 10% ที่เหลือจึงนำมาปันผลให้สมาชิก

แล้วทีมกะหรอก็ให้ข้อเสนอแนะว่า ทางกลุ่มน่าจะพิจารณาสมาชิกที่กู้เงินไปว่าเขาส่งเงินครบหรือเปล่า ส่งดอกเบี้ยทุกเดือนหรือไม่ ถ้าเขาปฏิบัติตามกฎกติกาก็คือว่าเขาเป็นลูกค้าชั้นดี น่าจะมีการพิจารณาอาจจะลดดอกเบี้ย ท่านประธานก็รับไว้พิจารณา เพราะต้องเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง

กลุ่มประสบความสำเร็จได้เนื่องจาก

  1. 1.คณะกรรมการต้องมีความเสียสละเป็นที่ตั้ง มีความอดทน

  2. 2. ความเสมอภาคระหว่างกรรมการกับสมาชิก

  3. 3. ทำให้สมาชิกมีความรู้สึกความเป็นเป็นเจ้าของกลุ่ม

  4. 4. ผลประโยชน์ต้องเสมอภาค

  5. ตอนนี้ปัญหาที่หนักใจของกลุ่มก็คือ สมาชิกที่กู้ไปเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว ไม่มีการติดต่อ เพราะเนื่องจากตามกฎหมายแล้วในตัวสัญญาจะถือเป็นโมฆะ แต่ก็เป็นความโชคดีของกลุ่มที่ผู้กู้เงินไปได้เข้ามาติดต่อแล้ว

กลุ่มเร่งรัดหนี้สิน ก็ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการฟ้องร้อง เพราะได้ทำการตักเตือนมาหลายครั้งแล้วแต่สมาชิกยังนิ่งเฉย ก็เลยก็ต้องดำเนินการให้เด็ดขาดโดยการฟ้องร้อง

เมื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เสร็จสิ้นลง เมื่อเวลา 12.30 น. ทุกคนก็ลงมารับประทานอาหารเที่ยงกัน (บางคนก็ตาลายเพราะหิวจัด) และอาหารที่กลุ่มบ้านเกาะจากได้จัดไว้ต้อนรับก็มี ปลาทูทอด (ตัวโต) แกงจืดหมูสับ แกงแพนงหมู และก็ที่ขาดไม่ได้ก็คือผัก ทุกคนก็รับประทานกันด้วยความเอร็ดอร่อย

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จก็ได้เวลาที่จะขอตัวกลับ แต่เราก็ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณคณะกรรมการบ้านเกาะจาก และก็ให้ตัวแทนกลุ่มทั้ง 3 กลุ่ม ออกมานำเสนอว่าวันนี้ประทับใจอะไร ได้อะไรกลับไปบ้าง กลับจะไปทำอะไร

กลุ่มเหรัญญิก ก็ออกไปนำเสนอว่าประทับใจสถานที่ และก็คณะกรรมการให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่ปิดบังข้อมูล กลับไปจะนำการทำเอกสารด้านบัญชีของกลุ่มบ้านเกาะจากเพื่อปรับใช้กับกลุ่มกะหรอ

กลุ่มประธาน ก็ได้ข้อคิดเกี่ยวกับการปกครองของประธาน

กลุ่มสินเชื่อ ประทับมิตรภาพ อาหารที่เลี้ยงต้อนรับ สิ่งที่ได้รับในวันนี้ ก็คือกระบวนการยุติธรรมมาใช้ในสินเชื่อ กลับไปก็คงจะต้องไปเชือดไก่ให้ลิงดูบ้างแล้ว

แล้วกลุ่มเกาะจากก็ให้แนวคิดในการปฏิบัติก็คือใช้การปกครองแบบพ่อปกครองลูก การรวมกลุ่มนั้นรวมง่ายแต่การรวมใจนั้นรวมยาก ต้องค่อยเป็นค่อยไป กลุ่มจะอยู่ได้หรืออยู่ไม่ได้เราต้องสร้างความศรัทธาให้สมาชิกเกิดความศรัทธาให้ได้ เราถึงจะประสบความสำเร็จ

จากนั้น คุณสมรักษ์ ประธานเครือข่ายตำบลกระหรอ ก็กล่าวขอบคุณที่ทางกลุ่มบ้านเกาะจากให้ความรู้ในวัน และก็ได้ฝากเนื้อฝากตัวเป็นน้องของเกาะจาก และก็มอบของขวัญที่ระลึกให้แก่ทางกลุ่ม แล้วเราก็ถ่ายรูปร่วมกันก็แยกย้ายกันขึ้นรถเพื่อที่จะไปชมพระตำหนักลุ่มแม่ปากพนัง แต่น่าเสียดายที่เข้าชมข้างในไม่ได้ชมได้เฉพาะรอบนอก เนื่องจากยังสร้างไม่เสร็จ แต่ดูแล้วสวยงามมาก จากนั้นทุกคนก็มุ่งหน้าเพื่อที่กลับบ้าน โดยทุกคนก็ได้รับความรู้และก็คงจะเอาความรู้ที่ได้รับการในการไปศึกษาดูงานในครั้งนี้มาปรับใช้กับกลุ่มของตนเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 27929
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(1)

ตอนนี้กลุ่มออมทรัพย์บ้านเกาะจากแทบจะแตกสลาย เนื่องจาก ผู้บริหารกลุ่ม และคณะกรรมการกลุ่มพากันหอบเงินหนีไป และทางคณะกรรมการกลุ่มชุดใหม่ ห้ามสมาชิกถอนเงิน เวรจริง ๆ