MOSO คืออะไร
คิดอย่างพอเพียง
คำว่า “โมโซ” หรือ MOSO ก็มีที่มาคือ คำว่า MO มาจากคำว่า “Moderation“ ซึ่งหมายถึง ความพอประมาณ ไม่มากไป ไม่น้อยไป พอดีๆ ส่วน SO มาจากคำว่า “Society“ ที่หมายถึง สังคม
จากวิกฤตเศรษฐกิจที่คนทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และยังต้องเผชิญต่อไปอย่างไม่มีทางเลือก สิ่งเดียวที่ทำได้คือ การประมาณตัวเอง และอยู่กับคำว่าพอเพียง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้ออกมารณรงค์ในเรื่องดังกล่าว ผ่านโครงการสู้วิกฤตเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้จัดภาพยนตร์โฆษณาขึ้นมา ภายใต้ชื่อชุด MOSO ที่ย่อมาจาก moderation society หมายถึงสังคมคนรุ่นใหม่ สังคมพอประมาณ
โดยได้คนดัง คือ ธนชัย อุชชิน (ป๊อด) และวรเวช ดานุวงศ์ (แดน) มาเป็นตัวแทนในฐานะ เป็นผู้นำความคิดในสังคมคนรุ่นใหม่ที่มีเจเนอเรชั่นแตกต่างกัน จะทำหน้าที่ในการสื่อสาร สร้างสรรค์เทรนด์ที่ดีให้กับสังคม โดยเฉพาะกลุ่มของเยาวชน ในประเด็นของความพอเพียง ด้วยการรณรงค์ให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ MOSO
ดังนั้น เนื้อหาของหนังโฆษณาจึงออกมาในลักษณะการออกมาบอกกล่าวจากคนดังว่า สังคมไทยเราต้องอยู่กันอย่างพอเพียง นำเหตุผลมาใช้กับเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิต ต้องแยกความต้องการออกจากความจำเป็น มีคุณธรรม อยู่อย่างถ่อมตัว ไม่ฟุ้งเฟ้อ คือสังคมพอประมาณ ที่เราเรียกกันว่า MOSO
เป็นโครงการที่ดี เพราะหากกลุ่มคนรุ่นใหม่ของสังคมได้หันมาใช้ชีวิตในรูปแบบพอดีๆ ยึดหลักความพอประมาณ
ถึงเวลาแล้วที่จะช่วยกันผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้
ตอนแรกได้อ่านเพราะมีอาจารย์ท่านหนึ่งแนะนำให้อ่านมันก็ดีมาก ๆ จะนำไปบอกเล่าให้นักเรียนของเราฟังเพื่อพัฒนาด้านจิตใจเพื่อนักเรียนจะได้อยู่ในสังคมในวัยเรียนได้อย่างมีความสุขและเป็นลูกที่ดีของพอแม่
ในที่นี้ ชาว MOSO นั้นหมายถึง คนรุ่นใหม่ของสังคม ที่ใช้ ”สติ” เป็นเครื่องนำทาง ในการดำรงชีวิต ประกอบกับมีการใช้ ”เหตุผล” เพื่อพิจารณาสิ่งต่างๆ รอบตัว เพื่อให้ชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่น มีความสุข ในแบบที่ตัวเองมีและเป็นนั่นเอง
ซึ่งหากมีหลักการนี้อยู่ในกระบวนการคิดแล้ว ก็จะกลายเป็น “ภูมิคุ้มกัน” ที่ดีทั้งต่อตนเอง และก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคมไปด้วย เห็นได้จากเรื่องของการแตกร้าว ความบาดหมางที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา หากลองตั้ง “สติ” และใช้ “เหตุผล” พิจารณาดู ก็จะพบว่า สิ่งเหล่านั้น เป็นเพียงแค่การคิดต่าง หาใช่เราจะต้องมา เกลียดชังกัน
ทั้งนี้ ยิ่งถ้าระดับ "ภูมิคุ้มกัน" เพิ่มมากขึ้น ทั้งตัวเรา หรือสังคมก็ไม่ต้องหวั่นกลัวกับ “ภัยร้ายจากภายนอกที่จ้องจะแทรกแซง" อีกต่อไป เพราะ "ภูมิคุ้มกัน" อันมากมายนี้ จะ ขยายวงกว้าง กลายเป็นเกราะที่เข้มแข็ง เป็น "พลัง" ที่ยิ่งใหญ่ เอาชนะอุปสรรคทั้งหลายได้ในที่สุด
หากทุกคนที่มี "ภูมิคุ้มกัน" ทางใจและทางจิตก็สามารถอยู่ในสังคม MOSO ได้อย่างไม่ลำบากแน่นอน
ขอบคุณมากครับ ดีมากครับ
Thanks alot NANIA for your concern, search and share for
us!
moso ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัยใช้ได้กับทุกคนไม่ใช่เฉพาะวัยรุ่น
เป็น LOSO อยาก MOSO ฮะ
moso อยุ่ค่ะตอนนี้
แวะมาทักนะ....
ชีวิตคนก็ต้องมีภูมิคุ้มกันทุกด้านนั้นแหละ
แต่เลือกที่จะมีทางด้านไหนมากกว่าถ้าโลกเป็น
แบบนี้เราก็ต้องรณรงค์บอกให้คนรอบข้างช่วยกัน
moso น่าจะดีเนอะๆๆๆ
ขอบคุณคะสำหรับความรู้ใหม่