ความหมายของคำว่า ไคเซ็น (Kaizen )
การทำให้ดีกว่าเดิม การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง หรือ การปรับปรุงและความพยายามที่จะทำงานให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง
ความคิดที่จะทำการปรับปรุงสิ่งต่างๆให้ดีกว่าเดิม หรือการทำงานให้ง่ายขึ้น มีองค์ประกอบที่ไม่ยากอะไร อันดับแรก นักเรียนจะต้องมี ความคิดสร้างสรรค์ ความรู้ต่างๆ ที่อยากจะพัฒนาสิ่งนั้นให้ดีขึ้น อันดับที่สอง นักเรียนจะต้องมี จิตใจ ที่อยากพัฒนาปรับปรุงสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น โดยมีความคิดว่า วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวานนี้ และพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ หรือทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวของเราสามารถทำให้ดีกว่าเดิมได้เสมอ อันดับที่สาม ลำพังความคิดต้องการที่จะปรับปรุงอย่างนี้อย่างนั้นยังไม่เพียงพอ ต้องลงมือปฏิบัติด้วย เพื่อทำสิ่งนั้นให้เป็นจริง
ขั้นตอนในการปรับปรุงงานแบบ ไคเซ็น
1. มองหาความสูญเสียต่างๆ ที่อยู่รอบตัว
การสูญเสียเล็กๆน้อยๆ ทำให้เกิดการสะสม และกลายเป็นเรื่องที่ต้องสูญเสีย อย่างมากมาย เช่น การเปิดสวิตช์ไฟ ถ้านักเรียนไม่รู้ว่าจะเปิดสวิตช์ไฟในห้องครัวอันไหน นักเรียนก็กดปุ่มสวิตช์ไฟอันนั้นบ้างอันนี้บ้างจนกว่าจะพบสวิตช์ไฟของห้องครัวสิ่งนี้ก่อให้เกิด ปัญหาอะไรบ้าง แน่นอนทำให้เสียเวลา สวิตช์ไฟเสื่อมเร็วขึ้น นักเรียนลองคิดดู ถ้าบ้านของเรามีสมาชิกประมาณ 5 คนสวิตช์ไฟต่างๆถูกกดกี่ครั้งต่อวัน ต่อเดือน ต่อปี และสิ่งที่ตามมาคือการเสียค่าใช้จ่าย หรือถ้านักเรียนจะต้องเสิร์ฟน้ำให้กับแขกที่มาบ้าน ถ้าแขกมากันประมาณ 4 คน แต่นักเรียนถือแก้วน้ำมาข้างละ 1 ใบนักเรียนก็ต้องเดิน 2 เที่ยว ซึ่งทำให้เสียเวลาและเสียแรงงาน แต่ถ้านักเรียนหาถาดและนำแก้วทั้ง 4 ใบวางในถาดและยกถาดมา ทำให้นักเรียนไม่ต้องเดินถึง 2 เที่ยว ดังนั้นนักเรียนต้องมีจิตใจที่คิดจะปรับปรุงแม้สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เล็กน้อย แต่ถ้ารวมกันหลายสิ่งก็ทำให้มีความสูญเสียเกิดขึ้นมากมาย
2. ตระหนักว่ามีความไม่ปกติเกิดขึ้นแล้ว
นักเรียนต้องเป็นคนชอบสังเกต และเมื่อพบว่ามีความสูญเสียเกิดขึ้นต้องตระหนัก ทันทีว่ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เช่น ตอนพักกลางวัน นักเรียนรอเข้าแถวซื้อก๋วยเตี๋ยวที่โรงเรียนนานมาก เพราะแม่ค้าทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีการจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆให้พร้อม ถ้าแม่ค้าคนนั้นคิดว่าเป็นเรื่องปกติและเป็นความเคยชินแล้ว เขาก็จะไม่คิดปรับปรุงว่าทำอย่างไรไม่ให้เด็กนักเรียนรอนาน แต่ในทางกลับกันถ้าแม่ค้าคนนี้คิดว่า นักเรียนรอนานนั้นเป็นเรื่องไม่ปกติแล้ว แม่ค้าคนนี้ก็จะคิดหาวิธีทำงานให้เร็วขึ้น
3. หาจุดที่ควรปรับปรุงโดยการวิเคราะห์ขั้นตอน เพื่อตรวจดูการไหลของการทำงาน
เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้เรื่อง Kaizen ในช่วงชั้นที่ 2 ขั้นตอนนี้ให้นักเรียนหาจุดที่ควรปรับปรุงจากการสังเกตสิ่งที่มีความสูญเสียด้วยตาเปล่า แล้วนำมาตั้งคำถามโดยใช้เทคนิค 5W/1H และ Why-why แต่ในระดับนี้เราจะมาเรียนการหาจุดที่ควรปรับปรุงที่เกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน เช่น การหาจุดที่จะปรับปรุงเพื่อไม่ให้นักเรียนต้องรอนานในการซื้อก๋วยเตี๋ยว
วิเคราะห์ขั้นตอนการขายก๋วยเตี๋ยวของแม่ค้าในโรงเรียน
แม่ค้ารับคำสั่งซื้อก๋วยเตี๋ยว ( 5 วินาที ) ![]()
หยิบชาม ( 5 วินาที ) ![]()
หยิบเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ตู้และหันหลังเอาถั่วงอกเพื่อที่จะนำมาลวก ( 30 วินาที ) ![]()
ลวกเส้นและถั่วงอก (5 วินาที ) ![]()
นำเส้นที่ลวกและถั่วงอกแล้วใส่ชาม ( 3 วินาที ) ![]()
ใส่น้ำมันเจียวและคนให้ทั่ว ( 10 วินาที ) ![]()
ก้มหยิบลูกชิ้น เนื้อหมู ที่ถังน้ำแข็ง ( 30 วินาที ) ![]()
ลวกลูกชิ้น และเนื้อหมู (30 วินาที ) ![]()
นำลูกชิ้น และเนื้อหมูใส่ชาม (3 วินาที ) ![]()
หยิบกระบวยเพื่อตักน้ำซุบ (5 วินาที ) ![]()
ตักน้ำซุปใส่ชาม ( 5 วินาที ) ![]()
ใส่ผักชี ต้นหอม ( 3 วินาที ) ![]()
ส่งก๋วยเตี๋ยวให้นักเรียน ( 4 วินาที )
เวลาที่ใช้ในการซื้อก๋วยเตี๋ยวทั้งหมด 2 นาที 18 วินาที
จุดประสงค์ในการวิเคราะห์ขั้นตอน คือ การค้นหาสาเหตุที่ทำให้นักเรียนต้องรอนานในการซื้อก๋วยเตี๋ยว นักเรียนลองคิดดูว่าถ้านักเรียนเป็นคิวที่ 5 นั่นหมายความว่า นักเรียนต้องใช้เวลารอถึง 12 นาที
จุดที่ควรปรับปรุง
• การใช้เวลาหยิบเส้นก๋วยเตี๋ยว ถั่วงอก และการก้มหยิบลูกชิ้น เนื้อหมู ที่ถังน้ำแข็ง ใช้เวลารวมกันทั้งหมด 1 นาที ประมาณเกือบ 43.47% ของเวลาทั้งหมาด
• การลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว ถั่วงอก ลูกชิ้น และเนื้อสัตว์ ใช้เวลา 35 วินาที ประมาณ 25.36%
รวมเวลา 1 นาที 35 วินาที คิดเป็น 68.83 % ถ้าแม่ค้าปรับปรุงการทำก๋วยเตี๋ยวโดยคิดวิธีการปรับปรุงจุดเหล่านี้จะทำให้แม่ค้าทำงานได้เร็วขึ้น ทำให้นักเรียนไม่ต้องรอนาน
4. หาแนวทางการปรับปรุง
เมื่อนักเรียนค้นพบจุดที่ทำการปรับปรุงโดยการวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงานแล้วจะเห็น ว่ามีความสูญเสียเกิดขึ้นในบางขั้นตอน นักเรียนจำเป็นต้องนำขั้นตอนที่ก่อให้ความสูญเสียมาแก้ไข
ดูๆ ไปก็เหมือนๆ กับเรื่องลอจิสติกส์ นะครับ