คลังเรียกส่วนราชการ แจงเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2549 พยุงเศรษฐกิจวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ พร้อมยัน   ยังใช้งบสมดุล 3 ปี
นายวราเทพ รัตนากร รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเชิญสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีงบประมาณการลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาทมาหารือ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับ     การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2549 ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับระบบเศรษฐกิจหลังจากสถานการณ์การเมืองที่ทำให้การเสนองบประมาณปี 2550 ต้องล่าช้าออกไปอีก 3 เดือน   โดยเฉพาะเรื่องการใช้งบลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงการเมกะโปรเจค ที่ส่วนราชการบางแห่งอาจไม่เข้าใจ จนชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการนั้นทั้งที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณไปเรียบร้อยแล้ว
เขายังยืนด้วยว่า งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโครงการเมกะโปรเจค ซึ่งเป็นงบผูกพันของปีงบประมาณ 2549 ส่วนราชการสามารถเบิกงบประมาณมาใช้ได้ตามแผนการดำเนินงานนั้น ๆ ยกเว้นกรณีที่เป็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่ต้องใช้ระบบอินเตอร์บิดดิ้ง ที่รัฐบาลได้ยกเลิกระยะเวลาการเสนอเงื่อนไขโครงการออกไป โดยให้เป็นเรื่องของรัฐบาลชุดใหม่   นอกจากนี้ จะพิจารณาถึงงบประมาณบางส่วน ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามโครงการ  ที่ขออนุมัติไว้ แล้วจะเปลี่ยนแปลงเงินงบประมาณดังกล่าวอย่างไร เพื่อให้เปลี่ยนแปลงเป็นเงินทุนหมุนเวียน 



ในระบบต่อไป รวมถึงรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการอนุมัติหรือการจัดสรรเงินงบประมาณ หรือเงินงวดต่าง ๆ แล้ว     "หลังจากดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางรับมือกรณีที่การเสนองบประมาณปี 2550 ต้องล่าช้าไปอีก  1 ไตรมาส และมอบหมายให้ตนเองและนายสุรนันทน์ และปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมมือกันเร่งรัดการเบิกจ่าย    งบประมาณของส่วนราชการโดยเฉพาะงบประมาณเหลื่อมปีจำนวน 1 แสนล้านบาทแล้ว จึงได้สั่งการให้      สำนักงบประมาณไปจัดทำรายละเอียดโครงการลงทุนของส่วนราชการต่าง ๆ ให้ละเอียด ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้อง  และไม่เกี่ยวข้องกับโครงการเมกะโปรเจค โดยให้แยกวงเงินให้ชัดเจนจะได้ไม่ทำให้ส่วนราชการเกิดความสับสน"
นายวราเทพ กล่าวด้วยว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองและจากราคาน้ำมัน แต่ยังได้รับการยืนยันจาก 3 กรมจัดเก็บภาษีว่า ยังจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมาย    ดังนั้นจึงยืนยันว่าการจัดทำงบประมาณยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยยังคงงบประมาณสมดุลไว้ตามเดิมและเป็นนโยบายที่จะจัดทำงบสมดุล 3 ปี แต่หากในอนาคตมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบร้ายแรงก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์และ  การตัดสินใจของรัฐบาลชุดใหม่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดทำงบประมาณสมดุลแต่อย่างใด

กรุงเทพธุรกิจ  บ้านเมือง  ไทยรัฐ   ผู้จัดการรายวัน แนวหน้า (คอลัมน์ชีพจรโลกธุรกิจ)  4 พ.ค.49