GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กันงบเหลื่อมปี 1.2 แสนล.

กันงบเหลื่อมปี 1.2 แสนล. เงินเดือน ขรก. ไร้ปัญหา เร่งสางปมหมวดลูกจ้าง คลังระดมพลให้เบิกจ่าย
     กรมบัญชีกลาง ยันเบิกจ่ายเงินเดือนข้าราชการ และลูกจ้างชั่วคราวไม่สะดุด หลังเงินภาษีไหลเข้าคลัง เผยนำงบเหลื่อมปี 1.2 แสนล้านรองรับงบประมาณปี’50
นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้รายได้ที่มาจากภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ได้ทยอยนำส่งเข้ามาที่กระทรวงการคลังแล้ว และเชื่อว่าจะสามารถเตรียมเงินงบผูกพันเหลื่อมปีจำนวน 1.2 แสนล้านบาท ไว้รองรับกับการเลื่อนการใช้งบประมาณปี 2550 เนื่องจากต้องรอให้มีการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และไม่ผิดกฎหมายแม้ว่างบประมาณจะล่าช้าออกไป  ทั้งนี้ ในส่วนของรายจ่ายประจำในปีงบ 2550 นั้น ยังคงให้รูปแบบเดียวกับปีงบประมาณ 2549 ไปก่อนได้ รวมทั้งจะพยายามเร่งเรื่องงบลงทุนให้มีการเบิกจ่ายเร็วขึ้น และยืนยันเรื่องข้าราชการไม่ได้รับเงินเดือนในช่วงที่ผ่านมาว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง มีแต่เฉพาะกรณีของลูกจ้างชั่วคราวเท่านั้นที่มีปัญหาเรื่องเงินค้างจ่าย
นายบุญศักดิ์ อธิบายว่า สาเหตุเพราะงบค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินเดือนของลูกจ้างชั่วคราวเดิมนั้นมีการจัดสรรรวมไว้ในงบลงทุน จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นในขั้นตอนการเบิกจ่าย เนื่องจากเดิมใช้วิธีการเบิกจ่ายเป็นรายคน ดังนั้นกรมบัญชีกลางจึงเตรียมเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายเงินเดือนให้กับลูกจ้างชั่วคราวใหม่ โดยจะให้ส่วนราชการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทำเรื่อง ขออนุมัติงบประมาณเบิกจ่ายแบบรายกลุ่ม แล้วถึงให้แต่ละส่วนราชการนำเงินดังกล่าวไปจัดสรรให้กับลูกจ้างชั่วคราวเองเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งในปีงบประมาณ 2550 ทางกรมบัญชีกลาง       มีการเตรียมวางแผนเรื่องการอนุมัติงบประมาณไว้เป็นแบบ 1-2 เดือนครั้ง
นอกจากนี้ นายบุญศักดิ์ กล่าวว่า กรมบัญชีกลางพร้อมที่จะเร่งรัดการเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้าหมายของกระทรวงการคลังที่วางไว้ 93% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ 1.36 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับ   เจ้าของโครงการ และระยะเวลาการเบิกจ่ายด้วย และขอยืนยันว่าถึงตอนนี้โครงการทั่วไปใช้เวลาการเบิกจ่ายไม่เกิน 3 วัน แต่หากเป็นโครงการขนาดใหญ่อาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 3-7 วัน
สำหรับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีออกชั่น นั้น ที่ผ่านมายังมีปัญหาเรื่องสถานที่เปิดประมูล เนื่องจากวิธีการประมูลห้ามผู้ที่ร่วมประมูลใช้อินเทอร์เน็ตจากที่บ้าน ในเบื้องต้นนี้ได้ทำการประสานส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีแหล่งที่ตั้งในต่างจังหวัดให้ใช้พื้นที่ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ในการจัดประมูลชั่วคราวไปก่อน
ด้าน นายวราเทพ รัตนากร รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า    จะเรียกสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และส่วนราชการที่มีงบลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท เข้ามาหารือเพื่อติดตามสถานการณ์การเบิกจ่ายงบ ประมาณ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากเกรงว่าขณะนี้อาจมีส่วนราชการที่ เข้าใจผิดเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่เข้ามา


บริหารประเทศได้ จึงอาจทำให้ส่วนราชการชะลอการเบิกจ่ายงบลงทุนในส่วนที่เกี่ยวโยงกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจ็กต์ เพื่อรอรัฐบาลใหม่  ขณะที่ความต้องการของรัฐบาลขณะนี้คือ ต้องการให้มีการเร่งดำเนินโครงการเมกะโปรเจ็กต์ตามที่ได้มีการพิจารณาอนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทร และโครงการวางระบบทรัพยากรน้ำ ซึ่งมีวงเงินลงทุนมากกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น น่าจะมีบางส่วนที่สามารถดำเนินการได้ก่อน  ส่วนโครงการที่ต้องใช้วิธีการ อินเตอร์บิดดิ้ง ซึ่งต้องมีการสำรวจข้อมูลด้วย ก็ควรที่จะเลื่อนออกไปดำเนินการในรัฐบาลชุดใหม่
นายวราเทพ กล่าวว่า จะมอบหมายให้สภาพัฒน์และสำนักงบประมาณเข้าไปติดตามพิจารณาดูว่า     มีโครงการไหนที่สามารถเบิกได้ก่อนในปีนี้ ทั้งโครงการที่ใช้งบประมาณตามปกติ และโครงการที่อยู่ในโครงการ  เมกะโปรเจ็กต์ เพื่อช่วยเร่งให้มีการเบิกจ่ายงบลงทุนเข้าสู่ระบบ
นายวราเทพ กล่าวถึงการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปีกรณีที่รัฐบาลไม่สามารถพิจารณา พระราชบัญญัติงบประมาณในปีต่อไปได้ทันนั้น ตามระเบียบกำหนดว่าห้ามให้งบดังกล่าวเกิน 6 เดือน ซึ่งเชื่อมั่นว่าการจัดทำกรอบงบประมาณในปี 2550 น่าจะแล้วเสร็จก่อนต้นปี 2550 หรืออาจจะล่าช้าไม่เกิน 3 เดือน

โพสต์ทูเดย์  ไทยโพสต์  ข่าวหุ้น  4  พฤษภาคม  2549

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 27877
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)