กรมบัญชีกลาง
ยันเบิกจ่ายเงินเดือนข้าราชการ และลูกจ้างชั่วคราวไม่สะดุด
หลังเงินภาษีไหลเข้าคลัง เผยนำงบเหลื่อมปี 1.2
แสนล้านรองรับงบประมาณปี’50
นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง
เปิดเผยว่า ขณะนี้รายได้ที่มาจากภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
ได้ทยอยนำส่งเข้ามาที่กระทรวงการคลังแล้ว
และเชื่อว่าจะสามารถเตรียมเงินงบผูกพันเหลื่อมปีจำนวน 1.2 แสนล้านบาท
ไว้รองรับกับการเลื่อนการใช้งบประมาณปี 2550
เนื่องจากต้องรอให้มีการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
และไม่ผิดกฎหมายแม้ว่างบประมาณจะล่าช้าออกไป ทั้งนี้
ในส่วนของรายจ่ายประจำในปีงบ 2550 นั้น
ยังคงให้รูปแบบเดียวกับปีงบประมาณ 2549 ไปก่อนได้
รวมทั้งจะพยายามเร่งเรื่องงบลงทุนให้มีการเบิกจ่ายเร็วขึ้น
และยืนยันเรื่องข้าราชการไม่ได้รับเงินเดือนในช่วงที่ผ่านมาว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง
มีแต่เฉพาะกรณีของลูกจ้างชั่วคราวเท่านั้นที่มีปัญหาเรื่องเงินค้างจ่าย
นายบุญศักดิ์ อธิบายว่า
สาเหตุเพราะงบค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินเดือนของลูกจ้างชั่วคราวเดิมนั้นมีการจัดสรรรวมไว้ในงบลงทุน
จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นในขั้นตอนการเบิกจ่าย
เนื่องจากเดิมใช้วิธีการเบิกจ่ายเป็นรายคน
ดังนั้นกรมบัญชีกลางจึงเตรียมเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายเงินเดือนให้กับลูกจ้างชั่วคราวใหม่
โดยจะให้ส่วนราชการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทำเรื่อง
ขออนุมัติงบประมาณเบิกจ่ายแบบรายกลุ่ม
แล้วถึงให้แต่ละส่วนราชการนำเงินดังกล่าวไปจัดสรรให้กับลูกจ้างชั่วคราวเองเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
ซึ่งในปีงบประมาณ 2550
ทางกรมบัญชีกลาง
มีการเตรียมวางแผนเรื่องการอนุมัติงบประมาณไว้เป็นแบบ 1-2
เดือนครั้ง
นอกจากนี้ นายบุญศักดิ์ กล่าวว่า
กรมบัญชีกลางพร้อมที่จะเร่งรัดการเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้าหมายของกระทรวงการคลังที่วางไว้
93% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ 1.36 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับ เจ้าของโครงการ
และระยะเวลาการเบิกจ่ายด้วย
และขอยืนยันว่าถึงตอนนี้โครงการทั่วไปใช้เวลาการเบิกจ่ายไม่เกิน 3 วัน
แต่หากเป็นโครงการขนาดใหญ่อาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 3-7 วัน
สำหรับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีออกชั่น
นั้น ที่ผ่านมายังมีปัญหาเรื่องสถานที่เปิดประมูล
เนื่องจากวิธีการประมูลห้ามผู้ที่ร่วมประมูลใช้อินเทอร์เน็ตจากที่บ้าน
ในเบื้องต้นนี้ได้ทำการประสานส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีแหล่งที่ตั้งในต่างจังหวัดให้ใช้พื้นที่ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย
(กสท.) ในการจัดประมูลชั่วคราวไปก่อน
ด้าน นายวราเทพ รัตนากร รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า จะเรียกสำนักงบประมาณ
กรมบัญชีกลาง และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ
รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
และส่วนราชการที่มีงบลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท
เข้ามาหารือเพื่อติดตามสถานการณ์การเบิกจ่ายงบ ประมาณ
เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
เนื่องจากเกรงว่าขณะนี้อาจมีส่วนราชการที่
เข้าใจผิดเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่เข้ามา
บริหารประเทศได้
จึงอาจทำให้ส่วนราชการชะลอการเบิกจ่ายงบลงทุนในส่วนที่เกี่ยวโยงกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่
หรือเมกะโปรเจ็กต์ เพื่อรอรัฐบาลใหม่
ขณะที่ความต้องการของรัฐบาลขณะนี้คือ
ต้องการให้มีการเร่งดำเนินโครงการเมกะโปรเจ็กต์ตามที่ได้มีการพิจารณาอนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้ว
เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทร และโครงการวางระบบทรัพยากรน้ำ
ซึ่งมีวงเงินลงทุนมากกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น
น่าจะมีบางส่วนที่สามารถดำเนินการได้ก่อน
ส่วนโครงการที่ต้องใช้วิธีการ อินเตอร์บิดดิ้ง
ซึ่งต้องมีการสำรวจข้อมูลด้วย
ก็ควรที่จะเลื่อนออกไปดำเนินการในรัฐบาลชุดใหม่
นายวราเทพ กล่าวว่า
จะมอบหมายให้สภาพัฒน์และสำนักงบประมาณเข้าไปติดตามพิจารณาดูว่า
มีโครงการไหนที่สามารถเบิกได้ก่อนในปีนี้
ทั้งโครงการที่ใช้งบประมาณตามปกติ และโครงการที่อยู่ในโครงการ
เมกะโปรเจ็กต์ เพื่อช่วยเร่งให้มีการเบิกจ่ายงบลงทุนเข้าสู่ระบบ
นายวราเทพ
กล่าวถึงการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปีกรณีที่รัฐบาลไม่สามารถพิจารณา
พระราชบัญญัติงบประมาณในปีต่อไปได้ทันนั้น
ตามระเบียบกำหนดว่าห้ามให้งบดังกล่าวเกิน 6 เดือน
ซึ่งเชื่อมั่นว่าการจัดทำกรอบงบประมาณในปี 2550
น่าจะแล้วเสร็จก่อนต้นปี 2550 หรืออาจจะล่าช้าไม่เกิน 3 เดือน
โพสต์ทูเดย์ ไทยโพสต์ ข่าวหุ้น 4
พฤษภาคม 2549